แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ samsung galaxy แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ samsung galaxy แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2558

พรีวิวโทรศัพท์มือถือ Samsung Galaxy S6 มาต่อจากนั้น!

 มาแล้ว! โหมโรงพร้อม Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน หน้าจอ 5.1 นิ้ว ตัวเครื่องโลหะ กับกล้อง 16 ล้านพิกเซล จำหน่าย 10 เมษายนนี้
เริ่มอย่างเป็นทางการไปแล้ว ด้วย Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่เรียกได้ว่า เป็นรุ่นที่ทาง ซัมซุง คิดใหม่ทำใหม่ เลยก็ว่าได้
ซึ่งความเปลี่ยนแปลงอย่างแรก ที่สังเกตเห็นได้อย่างชัดเจน นั่นก็คือ ดีไซน์ใหม่ โดยเปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็น ตัวเครื่องโลหะผสมกระจก อีกทั้งยังบางลงกว่าเดิม จับได้ถนัดมือมากขึ้น ซึ่งก่อนที่ Samsung Galaxy S6 จักเริ่มพร้อมกับวางจำหน่ายในไทยอย่างเป็นทางการ เรามาชม พรีวิว Samsung Galaxy S6 กันก่อนว่า มือถือเรือธงรุ่นล่าสุดนี้ จะน่าใช้กว่าเดิม ด้วยกันมีดีไซน์ที่สวยขึ้นมากแค่ไหน
src=http://p3.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/2.jpg src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/3.jpg src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/4.jpg src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/5.jpg
มาเริ่มทำกันที่ ดีไซน์ ของ Samsung Galaxy S6 กันก่อน โดยรุ่นนี้ ถือว่าเป็นรุ่นแรกในตระกูล Galaxy S ที่เปลี่ยนจาก ตัวเครื่องพลาสติก มาเป็นตัวเครื่องแบบโลหะผสมกระจก ซึ่งกระจกที่ใช้บน Samsung Galaxy S6 นั้นก็คือ Gorilla Glass 4 ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงเป็นพิเศษอยู่แล้ว
เหตุด้วยปุ่ม Home นั้น ยังคงมี เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ เช่นเดียวกับ Samsung Galaxy S5 แต่ได้เปลี่ยนวิธีการสแกนใหม่ จากการรูดแล้วลากขึ้น กลายเป็นแตะเพื่อปลดล็อคแทน เรียกได้ว่า สะดวกต่อการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/6.jpg
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED Display ความละเอียด 1440 x 2560 พิกเซล (QHD) โดยมีจำนวนพิกเซลต่อตารางนิ้วสูงถึง 577 ppi ที่ช่วยทำให้การแสดงผลภาพในที่กลางแจ้ง ดีขึ้นกว่ารุ่นก่อน ส่วนหน่วยประมวลผล ใช้ชิปเซ็ต Exynos 7420 แบบ Octa-Core Processor (64-bit) ที่ผลิตโดยสถาปัตยกรรม 14nm รุ่นแรกของโลก พร้อมหน่วยความจำ RAM 3 GB ซึ่งจักช่วยทำให้ประมวลผลได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น แต่ใช้พลังงานแบตเตอรี่น้อยลง
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/7.jpg
มากันที่เรื่องของกล้องถ่ายรูปกันบ้าง เพราะ Samsung Galaxy S6 รุ่นนี้ ดูเหมือนว่า ทางซัมซุง จะเน้นเรื่องการถ่ายรูปเป็นพิเศษ เนื่องจากใช้เลนส์ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุด F/1.9 ทั้งกล้องด้านหน้า พร้อมกับด้านหลังนั่นเอง เพราะกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องด้านหลัง ความละเอียดอยู่ที่ 16 ล้านพิกเซล นอกจากนี้ ยังมีฟีเจอร์ Quick Launch ที่รอบรู้เข้าใช้งานกล้องได้อย่างรวดเร็วในเวลา 0.7 วินาที แค่ดับเบิลคลิกที่ปุ่ม Home ครับ
เนื่องด้วยใครที่กังวลเรื่องแบตเตอรี่หมดไว เพราะตัวเครื่องมาพร้อมหน้าจอแบบ QHD นั้น คงจะหายห่วงกันไปได้เลย เหตุเพราะ Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับฟีเจอร์ Fast Charging ด้วยการชาร์จเท่าแค่ 10 นาที แต่ทำเป็นใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังรองรับการชาร์จแบตเตอรี่แบบไร้สายอีกด้วย
ส่วนบริการน้องใหม่แกะกล่องอย่าง Samsung Pay บริการชำระเงินสร้างผ่านมือถือ เรียกได้ว่า น่าสนใจมากเลยทีเดียวครับ ด้วยการใช้เทคโนโลยี NFC ด้วยกัน Magnetic Secure Transmission (MST) จากบริษัท LoopPay ที่ซัมซุงเพิ่งจักเข้าซื้อกิจการไปคราวไม่นานมานี้ นอกจากนี้ ยังรับประกันความปลอดภัย ด้วยเทคโนโลยี Samsung KNOX บวกกับระบบสแกนลายนิ้วมือนั่นเอง
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/8.jpg
เหมือนแค่การ พรีวิว Samsung Galaxy S6 ในเบื้องต้น ก็คงทำให้ มือถือเรือธงน้องใหม่ล่าสุดรุ่นนี้ น่าใช้และน่าสัมผัสกันบ้างอย่างแน่นอน ส่วน Samsung Galaxy S6 จะควงคู่มาพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge เริ่มในไทยปางไหร่ พร้อมทั้งจะเคาะค่าเริ่มต้นต้นที่เท่าไหร่นั้น คงต้องติดตามกันต่อไปครับ - phonearena.com
สรุปสเปค ฟีเจอร์ พร้อมด้วยคุณสมบัติที่น่าสนใจของ Samsung Galaxy S6
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/9.jpg
เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ด้วยว่า Samsung Galaxy S6 มือถือเรือธงรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ในปีนี้ โหมโรงพร้อมกับ Samsung Galaxy S6 edge มือถือขอบจอโค้ง 2 ด้าน ตามข่าวโจษจันก่อนหน้านั้นนั่นเอง
เพราะดีไซน์ของทั้ง Samsung Galaxy S6 พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6 edge นั้นตรงกับภาพหลุดที่ปูดออกมาก่อนหน้า ไม่ว่าจะเป็น กรอบตัวเครื่องแบบโลหะ, บอดี้แบบกระจกทั้งด้านหน้า พร้อมด้วยด้านหลัง ที่ทำให้ Samsung Galaxy S6 นั้น ดูพรีเมียมกว่ารุ่นก่อนหน้ามากเลยทีเดียว
src=http://p4.isanook.com/hi/0/ud/279/1395065/10.jpg
Samsung Galaxy S6 edge
นอกจาก Samsung Galaxy S6 จะชูจุดเด่นในเรื่องของ ดีไซน์ เป็นหลักแล้ว ยังมาพร้อมกับกล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล ที่มีรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ช่วย ในเรื่องของการถ่ายภาพในที่แสงน้อยเป็นหลัก ทำให้ได้ภาพที่คมชัด และสว่างสดใสมากกว่า มือถือรุ่นอื่นๆ นอกจากนี้ ยังรองรับการทำธุรกรรมแบบออนไลน์ กับ Samsung Pay ระบบการ จ่ายเงินพ้น NFC พร้อมทั้ง Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay ที่ซัมซุงได้เข้าซื้อกิจการไปทันทีที่ไม่นานนี้นั่นเอง
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลกว้าง 5.1 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล (577 ppi) ซึ่งกระจกหน้าจอนั้น เป็นแบบ Corning Gorilla Glass 4 ที่ทางซัมซุง การันตีว่า มีความแข็งแรงทนทานมากเป็นพิเศษ ด้วยกันไม่โค้งงออีกด้วย
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับชิปเซ็ต Exynos 7420 ที่ทางซัมซุงพัฒนาเอา เพราะว่าเป็นชิ ปเซ็ตแบบ 64-bit ประกอบไปด้วย หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Cortex-A57 Processor ความเร็ว 2.1 GHz ด้วยกัน Quad-Core Cortex-A53 Processor ความเร็ว 1.5 GHz, หน่วยประมวลผลภาพกราฟิค Mali-T760 GPU กับหน่วยความจำ RAM ขนาด 3 GB ส่วนหน่วยความจำภายในตัวเครื่อง มีให้เระบือก 3 ขนาดความจุด้วยกัน ได้แก่ 32 GB, 64 GB ด้วยกัน 128 GB ซึ่ง Samsung Galaxy S6 ไม่ทำได้เพิ่มหน่วยความจำภายนอกแบบ microSD Card ได้ครับ
นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังรองรับ LTE Cat.6, Wi-Fi ac, Bluetooth 4.1, NFC, GPS + GLONASS พร้อมทั้ง Beidou, IR blaster รวมไปถึงวิทยุ FM radio
รัน Android 5.0 (Lollipop) พร้อม TouchWiz ดีไซน์ใหม่
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 (Lollipop) ตั้งแต่แกะกล่อง ครอบทับด้วยTouchWiz UI เวอร์ชันใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการออกแบบใหม่ มีดีไซน์ที่เรียบง่ายขึ้น พร้อมกับน่าใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม
กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายรูปในที่แสงน้อย
อีกหนึ่งฟีเจอร์ที่ทาง ซัมซุง ภูมิใจนำเสนอ นั่นก็คือ กล้องด้านหลัง ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์แบบ ISOCELL กับระบบกันภาพสั่นแบบ OIS นอกจากนี้ Samsung Galaxy S6 ยังมาพร้อมกับรูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 ที่ทางซัมซุง คอนเฟิร์มว่า หมดห่วงเรื่องการถ่ายรูปในที่แสงน้อยไปเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังมีไฟแฟลชแบบ LED ด้วยกัน Heart Rate Sensor วัดอัตราการเต้นของหัวใจที่ด้านหลังตัวเครื่องอีกด้วย
ส่วนกล้องด้านหน้า มาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้างสูงสุดที่ F/1.9 เช่นกัน นอกจากนี้ ยังมีระบบเปิดกล้องเร็วเพียง 0.7 วินาที (Quick Launch) ด้วยการกดที่ปุ่ม Home 2 ครั้ง
เปรียบเทียบภาพถ่ายของกล้องด้านหลัง ระหว่าง iPhone 6 Plus พร้อมกับ Samsung Galaxy S6
เปรียบเทียบการถ่ายวีดีโอ ระหว่าง iPhone 6 Plus ด้วยกัน Samsung Galaxy S6
Fast Charging ชาร์จแบตได้เร็วขึ้น
Samsung Galaxy S6 มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 2550 mAh ซึ่งไม่เชี่ยวชาญถอดแกะฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ได้อีกถัดจาก ทำให้ทางซัมซุง ได้เริ่มฟีเจอร์ใหม่ นั่นก็คือ Fast Charging ด้วยการชาร์จพ่าง 10 นาที แต่อาจจักใช้งานได้นานถึง 4 ชั่วโมง ซึ่ง ชาร์จเร็วกว่า Samsung Galaxy S5 ถึง 1.5 เท่า ด้วยกันขณะเทียบการชาร์จในระยะเวลาที่เท่ากัน Samsung Galaxy S6 จะอยู่ได้นานกว่า iPhone 6 ถึง 50% ครับ
Samsung Pay ระบบการชำระเงินบนมือถือแบบใหม่
ภายหลังที่ซัมซุงเข้าซื้อกิจการของ LoopPay ไปพอไม่นานมานี้ ก็ได้เริ่มเทคโนโลยีที่มากับบริษัทดังกล่าว ภายใต้ชื่อ Samsung Pay นั่นเอง เพราะ Samsung Pay รองรับการใช้งานทั้ง Visa พร้อมทั้ง Mastercard ซึ่งนอกจากจะจ่ายทะลุเทคโนโลยี NFC แล้ว ยังเป็นได้ใช้งานทะลวง Magnetic Secure Transmission (MST) ซึ่งเป็นอุปกรณ์เสริมจาก LoopPay นั่นเอง ทำให้มีร้านค้ารองรับบริการดังกล่าวกว่า 30 ล้านร้านค้าทั่วโลกเลยทีเดียว
นอกจาก Samsung Pay จะรองรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตลอดโทรศัพท์มือถือแล้ว ยังรองรับการจ่ายตัดผ่านบัตรเติมเงิน พร้อมทั้งบัตรของขวัญอีกด้วย ส่วนในเรื่องของความปลอดภัย มี Samsung KNOX พร้อมทั้ง ARM TrustZone รองรับอีกทีครับ
Samsung Pay จะเปิดให้ใช้บริการในช่วงหน้าร้อนนี้ ในสหรัฐฯ พร้อมทั้งเกาหลีใต้ก่อน โดยในช่วงแรก รองรับการใช้งานเฉพาะบน Samsung Galaxy S6 ด้วยกัน Samsung Galaxy S6 Edge เท่านั้น
มูลค่า พร้อมกับ วันวางจำหน่าย Samsung Galaxy S6 ในไทย
ในงานเปิดตัว ทางซัมซุง ได้ประกาศว่า จะวางจำหน่ายทั้ง Samsung Galaxy S6 พร้อมด้วย Samsung Galaxy S6 Edge ในวันที่ 10 เมษายนนี้ ใน 20 ประเทศ แต่ยังไม่ได้มีการระบุว่า มีประเทศใดบ้าง งานนี้ สาวกซัมซุงในไทย คงต้องไปลุ้นกันอีกทีว่า ประเทศไทย จะมีระเบียนอยู่ใน 20 ประเทศแรกหรือไม่ก็ไม่ ส่วนมูลค่า ยังไม่มีการเปิดเปิดเผยในงาน
อย่างไรก็ดี ก่อนที่จะมีงานเริ่ม Samsung Galaxy S6 กับ Samsung Galaxy S6 edge ได้มีข้อมูลสนนราคาของทั้ง 2 รุ่นตีแผ่ออกมา ทั้ง 3 ขนาดความจุ สรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ครับ
มูลค่า Samsung Galaxy S6 (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB :€749 (คะเน 27,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB :€849 (คาดคะเน 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB : €949 (คาดว่า 34,000 บาท)
ราคา Samsung Galaxy S6 edge (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB :€849 (คาดคะเน 31,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB :€949 (ราวๆ 34,000 บาท)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB : €1049 (กะ 38,000 บาท)
ซึ่งมูลค่าข้างต้นนี้ เป็นมูลค่าที่อยู่ในประเทศแถบโซนยุโรป แน่นอนว่า มีราคาที่สูงกว่า ประเทศในแถบเอเชีย อย่างบ้านเราเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่ถ้าสมมติว่าเรามาลอง คำนวณ มูลค่า Samsung Galaxy S6 แบบคร่าวๆ สมมติให้ ราคา Samsung Galaxy S6 เท่ากับ มูลค่า Samsung Galaxy S5 ตอนโหมโรง ที่ 23,800 บาท
ส่วนมูลค่า Samsung Galaxy S6 edge ให้อ้างอิงจากมูลค่า Samsung Galaxy Note Edge (แต่สมมติให้ถูกกว่า 1,000 บาท) จักสรุป ราคา Samsung Galaxy S6 พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6 Edge ในไทย ได้ดังนี้
ค่า Samsung Galaxy S6 ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 32 GB ราคา 23,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 64 GB สนนราคา 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 ความจุ 128 GB ราคา 31,800 บาท

