แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Galaxy Note3 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Galaxy Note3 แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ถึงยุคของสมาร์ทโฟน..ทำเอง อยากได้อะไร ก็ใส่ๆ เข้าไป

ถึงยุคของ..ทำเอง อยากได้อะไร ก็ใส่ๆ เข้าไป

ในยุคที่สมาร์ทโฟนก้าวล้ำไปเรื่อยๆ จนจอใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ทำอะไรได้มากขึ้น กล้องก็ถ่ายได้ชัดขึ้น เทคโนโลยีแทบทุกอย่างถูกอัดแน่นลงในเครื่องเพียงเครื่องเดียว ผู้ประกอบการด้านไอที ก็คงต้องหาหนทางการทำธุรกิจใหม่ๆ ขึ้นมา อย่างที่เห็นกันก็อย่างเช่น
สมาร์ทวอทช์ นาฬิกาอัจฉริยะ ที่เริ่มทยอยแสดงความอัจฉริยะออกมาให้เห็นกันบ้างแล้ว
ตอนนี้ โมโตโรล่า บริษัทในเครือของกูเกิล ได้ประกาศเปิดตัวโปรเจ็กต์ใหม่ล่าสุด ที่จะให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนสามารถออกแบบสมาร์ทโฟนในแบบที่ตัวเองต้องการได้ โดยโมโตโรล่าได้พันธมิตรเป็น เดฟ ฮักเกนส์ ดีไซเนอร์ชาวดัตช์ ผู้สร้าง โฟนบล็อกส์ (Phonebloks) มือถือประกอบเองที่ถอดเปลี่ยนอะไหล่ได้เอง
โมโตโรล่าแถลงผ่านบล็อกว่า บริษัทได้วางแผนโครงการนี้มานานกว่า 1 ปี เพื่อให้ผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีอำนาจในการสร้างสรรค์โทรศัพท์ของตัวเอง ว่าอยากให้มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร ทำขึ้นจากที่ไหน และทำจากอะไร ราคาเท่าไหร่ และจะใช้งานไปอีกนานเท่าใด
โปรเจ็กต์นี้สอดคล้องกับสิ่งที่โมโตโรล่า เรียกว่า เอ็นโดสเกลเลตัน (endoskeleton) ซึ่งหมายถึงการรวมเอาชิ้นส่วนหรือโมดูลทุกอย่างไว้ภายในที่เดียวกัน เพียงแค่ซื้อโทรศัพท์ที่มีโครงสร้างพื้นฐานมาไว้ แล้วใส่โมดูลต่างๆ ลงไป โดยโมดูลที่ว่านี้ ก็เป็นได้ทุกอย่าง ตั้งแต่โปรเซสเซอร์ใหม่ ไปจนถึงหน้าจอหรือคีย์บอร์ดใหม่ แบตเตอรี่ที่ใหญ่ขึ้น หรือจะเป็นเครื่องวัดความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด หรืออะไรก็ได้ที่คุณไม่เคยคาดคิดมาก่อน
โมโตโรล่ามีแผนที่จะเริ่มเชิญนักพัฒนามาร่วมกันสร้างโมดูลใหม่ๆ ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ก่อนที่จะมีการออกคู่มือเพื่อนักพัฒนาโมดูลต่อไปในอนาคต
อย่างที่บอกไปแล้วว่า งานนี้ โมโตโรล่าได้ร่วมมือกับนายฮักเกนส์ ผู้ที่เคยโด่งดังมาจากการเปิดตัว โฟนบล็อกส์ มาแล้ว โฟนบล็อกส์ยังคงเป็นเพียงโทรศัพท์ในแนวความคิด หรือคอนเซ็ปต์โฟนเท่านั้น โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การถอดเปลี่ยนชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ออกมาได้อย่างง่ายดาย เหมือนกับการต่อเลโก้ยังไงยังงั้น
แม้โฟนบล็อกส์จะเป็นเพียงแค่แนวคิด แต่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยมีผู้สนใจให้การสนับสนุนโครงการของฮักเกนส์แล้วราว 950,000 คน ซึ่งโมโตโรล่าแถลงว่า ทางโมโตโรล่าจะทำให้สิ่งที่เป็นเทคโนโลยีมากขึ้นไปอีก ส่วนฮักเกนส์จะทำหน้าที่ในการสร้างชุมชนขึ้นมา
ก็ถ้าในอดีต เราเคยมีเครื่องคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป แบบดีไอวาย (DIY-Do It Yourself) หรือทำด้วยตัวเองมาแล้ว อนาคตเราจะมีสมาร์ทโฟนดีไอวายบ้าง ก็คงไม่แปลก
หน้า 9 มติชนรายวัน ฉบับวันศุกร์ที่ 1 พฤศจิกายน 2556
โดย ศรีสกุล ลีลาพีระพันธ์