ราคา Samsung Galaxy S6 edge ในไทย (อย่างไม่เป็นทางการ)
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 32 GB สนนราคา 27,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 64 GB ค่า 31,800 บาท
- Samsung Galaxy S6 edge ความจุ 128 GB ราคา 35,800 บาท
อย่างไรก็ดี สนนราคา Samsung Galaxy S6 พร้อมทั้ง Samsung Galaxy S6 edge ในไทยข้างต้น เป็นการเกือบการเท่านั้น ไม่ใช่สนนราคาจริงแต่อย่างใด ต้องติดตามกันถัดว่า ซัมซุง ประเทศไทย จะประกาศราคาของทั้ง 2 รุ่น ไว้ที่เท่าใดครับ

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1395065/

วันอาทิตย์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2558

Samsung Galaxy S6 Edge กับ 5 สิ่งที่ลื้ออาจยังไม่รู้ ?

การโหมโรง Samsung  แบบ แพ็คคู่ แม้ดีไซน์ด้วยกันฟีเจอร์เพราะว่ารวมแทบไม่ต่างกัน แต่ความน่าสนใจของ Galaxy S6 Edge อยู่ที่หน้าจอแสดงผลที่โค้งเอียงลงทั้งด้านซ้ายกับขวา ซึ่งนอกจากจะเป็นการแสดงเทคโนโลยีด้านจอภาพของ Samsung เองแล้ว Galaxy S6 Edge ยังมีอีก 5 เรื่องที่คุณอาจไม่รู้มาก่อน ?
1. หน้าจอด้านข้างเสมือนจอที่สอง
Galaxy-S6-edge
หน้าจอที่โค้งเอียงลงมาด้านข้างของ Galaxy S6 Edge ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อความเลิศหรู แต่มันทำเป็นเป็นหน้าจอแสดงผลเหรอแจ้งเตือนได้ พร้อมกับสนับสนุนให้ผู้ใช้สามารถกำหนดแอพพลิเคชันที่ใช้บ่อยครั้ง เพราะการเรียกใช้งานได้อย่างรวดเร็ว
2. แบตเตอรี่กับการทำงานร่วมกับชิปประมวลแบบใหม่ 
แม้ Galaxy S6 Edge จักให้แบตเตอรี่ความจุเช่น 2600 mAh ซึ่งน้อยกว่าที่หลายคนคาดหวัง แต่ด้วยชิปประมวลรุ่นใหม่ที่ Samsung ระบุว่าเป็นการออกแบบภายใต้สถาปัตยกรรม 14 นาโนเมตร จักคอยช่วยจัดสรรการใช้พลังงานได้อย่างประสิทธิภาพ รวมไปถึงเป็นการลดการใช้ พลังงาน ส่งผลดีต่อชั่วโมงการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น
3. แบตเตอรี่ถอดไม่ได้อีกถัดไป
Galaxy-S6-edge-3
หลายคนที่ใช้สมาร์ทโฟนของ Samsung อาจคุ้นเคยกับการเปลี่ยนแบตเตอรี่ เหรอการถอดแบตเตอรี่ในกรณีที่เครื่องค้าง เป็นต้น แต่เพราะด้วยใน Samsung Galaxy S6 Edge ใช่ไหม Galaxy S6 จะไม่อาจจะถอดแบตเตอรี่ได้อีกจากนั้น ดังนั้นสมมุติแบตเตอรี่ใกล้จะหมดทางเโจษจันกที่ช่วยยืดชั่วโมงการใช้งาน คือการใช้ Ultra Saving Mode หรือการใช้ Power Bank นั่นเอง
4. ตำแหน่งของลำโพง
Galaxy-S6-edge-2
แม้สาวก iPhone จักแอบเหน็บแนมว่าบางส่วนของการออกแบบ Samsung Galaxy S6 Edge ไม่ก็ Galaxy S6 จักมีความคล้ายคลึงกับ iPhone 6 / iPhone 6 Plus อาทิ ตำแหน่งลำโพงที่ถูกเคลื่อนย้ายมาอยู่ด้านล่างตัวเครื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้มาพร้อมกับประสิทธิภาพของเสียงที่ดีขึ้นพร้อมทั้ง ความดังที่มากขึ้นเช่นกัน
5. Micro SD ไม่มีอีกแล้ว
ความจุภายในของ Samsung Galaxy S6 Edge ไม่ก็ Galaxy S6 ริเริ่มต้นที่ 32 GB, 64 GB ด้วยกัน 128 GB ตามลำดับ ซึ่งสิ่งที่คู่กับตระกูล Galaxy S มาเพราะตลอดนั่นคือ micro SD เหตุด้วยการเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูล แต่ในเจเนอเรชั่นที่ 6 ทาง Samsung ได้ตัดสิ่งนี้ออกไป พร้อมกับยกเทคโนโลยีใหม่ที่เรียกว่า Universal Flash Storage หน่วยความจำใหม่ที่พัฒนาขึ้นเพราะ Samsung ช่วยให้การอ่านหรือเขียนข้อมูลทำได้เร็วพร้อมด้วยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
Samsung Galaxy S6 Edge เตรียมวางขาย 10 เมษายน ศกนี้
ภาพจาก Wired

วันพุธที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ชมกันชัดๆ Android L vs iOS 8 แบบไหนน่าใช้กว่ากัน

ชมกันชัดๆ  vs iOS 8 แบบไหนน่าใช้กว่ากัน
ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทั้ง กูเกิล และ แอปเปิล ต่างชิงความเป็นที่ 1 ในเรื่องของ ระบบปฏิบัติการมาโดยตลอด และได้พัฒนาให้มีความล้ำหน้ามากขึ้นเรื่อยๆ โดยเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน ที่ผ่านมา แอปเปิล ได้เปิดตัว iOS 8 ที่สร้างความ Wow หลายๆ อย่าง ให้กับสาวก iOS เป็นอย่างมาก
ส่วนทาง กูเกิล เอง ก็ไม่น้อยหน้า เปิดตัวระบบปฏิบัติการ Android L ที่พัฒนาขึ้นมาจาก KitKat โดยเฉพาะในเรื่องของ แบตเตอรี่ ที่พิสูจน์แล้วว่า อึดกว่า KitKat อย่างแน่นอน มาชมกันครับว่า ถ้าหากเรานำ iOS 8 vs Android L มาเปรียบเทียบกัน จะแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนจะน่าใช้กว่า
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038181.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038252.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047039373.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047039454.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038505.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047039596.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038647.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038738.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_14047038829.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470399310.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470400011.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470390812.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470392113.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470393014.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201407/images_140470393915.jpg
 รายละเอียดเพิ่มเติม : phonearena.com
 สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

ระทึก ! Samsung Galaxy S Duos 2 ตัวโชว์หน้าร้าน ระเบิดในไทย

ระทึก ! Samsung Galaxy S Duos 2 ตัวโชว์หน้าร้าน ระเบิดในไทย
เมื่อคืนวานนี้ (6 กรกฎาคม 2557) ยูสเซอร์ “โจโจ้กิ๊กก๊อก” ได้โพสต์ภาพในเว็บไซต์ Pantip เป็นเศษซากสมาร์ทโฟนSamsung Galaxy S Duos 2 รุ่น Demo หรือตัวโชว์หน้าร้านหลังเกิดระเบิดขึ้น ณ สถานที่แห่งหนึ่งในไทย
samsung-galaxy-s-duos-2-bomb-thai
ในข้อมูลเบื้องต้น ยูสเซอร์ “โจโจ้กิ๊กก๊อก” ระบุว่า เครื่อง s dous 2 demo โชว์หน้าร้าน แบตระเบิดกลางโต๊ะโชว์ โชคดีไม่มีใครเป็นอะไร ซึ่ง ตามภาพที่ปรากฎยังมีเศษซากที่มีไฟลุกไหม้อยู่ โดยขณะนี้เหตุการณ์ดังกล่าวยังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบ และยังไม่มีการออกมาชี้แจงใดๆจาก Samsung
samsung-galaxy-s-duos-2-bomb-thai-2
ทั้งนี้ Samsung Galaxy S Duos 2 รุ่น Demo เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งการระเบิดจากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่นับเป็นสิ่งที่เราต้องติดตามว่าเกิดขึ้น เนื่องจากสาเหตุใดกันแน่
ที่มา Pantip 
สนับสนุนเนื้อหา: Arip

วันอังคารที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2557

เปิดราคา Oppo Find 7 ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 19,990 บาท เริ่มขายวันนี้

เปิดราคา  ในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ 19,990 บาท เริ่มขายวันนี้
ให้หลังจากการเปิดตัวทั่วโลกเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สมาร์ทโฟนหน้าจอความละเอียดสูงระดับ QHD (2560x1440 พิกเซล หรือ 2K) ตัวแรกของโลกอย่าง Oppo Find 7 ก็เปิดตัวในประเทศไทย พร้อมเปิดราคาทั้งสองรุ่นออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว
Find 7 แบ่งเป็นสองโมเดลหลักๆ คือรุ่นหน้าจอ 5.5 QHD ที่มาพร้อมกับสเปคแรงกว่าด้วยซีพียู Snapdragon 801 หน่วยความจำภายใน 32GB แรม 3GB และแบตเตอรี่จุกว่าเล็กน้อยที่ 3000 mAh จะเรียกว่า Find 7 เฉยๆ ส่วนอีกรุ่นที่ใช้หน้าจอความละเอียดลดลงเป็น FullHD ซีพียู Snapdragon 800 หน่วยความจำภายใน 16GB แรม 2GB และแบตเตอรี่ 2800 mAh จะเรียกว่า Find 7a
ส่วนฟีเจอร์ที่สองรุ่นนี้ได้เท่ากัน คือกล้องความละเอียด 13 เมกะพิกเซลที่สามารถถ่ายภาพความละเอียด 50 เมกะพิกเซล ฟีเจอร์ชาร์จความเร็วสูงกว่าปกติสี่เท่า VOOC
Find 7a นั้นวางขายมาตั้งแต่งาน TME แล้วด้วยราคา 15,990 บาท ส่วน Find 7 เริ่มขายแล้ววันนี้ เปิดราคามาที่ 19,990 บาทครับ
ส่วนลองจับกำลังจะตามมาทีหลังครับ
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: 

วันอังคารที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2557

กสทช. ออกโรงแจ้งผู้ใช้คลื่น 1800 เร่งโอน 15 ก.ย.นี้ ก่อนซิมดับของจริง !!!

กสทช. ออกโรงแจ้งผู้ใช้คลื่น 1800 เร่งโอน 15 ก.ย.นี้ ก่อนซิมดับของจริง !!!
ในช่วงนี้คณะกรรมการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง แม้การเมืองเปลี่ยนแปลง แต่ไม่ส่งผลกระทบใดๆ กลับยิ่งทำให้มีความชัดเจนมากขึ้น การเตรียมประมูลคลื่นความถี่ 1800 MHz และ900 MHz ที่มีกำหนดจัดขึ้นราวเดือนสิงหาคม 2557 และพฤศจิกายน 2557 ยังคงเดินหน้าต่อ โดยภายหลังการหมดอายุสัมปทาน หลังจากที่กสทช.ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็น(ประชาพิจารณ์) การประมูลไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันในทางปฏิบัติตัวเลขของผู้ที่ยังค้างการโอนย้ายเลขหมายคลื่น 1800 ยังมีสูงอย่างน่ากังวล!
news-it
อย่างที่ทราบกันดีว่า ภายหลังสัญญาสัมปทานการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ระบบเซลลูล่า DIGITAL PCN PERSONAL COMMUNICATION NETWORK 1800 ที่บริษัท กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ทำไว้กับ บริษัท ไวร์เลส คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (บริษัท ทรู มูฟ จำกัด) และบริษัท ดิจิตอล โฟน จำกัด (GSM1800) สิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 15 กันยายน 2556 จนถึงขณะนี้ผ่านมาเกือบ 9 เดือนหรือนับถอยหลังถัดจากนี้เหลือเวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่พบว่า ตัวเลขผู้ใช้บริการที่มีการใช้งานเป็นประจำที่ยังคงค้างในระบบในส่วนของทรู มูฟ มีอยู่กว่า 3,200,000 เลขหมาย ตัวเลขผู้ใช้งานน้อยมากหรือไม่มีการใช้งาน มีกว่า 2,300,000 เลขหมาย ในขณะที่ผู้ที่ยังคงค้างโอนของบริษัท ดิจิตอลโฟน จำนวน 5,950 เลขหมาย
ที่ผ่านมา กสทช.ได้เร่งประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลและการเสนอแนะให้เจ้าของเลขหมายและ ประชาชนทั่วไป ตรวจสอบดูว่า ตัวเองอยู่ในข่ายหรือไม่ หากใช่ก็ให้รีบดำเนินการโอนย้ายเลขหมายโดยทันที เนื่องจากหากชะล่าใจรอเวลาไปโอนใกล้ๆช่วงเวลาเส้นตายมาตรการเยียวยาผู้ใช้ คลื่นใน 15 กันยายน 2557 ที่จะถึงนั้น ดูจะเป็นการสุ่มเสี่ยงเกินไป เพราะขีดความสามารถในภาคปฏิบัติการโอนย้ายเลขหมายปัจจุบัน มีเพดานอยู่ที่ 60,000 รายต่อวันก็เต็มที่แล้ว ซึ่งถ้าโอนกันเต็มกำลังความสามารถจากวันนี้ไปจนถึงวันสุดท้ายของมาตรการ เยียวยา ก็ยังเรียกว่า ฉิวเฉียดทีเดียว เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ค้างโอนที่ยังเหลืออยู่
ตามขั้นตอนปฏิบัตินั้น บริษัทผู้ให้บริการทั้ง 2 ราย ได้ประกาศแจ้งให้ลูกค้าทราบแล้ว ถึงการสิ้นสุดการให้บริการคลื่น 1800 โดยทำในหลายช่องทาง ทั้งเว็ปไซต์ GSM 1800 และ true move, ทั้งโดยจดหมายแนบบิลค่าใช้บริการโทรศัพท์, และรวมทั้งผ่าน SMS ของผู้ใช้บริการ รวมถึงการทำโปรโมชั่นทางการตลาด เพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้บริการโอนย้าย
อย่างไรก็ตาม ปัญหาอาจเกิดจากหลายส่วน บางคนไม่สนใจ ในขณะที่บางส่วนเกิดจากการที่ผู้ใช้ไม่ได้ซื้อ ผู้ซื้อไม่ได้ใช้ก็มี ซึ่งโอเปอร์เรเตอร์ทั้ง 2 ค่าย มีการเสนอให้สิทธิในการอัพเกรดในเครือข่ายเดียวกันโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แถมเสนอโปรโมชั่นต่างๆนานา แต่หากไม่พอใจ ลูกค้าจะต้องการย้ายค่ายเบอร์เดิมก็สามารถทำได้เช่นกัน ด้วยการเสียค่าธรรมเนียมเพียง 29 บาท แต่การตลาดที่แข่งขันกันดุเดือดขณะนี้ บางทีนอกจากไม่เสียค่าโอนแล้ว อาจมีโปรโมชั่นของแถมต่างๆมายั่วใจก็ได้ ขอเพียงดึงดูดลูกค้ามาอยู่ในระบบเป็นพอ
ในเรื่องนี้ พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กล่าวว่า ผู้ใช้เลขหมายคลื่นความถี่ 1800 ส่วนใหญ่เป็นลักษณะการใช้งานโทรออก-รับสาย และส่ง SMS เป็นหลัก การใช้งานไม่สลับซับซ้อน ไม่ใช่การส่งภาพหรือใช้อินเตอร์เน็ต ปัญหา คือ ผู้ใช้เลขหมายบางคนไม่ได้เป็นคนซื้อโทรศัพท์หรือดำเนินการเอง เช่น ลูกซื้อให้พ่อ-แม่ คนใช้งานอาจไม่ได้ใส่ใจหรือติดตามข่าวสารว่า เลขหมายของตัวเองอยู่ในข่ายที่ต้องโอน
อย่างไรก็ตามด้วยระยะเวลาที่เหลือเวลาอีกประมาณ 3 เดือนเศษ หากทยอยโอนย้ายเลขหมายก็จะสามารถทำได้ทัน แต่หากรอเวลาแล้วไปเร่งทำการในช่วงใกล้ๆเดทไลน์วันที่ 15 กันยายน 2557 สุดท้ายของเวลามาตรการคุ้มครองผู้บริโภค คิดว่าคงไม่สามารถทำการได้ทัน จึงอยากมาเตือนกันในช่วงโค้งสุดท้าย เมื่อมีใช้สิทธิ์โอนย้ายก็ให้ไปดำเนินการ ก่อนที่จะหมดสิทธิ์ เพราะชัดเจนแล้วว่าเมื่อถึงเวลานั้น ย่อมเป็นเวลาซิมดับของจริง !!
ด้านพ.อ.เศรษฐพงค์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ความคืบหน้าในการโอนย้ายลูกค้าของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน หรือดีพีซี เพื่อปฏิบัติตามประกาศเยียวยา 1800 MHz นั้น ล่าสุดทั้ง 2 บริษัทได้ทำการแจ้งยอดลูกค้าที่ยังคงค้างการใช้งานอยู่บนคลื่นความถี่ย่าน 1800 MHz ประกอบด้วย ทรูมูฟ มีจำนวนลูกค้าเหลืออยู่ทั้งสิ้นราว 5 ล้านกว่าราย และดีซีพีเหลือประมาณ 6,000 ราย
โดยทั้งสองบริษัทฯ ได้เสนอแผนการโอนย้ายลูกค้าที่ค้างการใช้งานอยู่บนคลื่น 1800 MHz ออกจากระบบให้หมดก่อนสิ้นสุดระยะเวลาการดำเนินงานในเดือนกันยายน 2557 นี้ เพื่อให้ลูกค้าได้ใช้งานอย่างต่อเนื่องโดยไม่เกิดเหตุการณ์ซิมดับ
นายศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาทรูทำงานอย่างหนักในการประชาสัมพันธ์ให้ลูกค้าบนคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ ที่มีจำนวนกว่า 17 ล้านรายให้มาดำเนินการโอนย้าย โดยการส่งเอสเอ็มเอสแจ้งเตือนให้ลูกค้าทยอยดำเนินการ ทั้งนี้ลูกค้าสามารถโอนย้ายสู่ทรูมูฟ เอช ที่มีความจุโครงข่าย (คาปาซิตี้) รองรับเพียงพอ โดยมีการจูงใจลูกค้าด้วยการให้ส่วนลดตัวเครื่อง และโปรโมชั่นแพกเกจ ส่วนลดค่าบริการรายเดือน เป็นต้น
สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