วันอังคารที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

10 เรื่องจาก Android 4.4 KitKat

10 เรื่องจาก Android 4.4 KitKat

ควันหลงจากคืนฮัลโลวีนที่ผ่านมา Google ซุ่มเปิดตัว Android 4.4 KitKat พร้อมคำโปรยที่ว่าโอเอสฉบับช็อคโกแลตนี้ผู้ใช้กว่าพันล้านคนสามารถเข้าถึงได้อย่างแน่นอน การประกาศชัดเจนขนาดนี้ Android 4.4 KitKat ต้องมีอะไรดีกว่าที่เราคิดไว้ งั้นเราไปดูกันเลยครับ
height=365
1. Android 4.4 KitKat รองรับการทำงานร่วมกับสมาร์ทโฟน แรม 512 MB ขึ้นไป เอาใจผู้ใช้สมาร์ทโฟนรุ่นถูกที่โดนจำกัดการอัพเกรดโอเอสไว้ที่ Gingerbread หรือ Ice Cream Sandwich เท่านั้น และระบบจัดการหน่วยความจำที่มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้น รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์ฮารด์แวร์ต่ำอย่าง Smartwatch เป็นต้น
2. ระบบ Multitasking โฉมใหม่ เรียกใช้งานได้เร็วขึ้นจากการปรับปรุงหน้าจอสัมผัสที่จะตอบสนองได้เร็วขึ้นและแม่นยำมากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา
3. แค่พูด Ok Google ก็ค้นหาสิ่งที่ต้องการได้ง่ายๆ โดยฟีเจอร์ Google Now ของ Android 4.4 KitKat สามารถใช้งานด้วยเสียงแบบไม่ต้องสัมผัสหน้าจอทัชสกรีนได้ คล้ายการใช้งานบน Moto X
4. Android 4.4 KitKat นำ Hangouts รูปแบบใหม่มารวมเป็นบริการเดียวกันทั้งหมด เช่น สามารถรับ-ส่ง SMS, แชร์พิกัดให้คู่สนทนาได้จาก Google Maps สะดวกยิ่งขึ้นในการบอกทาง, สนับสนุนการใช้ Animated GIF, สามารถใช้บริการ Hangouts On Air รองรับการสนทนาแบบถ่ายทอดสดและสามารถควบคุมเสียงและวีดีโอจากผู้เข้าร่วม Hangouts ได้ อีกทั้งสนับสนุนการใช้งาน Video Call ได้เช่นกัน
5. ระหว่างฟังเพลงในหน้าล็อคสกรีนภาพจากอัลบั้มที่คุณกำลังฟังจะแสดงบนหน้าจอแบบ Full Screen และควบคุมการทำงานได้ด้วย
6. ฟีเจอร์ใหม่ Smarter caller ID เมื่อสมาร์ทโฟนของคุณมีเบอร์แปลกๆโทรเข้ามา ตัวฟีเจอร์นี้จะทำงานร่วมกับ Google Maps โดยจะนำเบอร์ดังกล่าวไปเทียบเคียงกับธุรกิจห้างร้านต่างๆในบริเวณใกล้เคียงเพื่อให้ผู้ใช้ทราบว่าเบอร์นี้เป็นของใคร
7. แอพโทรศัพท์รูปแบบใหม่ที่จะจัดลำดับรายชื่อบุุคคลที่สนทนาบ่อยที่สุดให้โดยอัตโนมัติ และสามารถค้นหาเบอร์โทรศัพท์สถานที่ใกล้เคียงได้ด้วย
8. แป้นพิมพ์มาพร้อม Emoji ตัวละครญี่ปุ่น
9. ฟีเจอร์ใหม่ Air Print สามารถพิมพ์ภาพถ่าย, เอกสาร, จากสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตได้แบบไร้สายร่วมกับอุปกรณ์ที่รองรับ Google Cloud Print เช่น HP ePrint
10. แอพพลิเคชั่น Quickoffice สามารถเปิดและบันทึกไฟล์ได้โดยตรงกับ Google Drive รวมถึงสามารถเรียกใช้งานได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
นอกจาก Nexus 5 ที่เป็น Android 4.4 KitKat แล้ว Google ยังประกาศอุปกรณ์ที่จะได้รับการอัพเกรดเป็นเวอร์ชั่นล่าสุด ได้แก่ Nexus 4, Nexus 7, Nexus 10, Galaxy S4 กับ HTC One Google Edition โดยจะเริ่มต้นในสัปดาห์หน้าครับ
เพิ่มเติมได้ที่ TheVerge
สนับสนุนเนื้อหา: Arip

วันอาทิตย์ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

กูเกิลเปิดตัว Nexus 5 อย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น 349 เหรียญ เริ่มขายวันนี้!

กูเกิลเปิดตัว Nexus 5 อย่างเป็นทางการ ราคาเริ่มต้น 349 เหรียญ เริ่มขายวันนี้!
มีข่าวลือหนาหูมาตลอดว่า Nexus 5 กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้ แต่จนแล้วจนเล่ากูเกิลก็ไม่แม้แต่จะประกาศวันเปิดตัวของสมาร์ทโฟนรุ่นดัง กล่าว ทว่าในที่สุด Nexus 5 ก็เปิดตัวอย่างเป็นทางการเงียบๆ แบบไร้งานยิ่งใหญ่ใดๆ
สเปคของ Nexus 5 เราเห็นมาจากข่าวหลุดแทบหมดทุกชิ้นส่วนแล้ว หลักๆ คือใช้ซีพียู Snapdragon 800 ควอดคอร์ ความถี่ 2.26GHz หน้าจอ 4.95 1080p (445 PPI) หน่วยความจำภายในเริ่มต้นที่ 16GB แรม 2GB รองรับ 4G LTE แล้ว โดย Nexus 5 ยังเป็นสมาร์ทโฟนในซีรีส์ Nexus ที่บางที่สุดเพียง 8.59 มม.
จุดเด่นของ Nexus 5 อยู่ที่กล้องหลังความละเอียด 8 เมกะพิกเซลที่มาพร้อมกับเลนส์ไวแสง บวกกับระบบกันสั่นในตัว (OIS) และโหมด HDR+ ที่จะถ่ายภาพรัวเพื่อรวมเข้ากันเป็นภาพเดียว รวมถึงการสั่งงาน Google Now จากหน้าโฮมสกรีนได้ตลอดเวลาด้วยคีย์เวิร์ด OK Google ไม่ต้องกดปุ่มก่อนใช้อีกต่อไปแล้ว
Nexus 5 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง แอนดรอยด์ 4.4 KitKat ตามคาด รายละเอียดเดี๋ยวอ่านกันในข่าวแยกครับ
สำหรับราคาเปิดตัว Nexus 5 นั้นสูงกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย รุ่นความจุ 16GB เปิดราคามาที่ 349 เหรียญ ส่วนรุ่น 32GB เปิดมาที่ 399 เหรียญ เริ่มขายวันนี้ผ่าน Google Play Store ในสหรัฐฯ แคนาดา ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส เยอรมนี อิตาลี ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ครับ
ที่มา - Google Blog
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย:
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Full Review Galaxy Note3 แบบ No Sponsor