โปรโมชั่นงาน Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End

โปรโมชั่นงาน  Hi-End
          เวียนกลับมาพบกันอีกครั้งกับเทศกาลสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ตระดับไฮเอนด์รับกลางปี Thailand Mobile Expo 2014 Hi-End วันที่ 8-11 พฤษภาคม ที่ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยิ่งใหญ่สมชื่อด้วยรุ่นระดับไฮเอนด์ คุณสมบัติระดับท็อป ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน รองรับคอนเทนท์ความละเอียดระดับ 4K เลยทีเดียว พร้อมหน้าจอคมชัด จัดเต็มเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ตามแต่ละแบรนด์จะสรรหามาให้คุณเลือกตามต้องการ
          สำหรับรอบนี้มีสารพัดรุ่น Hi-End พร้อมให้จับจองเป็นเจ้าของครับ ตั้งแต่ระดับราคาหมื่นต้นๆ ยันสองหมื่นกว่าบาท โปรโมชั่นงานนี้จัดเต็มเช่นเคยทั้งผ่อน 0%, Cash Back, ของแถม, ส่วนลด ฯลฯ ที่สำคัญคือ คุณสามารถลองเล่นเครื่องจริงก่อนตัดสินใจซื้อได้เลย !!
สนับสนุนบทความ : thailandmobileexpo
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> thaizones-hitech.blogspot.com

วันอังคารที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2557

Galaxy K รหัสลับใหม่ หรือนี่จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก Samsung (อีกแล้ว ?)

Galaxy K รหัสลับใหม่ หรือนี่จะเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่จาก Samsung (อีกแล้ว ?)

          เมื่อปี 2013 Samsung เปิดแบ่ง Galaxy S4 ออกมาถึง 4 ซีรีส์ ซึ่งในปีนี้เป็นอีกครั้งที่มีการคาดหมายว่าจะมีเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันเกิดขึ้นอีกครั้ง
          เริ่มต้นปี 2014 Samsung เปิดตัว Galaxy S5 ไปแล้ว แต่หลังจากนั้นเริ่มมีการประโคมข่าวถึงซีรีส์ที่จะตามมาอีกเหมือน Galaxy S4 ซึ่งหนึ่งในนั้นได้มีการบอกใบ้รหัสลับออกมาแล้วในชื่อ Galaxy K แต่เท่านี้ยังน้อยไป เพราะอินสตาแกรมของ Samsung Mobile ได้โพสคลิปวีดีโอสั้นแสดงให้เห็นความชัดเจนของการซูมเข้าไปที่ตัวอักษรด้วยอุปกรณ์รุ่นหนึ่ง ด้วยเหตุนี้ทำให้มีการวิเคราะห์ว่าสิ่งที่ Samsung สื่อให้เห็นนั้นคือ Galaxy S5 Zoom นั่นเอง
          ตามข้อมูลจากสื่อต่างประเทศรายงานว่า Galaxy S5 Zoom มากับหน้าจอขนาด 4.8 นิ้ว ความละเอียด 1280 x 720 พิกเซล หน่วยประมวล Exynos 5 บรรจุแรม 2GB รัน Android 4.4.2 KitKat กล้องหลังความละเอียด 20 ล้านพิกเซล มีความสามารถในการซูมได้ในระดับ 10x เช่นเดียวกับ Galaxy S4 Zoom
Samsung Galaxy S5 Zoom เตรียมเปิดตัว 29 เมษายน ศกนี้
ที่มา Phonearena
สนับสนุนบทความ : Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> http://thaizones-hitech.blogspot.com/

วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2557

ลูกค้า ทรูมูฟ-ดีพีซี ไม่ย้ายค่าย ซิมดับแน่

กสทช. ลั่นลูกค้า ทรูมูฟ-ดีพีซี กว่า 7 ล้าน ไม่ย้ายออกภายใน 15 ก.ย.นี้ แน่

          นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า ทางบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และ บริษัท ดิจิตอลโฟน (ดีพีซี) ได้แจ้งจำนวนลูกค้าคงเหลือในระบบบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ 1800 MHz ของทั้ง 2 บริษัทที่ได้สิ้นสุดสัมปทานไปเมื่อ 15 ก.ย.2556 มีรวมทั้งสิ้นราว 7.1 ล้านราย แยกเป็น ลูกค้าทรูมูฟ 7.1 ล้านราย ดีพีซี 1.3 หมื่นราย
          โดยทางดีพีซีได้แจ้งว่าได้เสนอให้เครื่องโทรศัพท์ฟรีกับลูกค้าทุกรายที่ย้ายมาใช้บริการบนคลื่น 2.1 GHz ของบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เนทเวอร์ค จำกัด (AWN) ในเครือเอไอเอส ซึ่งคาดว่าจะสามารถย้ายลูกค้าออกจากระบบได้ทั้งหมดภายในสิ้นเดือนนี้ ส่วนทางทรูมูฟได้ยื่นขอให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) อนุมัติการโอนย้ายลูกค้าทั้งหมดเข้ามาใช้บริการ ทรูมูฟ เอช แต่ กทค.ยืนยันว่าการโอนย้ายต้องได้รับความยินยอมจากลูกค้าก่อนเท่านั้น
          กสทช.จะไม่ขยายเวลามาตรการเยียวยาลูกค้าหลังหมดสัมปทานดังนั้นถ้าลูกค้าของทรูมูฟและดีพีซี ไม่โอนย้ายออกจากระบบเดิมก่อนวันที่ 15 ก.ย.นี้ ซิมจะดับไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป จะไม่มีการย้ายลูกค้าไปยังระบบใหม่ของผู้ที่ชนะประมูลคลื่น 1800MHz ที่ กสทช.จะจัดขึ้นในเดือน ส.ค. จึงกำชับให้ทั้ง 2 ค่ายเร่งส่ง SMS แจ้งให้ลูกค้าในระบบทราบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2557

Facebook Page เปลี่ยนดีไซน์ใหม่ ปรับไทม์ไลน์ให้เหลือแถวเดียว

 ปรับไทม์ไลน์ให้เหลือแถวเดียว

          เพิ่งมีข่าว Facebook ปรับดีไซน์ News Feed ใหม่ ได้ไม่นาน ก็มีการออกมาประกาศว่าจะปรับดีไซน์ Facebook Page เช่นเดียวกัน สิ่งที่ปรับหลักๆ คือเปลี่ยนรูปแบบการแสดงผลโพสต์จาก 2 คอลัมน์ให้เหลือคอลัมน์เดียว (รูปแบบเดียวกับ Facebook Profile) และมีการเพิ่มแถบเครื่องมือให้ผู้ดูแลเพจสามารถเลือกกดเข้าไปจัดการเพจได้ ง่ายขึ้น
Facebook บอกว่าจะปรับหน้าเพจแบบใหม่ให้ได้ใช้กันในสัปดาห์นี้
ที่มา - Facebook for Business
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
บทความโดย: 
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

ปัจจัยสำคัญของการซื้อสมาร์ทโฟน ไม่ได้อยู่ที่ซีพียู แต่อยู่ที่ราคา

ปัจจัยสำคัญของการ ไม่ได้อยู่ที่ซีพียู แต่อยู่ที่ราคา

          สำหรับท่านที่คิดว่า เรื่องขนาดหน้าจอ และซีพียู ถือปัจจัยสำคัญในการซื้อสมาร์ทโฟนมาใช้งานซักเครื่อง คงจะคิดพลาดไปเล็กน้อยครับ เมื่อผลการสำรวจจาก Qualcomm ได้เผยว่า จริงๆ แล้ว ปัจจัยในการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนนั้น ไม่ได้อยู่ที่ซีพียู แต่อยู่ที่ราคา ครับ
          ซึ่งตัวเลขจากการสำรวจ เผยว่า กว่า 71% ของการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนนั้น อยู่ที่ราคาเป็นหลัก ถ้าหากแบ่งในเรื่องของเพศแล้ว พบว่า ผู้หญิง ดูเน้นที่เรื่องราคามากกว่าผู้ชายถึง 76% ครับ แต่ถ้าหากแบ่งตามช่วงอายุ พบว่า อายุ 18-35 ปี เน้นที่สมาร์ทโฟนราคาถูก มากกว่าราคาแพง ในขณะที่ขนาดหน้าจอ มีผลเพียงแค่ 50% เท่านั้น
สำหรับปัจจัยการเลือกซื้อสมาร์ทโฟนจากผลการสำรวจ เป็นดังนี้ครับ
- ปัจจัยการเลือกซื้อสมาร์ทโฟน 3 อันดับแรก คือ ราคา/โปรโมชั่น, อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ และความเร็วของอินเทอร์เน็ต
- ปัจจัยที่มีผลน้อยที่สุดคือ พนักงานขาย และบทความจากเหล่าบล็อกเกอร์
- ผู้ชาย เลือกดูที่ซีพียู มากกว่าผู้หญิง
- ผู้หญิง เลือกยี่ห้อ มากกว่าผู้ชาย
- ผู้หญิง ตัดสินใจเลือกซื้อสมาร์ทโฟนจาก social media มากกว่าผู้ชาย
- 94% ของผู้ที่ทำแบบสอบถาม นิยมใช้ถ่ายรูป
- 70% ของผู้ที่ทำแบบสอบถาม เผยว่า สถานที่ที่ใช้สมาร์ทโฟนมากที่สุด คือที่บ้าน
- 56% ของผู้ใช้แท็บเล็ต ชอบอ่าน Digital Magazine
- 74% นิยมดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่นที่เหมาะสำหรับเด็ก
- 25% ของพ่อแม่ นิยมซื้อสมาร์ทโฟนให้กับลูกที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี
แล้วเพื่อนๆ ตัดสินใจซื้อสมาร์ทโฟนจากอะไร เข้ามาแชร์ความคิดเห็นกันได้ครับ
---------------------------------------
รายละเอียดเพิ่มเติม : mashable.com
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ: techmoblog