Full Review Galaxy Note3 จาก Samsung

วันนี้ทางทีมงาน Sanook! Hitech บทความดีๆ หลังจากได้ลองเล่น Galaxy Note3 ของ Blogger อย่าง Dr.Bia  คนเก่งของเราในมุมมองของเด็กผู้ชายธรรมดาที่ได้ลองเล่น Samsung Galaxy Note 3 สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดของทางค่าย Samsung การรีวิวครั้งนี้เป็นการรีวิวแบบ No Sponsor ครับ มาชมกันดีกว่าว่ามีอะไรเด็ดๆ จากการรีวิวฝีมือของDr.Bia
สวัสดีครับ สำหรับแฟนเพจ Dr.Bia ทุกคน วันนี้ผมมีการ Review มวยคู่เปรียบ 1 คู่กับ Smart - Phone ส่งท้ายปี 2013 สำหรับทั้งสองค่ายวันนี้ผมจะมาพูดถึง Galaxy Note3 ครับ ซึ่งตอนนี้ได้ทำการวางจำหน่ายบ้านเราเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่หากเอาเครื่องศูนย์มา Review ก็คงไม่ใช่ Dr.Bia ผมเลยจัด Note3 4G LTE Snapdragon ตัวแรงสุดโค้งมาทดสอบในคราวนี้เลย อย่าพลาดทุกช็อดนะครับ เพราะถ้าพลาดรับรองว่า คุณจะงงต่อไปว่ามันดียังไง
 โดย ปกติเกือบทุกรุ่นของซัมซุงจะให้ปลั้ก 3 ขาแบบหลอกๆมา ซึ่งที่ผมบอกว่าหลอกมันคือปลั้กขาที่ 3 ทำจากพลาสติกครับไม่ใช่เหล็กแบบของ iPhone ครับ แต่ไม่มีปัญหาเรื่องการใช้งานครับ ใช้ได้ปกติเลย
หูฟังของ Note3 มาแบบใหม่ที่ดีกว่า Note2 อยู่ตรงที่ว่า สายจะเป็นแบบสายแบน ขนาด 2.2 mm หัวเสียบ 3.5 mm มาตรฐานทั่วๆไป เป็นแบบ in-ear ถามว่าเสียงเป็นไง ? เสียงดีกว่า Ear-Pod ครับ จบนะ เพราะ in-ear ย้อมดีกว่า หูธรรมดาทั่วไปอยู่แล้วเรื่องการเก็บเสียง แต่ถ้าไปวัดกับ Apple in-ear คุณภาพไม่ต่างกันครับ
 ฝาหลังเหมือนเดิม เป็นพลาสติกครับ โดยที่ขอบๆ ของเครื่องนั้นถูกทำมาให้สีมันดูเหมือนทำมาจากเหล็กผสม หรืออลูมิเนียม แต่ขอโทษครับมันคือพลาสติกอัดแข็งครับ + ชุบโคเมียมครับ ถามตกก็แตกได้เหมือนกันครับ  
 แต่ก็ไม่ใจร้ายนะครับ ฝาหลังทำจากพลาสติก แต่ข้างหลังเป็นหนังแบบกระกบมา หนังทำมาจาก หนังสังเคราะห์แบบบางๆ ให้ความรู้สึกได้ว่านุ่มมือมากครับ และถ้าเปื้อนอะไรก็สามารถเช็ดออกได้เช่นกันครับ 
ด้านในเป็นแบตเตอรี่ขนาด 3200 mAh ถ้าเล่นทั้งวัน 3G สบายๆ ครับ ไม่มีปัญหาเรื่องแบตแดงหรือเกลี้ยงแน่นอน ที่ใส่ซิมยังคงเป็น Micro-Sim และ ย้ายตำแหน่ง SD Card มาไว้เหนือซิมด้วยการเสียบเข้าไปได้เลย รวมๆ น้ำหนักเครื่องพอๆ กับ Samsung Galaxy Note 2 นะครับ 
 เมนูออกมาแบบมาใหม่โดยการแยกออกเป็นหมวดหมู่มากกว่าเดิมเข้าใจง่ายกว่าเดิม และที่สำคัญเรายังสามารถที่จะเรียนรู้การใช้งานคำสั่งพิเศษของพวกการโบกมือ หรือ สายหัวรับสาย และอื่นๆ อีกมากมาย
 ซึ่งส่วนใหญ่ๆ ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก Samsung Galaxy S4 มากนะครับ แต่ความน่าใช้มันอยู่ที่ขนาดสำหรับคนที่ชอบอะไรทำงานสะดวกๆ ไม่ต้องพก Tablet อีกเครื่อง 