เรียนรู้เกี่ยวกับ…แฟลช

เรียนรู้เกี่ยวกับ…แฟลช

แฟลชเป็นหนึ่งรูปแบบการถ่ายภาพที่มีความซับซ้อน Marcus Hawkins จะแสดงวิธีการทำให้ทุกๆ สิ่งง่ายยิ่งขึ้น…
- กล้องของผมมีแฟลชในตัวที่จะยิงออกมาเวลาที่แสงน้อย มีอย่างอื่นที่ผมต้องทราบอีกไหม?
          แฟลชในกล้องของคุณสามารถเพิ่มความสวยงามให้กับภาพผลลัพธ์ได้ อย่างเช่นช่วยปรับเงาภาพให้สว่างขึ้นในการถ่ายภาพบุคคลในร่ม การเพิ่มประกายตา หรือการถ่ายภาพในความมืด อย่างไรก็ตาม ด้วยขนาดของแฟลชที่เล็ก มีกำลังต่ำ และตำแหน่งที่ตายตัวบนกะโหลกกล้อง ผลลัพธ์ที่ได้จึงค่อนข้างจำกัด และภาพที่ถ่ายจากแฟลชติดตัวกล้องนั้นก็มักจะกระด้างไร้ชีวิตชีวา
 - ทำไมถึงแย่อย่างนั้นล่ะ?
          โดยตัวของมันเองก็ไม่ได้แย่หรอก แต่เนื่องจากแฟลชมักจะอยู่ในตำแหน่งเดิม แสงจึงพุ่งออกมาจากทิศทางเดียว และนี่ก็ทำให้ทางเลือกของคุณถูกจำกัด อย่างเช่นเวลาที่คุณถือกล้องในแนวตั้ง แสงแฟลชก็จะออกมาทางซ้ายหรือทางขวาของเฟรมภาพเสมอ ซึ่งมักจะก่อให้เกิดเงาพาดผ่านเข้ามาในภาพได้
          นอกจากนั้นการที่แฟลชอยู่ใกล้กับเลนส์ยังเพิ่มโอกาสการเกิดอาการตาแดง (Red-eye) ซึ่งแสงจากแฟลชสะท้อนดวงตาของตัวแบบกลับเข้ามายังเลนส์ถ่ายภาพ โชคดีที่คุณไม่จำเป็นต้องลบภาพเหล่านี้ทิ้งไปเพราะคุณยังสามารถปรับแก้ภาพ ลักษณะนี้ได้ด้วยโปรแกรมตกแต่งภาพ
          แฟลชในตัวกล้องมักมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับขนาดของตัวแบบ และยิ่งคุณอยู่ห่างตัวแบบมากเท่าไหร่ แฟลชก็จะยิ่งมีขนาดเล็กลงเท่านั้น ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นแสงที่มีความกระด้างและมีทิศทางซึ่งส่งผลให้เกิดไฮไลต์ และชาโดว์ที่เข้มจัด นอกจากนั้นแฟลชป๊อปอัพยังมีกำลังต่ำทำให้แสงไม่สามารถครอบคลุมตัวแบบทั้งตัว ได้ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ช่างภาพที่จริงจังต่างหาแฟลชภายนอกที่มีกำลังและความ ยืดหยุ่นสูงมาใช้งาน
 - อะไรคือข้อดีของแฟลชภายนอก?
          นอกจากกำลังที่เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้แสงตกถึงตัวแบบในระยะไกลได้แล้ว ข้อดีของแฟลชประเภทนี้ก็คือความสามารถในการใช้งานแยกกับตัวกล้อง แน่นอนว่าคุณสามารถเสียบแฟลชเข้าที่ฮอตชูแฟลชแล้วใช้งานได้เลย แต่นั่นก็เป็นตำแหน่งที่จำกัดเช่นเดียวกับแฟลชป๊อปอัพในตัวกล้อง
          การย้ายตำแหน่งแฟลชให้ห่างออกมาจากตัวกล้องจะช่วยทำให้ภาพผลลัพธ์ดูเป็น ธรรมชาติและมีความสวยงามมากขึ้น ซึ่งคุณจะสามารถผสมผสานแสงแฟลชเข้ากับแสงธรรมชาติ รวมถึงการควบคุมตำแหน่งของเงาที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย วิธีที่ง่ายที่สุดก็คือการใช้สายเคเบิลเชื่อมต่อระหว่างแฟลชและกล้องถ่ายภาพ แต่สายเคเบิลเหล่านี้มักจะสั้นและทำให้มีข้อจำกัดในการใช้งานในหลายๆ สถานการณ์
กล้อง SLR และแฟลชรุ่นใหม่ๆ จะสามารถเชื่อมต่อสัญญาณแบบไร้สายได้ ทำให้คุณมีอิสระในการจัดวางตำแหน่งของแฟลชอย่างที่คุณต้องการได้ ในการใช้งานระบบนี้ คุณสามารถใช้แฟลชครั้งละหลายๆ ตัวและยิงแฟลชทั้งหมดพร้อมกันได้ ส่งผลให้คุณสามารถเปิดแสงในพื้นที่ขนาดใหญ่และสร้างภาพที่เปี่ยมไปด้วยความ สร้างสรรค์ได้
 - แฟลชเฉพาะกิจใช้งานยากไหม?
          ถ้าย้อนกลับไปในวันที่เราต้องมานั่งคำนวณค่ากล้องและค่าแฟลชเพื่อให้ได้ ค่าการเปิดรับแสงที่เหมาะสมแล้วละก็ แฟลชในปัจจุบันใช้งานไม่ยากเลย เพราะกล้องจะทำการคำนวณปริมาณแสงโดยใช้ระบบ TTL (Through The Lens) ซึ่งในโหมดแฟลชแบบ TTL นั้น กล้องจะทำการวัดปริมาณแสงที่สะท้อนจากตัวแบบกลับเข้ามาในเลนส์ จากนั้นกล้องจะทำการตัดแสงแฟลชเมื่อตัวแบบได้รับแสงในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว
          อย่างไรก็ตาม มันก็เหมือนกับการถ่ายภาพโดยไม่ใช้แฟลช เพราะกล้องจะไม่มีทางหาค่าการเปิดรับแสงที่แม่นยำให้คุณได้ เครื่องวัดแสงจะพยายามหาค่าโทนกลาง ดังนั้นตัวแบบที่มีพื้นที่สีขาวหรือสว่างขนาดใหญ่จึงมักทำให้ภาพผลลัพธ์เข้ม กว่าที่ควรจะเป็น นั่นก็เพราะกล้องจะตัดแสงแฟลชเร็วกว่าที่ควรเนื่องจากกล้องคิดว่าตัวแบบโทน สว่างนั้นเป็นตัวแบบโทนกลางที่อาจจะได้รับแสงโอเวอร์ ส่วนตัวแบบโทนสีเข้มก็จะมีเอฟเฟ็คท์ตรงกันข้าม เพราะแฟลชจะเพิ่มปริมาณแสงเข้าไปเพื่อทำให้ตัวแบบสีเข้มมีโทนที่สว่างมาก ยิ่งขึ้น
          “กล้อง SLR และแฟลชรุ่นใหม่ๆ มีระบบเชื่อมต่อสัญญาณไร้สายที่ให้อิสรภาพในการทำงานแก่คุณ”
 อธิบาย ข้อดีของแฟลชเฉพาะกิจ
เปิดแสงให้ตัวแบบของคุณในขณะที่ควบคุมทุกอย่างได้อย่างเบ็ดเสร็จ
          แฟลชเฉพาะกิจมีความสามารถในการควบคุมและมีกำลังสูงกว่าแฟลชป๊อปอัพในตัว กล้อง อุปกรณ์ชิ้นนี้มีขนาดใหญ่กว่าแฟลชป๊อปอัพมาก คุณสามารถควบคุมแสงจากทิศทางที่คุณต้องการได้ ถ้าหากคุณอยากจะอัพเกรดแฟลชของคุณ เลือกหัวแฟลชเฉพาะกิจเป็นรายการแรกของคุณเลย