ด้วยสเป็คความแรงของมัน อันนี้บอกตรงๆ ว่าปลื้ม เพราะเครื่องศูนย์ไทยจะเป็น CPU 4 Core 1.9 แต่เครื่องนอก Snapdragon จะเป็น 4 Core 2.3 แรงกว่าแบบไม่ต้องสืบ ประหยัดไฟมากกว่าไม่ต้องห่วง แถมยังมีกราฟฟิคชิพมาเพิ่มอีก 1 ตัวเป็น Aderno 
 จับมา benchmark ผลก็ตามภาพครับ ถ้าเทียบกับรุ่นอื่นๆอย่าง LG G2 ก็สู่สีจนน่าสนใจมาก แต่ Note3 ลูกเล่นเยอะกว่านะครับ แต่ถ้ามองรุ่นเก่าๆ ก็อย่าเอามาเทียบเลยครับ วัดกันยากกว่าหลายประเด็นครับ 
แป้นพิมพ์ไทย, อังกฤษก็สะดวกปุ่มใหญ่พิมพ์สบาย และการใช้งานสลับภาษา แทรกอักษรต่างๆก็ทำได้โดยง่ายแค่กดเหมือนกันครับหรือจะเอาปากกาเขียนเลยก็ได้ครับ ได้ทั้งหมดแล้วแต่เราสะดวกแบบไหน
 ตัวปรับแต่งการเชื่อมต่อ และ ทางลัดต่างๆ ทำได้โดยการรูดลงมาแบบเดิมครับ เปรียนตำแหน่งต่างๆได้เหมือนเดิม ไม่มีอะไรแปลกใหม่ครับ
 เรื่อง ดู VDO ไม่ต้องห่วงครับเต็มจอภาพไม่แตก ลื่นไหลสบาย เพราะหน้าจอมีความระเอียดสูง และเมื่อเล่น YouTube จะตัดเป็น HD ทันทีที่เราวางแนวนอนครับ ลูกเล่นเหมือน iPhone ครับ
 ดึงปากกาออกมาก็จะพบกับ เมนูทางลัดการจดบันทึกต่างๆทันที ปากกาเป็นเลเซอร์ชี้จุดบนหน้าจอ โดยที่เราไม่ต้องวางปากกลงไปด้วย ไม่ว่าจะแคปภาพ หรือ แต่งภาพทำได้โดยง่ายครับ
ในส่วนของกล้องถ่ายภาพ ก็มีความระเอียดสูงมากครับ ไม่ต้องห่วงเรื่องภาพแตกไม่ชัด เพราะชัดเทียบเท่ากับ iPhone 5S เผลอๆดีกว่า แต่ขาดไปอย่างเดียว iPhone 5S แท็กเจอร์ดีกว่าครับ ทำให้ได้ภาพที่สมบูรณ์ดูสบายตากว่าครับ ความละเอียด 13 ล้านถ่ายสโลโมชั่นได้แบบเดียวกัน แต่ VDO ถ่ายความละเอียดสูงสุด 4K ครับ เทพที่สุด ณ ตอนนี้ครับ
ในส่วนของเกมก็ลื่นและไหลสบายครับ เล่นได้ไม่มีสะดุดครับ ภาพไม่ได้แตกต่างอะไรจาก iPhone ครับยกเว้นเรื่องรายละเอียดที่ Android จะปรับอะไรได้เยอะกว่าเท่านั้นเอง 
 App ก็ไม่ได้มีความแตกต่างจาก iOS เท่าไรครับหลักๆ Line , instagram , ทุกอย่างมีในทั้งสอง OS แต่ Facebook ของ iOS นั้นมีการอัพเดทไปใกล้กว่าของ Android ครับ แต่รวมๆเหมือนกันเกือบทั้งหมดครับ
 ทดสอบ การเล่น web ก็เร็วใช้ได้ดีมากครับ ไม่ว่าจะเข้าเว็ปอะไรไม่มีค้างไม่มีสะดุด แถมไวกว่า iOS ครับ เพราะบางเว็ปที่มีการรัน Flash iOS จะช้าไปนิดนึง เพราะเล่น Flash ไม่ได้เท่านั้นเองครับ
 อีก 1 ฟังก์ชันสำคัญที่น่าใช้ก็คือ 2 หน้าจอนั้นเองครับ ทำงานพร้อมกันอย่างดู YouTube ไปด้วย เล่น Facebook ไปด้วยก็ไม่มีัปัญหาสะดุดครับ สบายๆ
 EQ ของ Music ติดเครื่องมี Amp ติดมากับ App ด้วยนะครับ เรื่องเสียงเอาหัวเป็นประกันไม่ต้องเบิร์นไฟล์ให้เสียเวลา Note3 แจ๋มกว่าเยอะครับ EQ หลากหลาย มิติเสียงแยกชัดกว่า จังหวะเสียงดีกว่าครับ คอนเฟิร์ม 
 ก็อย่างว่า App ใน Play Store มันก็ไม่ได้ต่างอะไรจาก Apple Store ครับเพราะเหมือนๆกันจะต่างกันได้ไงละ เพราะ App เดียวกันคนพัฒนาคนเดียวกัน มันก็มีทั้งคู่ไงครับ ^^
สเปค Samsung Galaxy Note 3 (Note III) เครื่องศูนย์ไทย อ่านดีๆนะ เพราะต่างกันเยอะ