          แฟลชเฉพาะกิจถูกออกแบบมาให้ทำงานร่วมกับระบบกล้องที่กำหนดและมีความ สามารถในการควบคุมระบบอัตโนมัติต่างๆ จำนวนมาก แต่นั่นไม่ได้หมายถึงแฟลชที่ผลิตโดยผู้ผลิตกล้องเท่านั้น เพราะยังมีแฟลชเฉพาะกิจจากบริษัทอื่นๆ ที่มีราคาถูกกว่าให้คุณเลือกด้วยเช่นกัน
DCM143.shoot_basics.off_camera03
แยกนอกตัวกล้อง
อุปกรณ์ที่สำคัญ
          สายแยกแฟลช (Off-camera) จะช่วยให้คุณรักษาการเชื่อมต่อระหว่างแฟลชและกล้องถ่ายภาพ แต่คุณจะมีอิสระในการวางตำแหน่งของ แฟลช เพื่อที่จะปรับแสงแฟลชให้นุ่มนวลมากขึ้น ให้ใช้อุปกรณ์กรองแสงสวมทับที่ แฟลช อุปกรณ์ตัวนี้มีหลายสไตล์และขนาดให้คุณเลือกในท้องตลาด
DCM143.shoot_basics.position01
บนตัวกล้อง
หัวแฟลชที่ยืดหยุ่น
          ส่วนหัวของแฟลชสามารถหมุนในตำแหน่งแนวตั้งและแนวนอนได้หลายทิศทาง ความสามารถในการเคลื่อนไหวนี้มีประโยชน์เวลาที่คุณถ่ายภาพในอาคาร มันทำให้คุณสามารถยิงแสงแฟลชสะท้อนเพดานหรือกำแพงเพื่อปรับแสงให้มีลักษณะ ที่กว้างและนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น
 อธิบาย        
การตั้งค่ากล้อง
วิธีการปรับค่ากำลังแฟลชด้วยสามวิธีง่ายๆ และรวดเร็ว…
DCM143.shoot_basics.expose01
ค่าการเปิดรับแสงแฟลช
          วิธีที่ง่ายที่สุดที่จะทำให้ภาพถ่ายแสงแฟลชของคุณมืดหรือสว่างขึ้นนั้นก็ คือการชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลช ให้คุณกดปุ่มที่มีสัญลักษณ์แฟลช +/- แล้วหมุนแป้นควบคุมเพื่อปรับค่าให้ภาพสว่างขึ้น (+) หรือมืดลง (-)
DCM143.shoot_basics.expose02
เปลี่ยนช่องรับแสง
          เลือกช่องรับแสงขนาดที่ใหญ่ขึ้นเพื่อเพิ่มระยะทางของแสงแฟลชให้ไกลมาก ขึ้น แฟลชรุ่นสูงๆ จะมีจอด้านหลังซึ่งคุณสามารถดูข้อมูลและกำหนดระยะของแสงแฟลชได้ ค่าแฟลชจะเพิ่มขึ้นและลดลงตามที่คุณปรับเปลี่ยนค่าช่องรับแสง
DCM143.shoot_basics.expose03
เปลี่ยน ISO
          การเพิ่มค่าช่องรับแสงจะช่วยเพิ่มระยะของแสงแฟลช วิธีนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลต่อแสงแฟลชเท่านั้น แต่จะส่งผลต่อค่าการเปิดรับแสงโดยรวมด้วย ดังนั้นให้คุณตรวจดูค่าความไวชัตเตอร์ไม่สูงเกินกว่าค่าความไวสัมพันธ์แฟลช ซึ่งจอข้อมูลอาจมีการกระพริบเตือน
 - ผมจะปรับเปลี่ยนค่าการเปิดรับแสงแฟลชได้อย่างไร?
          มีอยู่หลายวิธีด้วยกันที่คุณสามารถเปลี่ยนแปลงคุณภาพและปริมาณของแสงแฟลช ได้ แต่ปัจจัยที่มีผลต่อค่าการเปิดรับแสงแฟลชในภาพมากที่สุดก็คือช่องรับแสง ยิ่งช่องรับแสงมีขนาดใหญ่เท่าใด ภาพๆ นั้นก็ไม่จำเป็นต้องใช้แสงมากนักสำหรับค่าการเปิดรับแสงแฟลช ดังนั้นคุณจึงสามารถเปิดแสงให้ตัวแบบที่อยู่ไกลออกไปได้ด้วยแสงแฟลช ส่วนช่องรับแสงขนาดเล็กทำให้คุณต้องใช้แสงจำนวนมากในการสร้างค่าการเปิดรับ แสง ดังนั้นแฟลชจึงจำเป็นต้องอยู่ใกล้กับตัวแบบมากขึ้น
          นอกจากนั้นการเพิ่มค่า ISO ยังสามารถใช้ในการเพิ่มระยะการทำงานของแสงแฟลชได้ ค่า ISO สูงจะทำให้เซ็นเซอร์มีความไวต่อแสงมากขึ้น แต่การปรับเปลี่ยนค่าทั้งสองนี้ก็ไม่ได้ส่งผลต่อค่าการเปิดรับแสงที่กำหนด ด้วยเครื่องวัดแสง TTL โดยตรง การที่ปรับค่าการเปิดรับแสงที่ถูกคำนวณออกมานั้น คุณสามารถใช้คำสั่งชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลช (Flash compensation) ในกล้องเพื่อสั่งให้ภาพต่อไปนั้นมืดหรือสว่างขึ้นได้ การปรับชดเชยแสงในทางบวกจะทำให้ค่าการเปิดรับแสงแฟลชสว่างขึ้น ขณะที่การปรับในทางลบก็จะทำให้ภาพมืดลง
 - กล้องของผมมีโหมด “Sync” หลายโหมด ผมควรใช้โหมดไหน?
          ค่าแฟลชแบบ “First Curtain Sync” นั้นเหมาะกับการถ่ายภาพทั่วไป อย่างไรก็ตาม มีบางโอกาสที่แบบ “ม่านชัตเตอร์ชุดสอง” หรือ “Rear Curtain Sync” จะเหมาะกว่า อย่างในกรณีที่คุณแพนกล้องเพื่อถ่ายภาพตัวแบบที่เคลื่อนที่
          ในโหมดม่านชัตเตอร์ชุดแรกนั้น แฟลชจะยิงออกไปเวลาที่คุณกดปุ่มลั่นชัตเตอร์ ทำให้คุณสามารถกะจังหวะในการถ่ายภาพได้ ส่วนในโหมดม่านชัตเตอร์ชุดสองนั้น แฟลชจะถูกยิงออกไปในช่วงท้ายของค่าการเปิดรับแสง แม้ว่าคุณจะกะจังหวะการถ่ายภาพยากขึ้น แต่ “เส้น” ความเบลอที่เกิดขึ้นการจากเคลื่อนไหวจะปรากฏอยู่ด้านหลังของตัวแบบ กล้องของคุณอาจจะมีโหมด High Speed Sync และ Slow Speed Sync ซึ่งเราได้อธิบายไว้ในกรอบทางด้านขวานี้แล้ว
คำแนะนำในการถ่ายภาพ ปัญหาการใช้แฟลช
ปัญหาที่พบบ่อยเวลาที่คุณถ่ายภาพด้วยแฟลช
 DCM143.shoot_basics.prob_reflect
วัตถุสะท้อนแสง? เพิ่มกำลังไฟ
          ระบบวัดแสงแฟลชอาจสับสนเมื่อเจอวัตถุที่สะท้อนแสง แสงที่สะท้อนกลับเข้ามาที่เลนส์จะส่งผลให้กล้องตัดแสงแฟลชก่อนเวลาที่เหมาะ สม ในการแก้ปัญหานี้ ให้ปรับชดเชยค่าการเปิดรับแสงแฟลชไปในทางบวก หรือเล็งเลนส์ไปที่ฉากหลังแล้วใช้คำสั่ง Flash Exposure Lock เพื่อค่าการเปิดรับแสงที่แม่นยำ

DCM143.shoot_basics.prob_wide
ขอบภาพดำ? เลนส์กว้างเกินไป
          แฟลชจะให้แสงสว่างครอบคลุมช่วงความยาวโฟกัสที่จำกัด (อย่างเช่น 24 มม. ถึง 105 มม.) ส่วนแฟลชรุ่นใหม่ๆ จะมีระบบซูมให้เข้ากับทางยาวโฟกัสของเลนส์ที่ใช้โดยอัตโนมัติ แต่ถ้าเป็นเลนส์มุมกว้าง คุณอาจต้องใช้แฟลชร่วมกับแผ่นกระจายแสงมุมกว้างที่ซ้อนอยู่บริเวณหัวแฟลชได้
DCM143.shoot_basics.prob_back
ฉากหลังมืด? ปรับให้ช้าลง
          ถ้าฉากหลังในภาพที่ใช้แฟลชนั้นมืดมากๆ ให้คุณตั้งกล้องไว้ที่โหมด Slow Sync Flash วิธีนี้จะตั้งค่าความไวชัตเตอร์ให้ช้าลงเพื่อบันทึกรายละเอียดฉากหลังได้มาก ขึ้น แต่ถ้าความไวชัตเตอร์ที่ใช้นั้นต่ำเกินกว่าที่จะได้ภาพที่คมชัดแล้วล่ะก็ ให้เพิ่มค่า ISO จนกระทั่งคุณได้ค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงพอที่จะถือกล้องถ่ายได้
วิธีการ ตั้งค่า Sync
ใช้ค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงที่สุดเวลาเชื่อมต่อแฟลช
          ค่าความไวชัตเตอร์จะมีอิทธิพลต่อปริมาณแสงธรรมชาติที่จะถูกบันทึกลงในภาพ และมีบทบาทที่สำคัญของความสัมพันธ์แฟลชหรือ “X-sync” นี่คือค่าความไวชัตเตอร์ที่สูงที่สุดที่คุณสามารถเลือกใช้ได้เวลาที่คุณใช้ งานร่วมกับแฟลช โดยปกติแล้วจะอยู่ที่ราวๆ 1/200 วินาที
DCM143.shoot_basics.sync_highspeed_yes
High Speed Sync
          ค่าความสัมพันธ์แฟลชที่มีค่าจำกัดนั้นอาจมีปัญหาในการถ่ายภาพภายใต้สภาพ แสงที่สว่างจ้า ทางออกก็คือ การใช้โหมด High Speed Sync ในแฟลชของคุณ หรือไม่เช่นนั้นคุณสามารถใช้ช่องรับแสงที่เล็กลง และ/หรือเลือกใช้ค่า ISO ที่ต่ำลงเพื่อลดค่าความไวชัตเตอร์สำหรับค่าการเปิดรับแสงธรรมชาติให้อยู่ใน ระดับเดียวกับค่าความสัมพันธ์แฟลช
DCM143.shoot_basics.sync_slow
Slow Sync
          เปลี่ยนมาใช้โหมด Slow Sync เวลาถ่ายภาพในสภาพแสงน้อย กล้องจะทำการเลือกค่าการเปิดรับแสงที่นานกว่าค่าการใช้แฟลชปกติ การเคลื่อนไหวของกล้องหรือตัวแบบที่เกิดขึ้นจะถูกบันทึกไว้ ดังนั้นถ้าคุณไม่ต้องการความเบลอที่มากเกินไป (อย่างในภาพด้านบน) ให้คุณตั้งกล้องบนขาตั้งกล้องหรือเพิ่มค่า ISO
สนับสนุนเนื้อหา: www.digitalcamera-thailand.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com