- ขนาดของตัวเครื่อง 151.2x79.2x8.3 มิลลิเมตร
- น้ำหนักของตัวเครื่อง 168 กรัม
- หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 1920 x 1080 พิกเซล
- ชิปประมวลผล Exynos 5 Octa 5420 ความเร็ว 1.9 GHz แบบ Octa-Core (สำหรับรุ่นที่ขายในไทย)
- ชิปประมวลผลกราฟฟิค Mali-T628 MP6 
- หน่วยความจำ (RAM) 3 GB
- หน่วยความจำภายใน สำหรับเก็บข้อมูลขนาด 32 GB
- รองรับหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุด 64 GB
- กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED
- กล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- แบตเตอรี่ขนาด 3200 mAh- รองรับการเชื่อมต่อ 3G, WiFi, GPS, A-GPS, NFC
- ระบบ Accelerometer Sensor, Proximity Sensor, Gyro Sensor
- ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 (Jelly Bean)
 สเปค Samsung Galaxy Note 3 (Note III) เครื่องนอกที่เอามา รีวิว
- ขนาดของตัวเครื่อง 151.2x79.2x8.3 มิลลิเมตร
- น้ำหนักตัวเครื่อง 168 กรัม
- หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด 1080x1920 พิกเซล (386 ppi) แบบ Super AMOLED
- ชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 800 ความเร็ว 2.3 GHz แบบ Quad-Core
- หน่วยความจำ (RAM) 3 GB
- หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บข้อมูลขนาด 32GB
- รองรับการ์ดหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD สูงสุด 64 GB
- กล้องดิจิตอลด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED
- รองรับการถ่ายวีดีโอ ที่ความละเอียดสูงสุดในระดับ UHD (4K) ความละเอียด 3840 x 2160 พิกเซล
- กล้องดิจิตอลด้านหน้า ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- รองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi, Bluetooth 4.0, USB 2.0, NFC
- มีระบบ GPS และ A-GPS ในตัว
- แบตเตอรี่ขนาด 3200 mAh
- เซ็นเซอร์ Accelerometer, Gyroscope, Compass, Thermometer, Barometer, Humidity
- เซ็นเซอร์ Light sensor, Proximity sensor
- ระบบปฏิบัติการ Android 4.3 Jelly Bean
สรุปสั้นๆ
ใครชอบอะไรจับถนัดไม่เกี่ยงเรื่องขนาด ผมว่ามันเป็นตัวเลือกที่ดีอีก 1 ตัวในราคา Start ที่ 21500 - 23800 บาทเท่านั้นเอง และกล้องก็ชัดในระดับที่ดูดี แถมปากกามีลูกเล่นที่เยอะมาก และ คำสั่งมือแค่โบกเราก็รับสายวางสาย ได้ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ครบในเครื่อง แถมแบตก็มาอึดมาก และใช้งานหนักๆ ใน 1 วันสบายๆ
เรื่องการฟังเพลง ดู VDO บอกตรงๆกินขาดเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่กว่าความระเอียดดูดีกว่า และฟังเพลงผ่านหูฟัง ตัวเลือกนี้เด็ดจริงอะไรจริง ผมคอนเฟิร์ม ฟังในนี้เสียงก็ฟังได้ดีนะครับ
จบละ....
สนับสนุนเนื้อหา: Dr.Bia