วันพุธที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

คาด Galaxy S5 เปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ท้าชน iPhone อย่างเป็นทางการ

คาด Galaxy S5 เปิดตัว 2 ฟีเจอร์ใหม่ท้าชน iPhone อย่างเป็นทางการ

          เรียกได้ว่าตอนนี้นั้นไม่ว่าเว็บไซต์ไหนๆ ก็มีแต่ข่าวการเปิดตัวของ  ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที 24 กุมภาพันธ์นี้ ในงาน Samsung UNPACKED 2014 Episode 1 ที่ประเทศสเปน
          โดยล่าสุดนั้นมีกระแสข่าวลือหนาหูว่านอกจาก Galaxy S5 จะมาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ บอดี้เมทัลลิคแล้ว ยังมีสื่อหลายสำนักออกมาฟันธงว่า Samsung Galaxy S5 จะมาพร้อมกับอีก 2 ฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบรักษาความปลอดภัย เจ๋งกว่าเดิมทั้งสแกนม่านตา ทั้งสแกนลายนิ้วมือ! ลักษณะการทำงานคล้ายกับ iPhone 5S ต่างกันตรงฟังก์ชั่นนี้ในSamsung Galaxy S5 จะมีการเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทั้งหน้าจอ ไม่เหมือนกับในไอโฟนห้าเอส ที่จะมีการสแกนเพียงแค่ตำแหน่งปุ่ม Home เท่านั้น
          สำหรับข่าวที่หลุดออกมานี้ยังไม่มีการออกมาแถลงอย่างเป็นทางการว่าฟีเจอร์ทั้ง 2 นี้จริงหรือไม่ คงต้องรอลุ้นเอา ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ในงาน Samsung UNPACKED 2014 Episode 1 มาติดตามกันครับว่า ข้อมูลข้างต้น จะเป็นความจริงมากน้อยแค่ไหน
***แต่ทางทีมงาน Sanook! Hitech เชื่อว่าทั้ง 2 ฟังค์ชั่นนี้มาแน่นอนใน  Samsung Galaxy S5 สมาร์ทโฟนเรือธง รุ่นใหม่ล่าสุดของทางค่าย Samsung 
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com


ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

ไอโฟน แฟ็บเลต

ไอโฟน แฟ็บเลต

คอลัมน์ IT. Talentz โดย siripong@kidtalentza.com
          ยังไม่ใกล้จะถึงเวลาที่ แอปเปิล จะออกไอโฟนรุ่นใหม่มาวางตลาดแทน เพราะอย่างน้อยก็คงราวปลายปี แต่ข่าวเกี่ยวกับ ไอโฟน 6 มีออกมาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ข่าวลือนี้สะพัดอยู่ในสื่อไอทีมากมายมาเป็นเดือน ๆ
          แล้วแม้กระทั่งสื่อใหญ่อย่าง วอลล์สตรีต เจอร์นัล ก็ไม่เว้น และล่าสุดเซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ ก็เสนอข่าวทำนองเดียวกันว่า แอปเปิลจะออกไอโฟนใหม่ โดยมีรุ่นที่หน้าจอขนาด 5.5 นิ้วมาให้เลือกด้วย
          ความที่ เซาท์ ไชน่า มอร์นิ่ง โพสต์ เป็นสื่อจีน ซึ่งมีความใกล้ชิดกับโรงงานรับจ้างผลิตไอโฟน ทำให้ส่วนใหญ่มองกันว่าไม่น่าจะคลาดเคลื่อนไปจากความเป็นจริงมากนัก โดยคาดว่าจะออกในเดือนกันยายนปีนี้ และวัสดุจอที่ใช้จะเป็นแซปไฟร์แบบเดียวกับที่ใช้เคลือบเลนส์กล้องและปุ่มทัชไอดี
สมาร์ทโฟน ที่มีขนาดจอใหญ่ปัจจุบันมีชื่อของมันว่า แฟ็บเลต ริเริ่มโดย ซัมซุง ราวปี 2011 เพื่อเจาะตลาดที่เป็นนิชมาร์เก็ต ซัมซุงประสบความสำเร็จมากกับแฟ็บเลต โดยในปี 2013 ถึงสิ้นเดือนธันวาคม เฉพาะ กาแล็คซี่ โน้ต มีข้อมูลยืนยันว่าขายไปได้ถึง 11 ล้านเครื่อง และทุกวันนี้ในตลาดสมาร์ทโฟนเราจะเห็น
แฟ็บเลตมีให้เลือกมากมายหลายยี่ห้อ เป็นตลาดที่เติบโตอย่างน่าสนใจโดยเฉพาะแถบเอเชีย
          หาก แอปเปิล จะโดดลงมาเล่นในตลาดสมาร์ทโฟนจอใหญ่ก็ไม่แปลกอะไรนัก เพราะการออก ไอแพด มินิ ซึ่งเป็นแท็บเลตจอเล็กเพื่อรักษาตลาดระดับกลาง ลงไปสำหรับแท็บเลตแอปเปิลก็ทำมาแล้ว แต่แฟ็บเลตนั้นจะแตกต่างไปจากไอแพด มินิเพราะกลุ่มเป้าหมายเป็นระดับบนการเติบโตของ แฟ็บเลต ซึ่งดูเหมือนจะเป็นส่วนผสมที่อยู่กึ่งกลางระหว่างสมาร์ทโฟน
กับแท็บเลต ส่วนหนึ่งเพราะมันสนองตอบความต้องการของคนในการใช้งานในลักษณะผสมผสาน นอกจากใช้แบบสมาร์ทโฟนทั่วไป ยังใช้งานแบบแท็บเลตได้ถนัดถนี่มากขึ้นโดยไม่ต้องพกติดตัวไปไหนต่อไหนทั้งสองอย่าง
          เหตุผลหนึ่งที่ทำให้แฟ็บเลตสร้างตลาดขึ้นมาได้ ที่น่าสนใจคือพฤติกรรมการใช้งานสมาร์ทโฟนของคนกับระบบหน้าจอสัมผัสที่ใช้นิ้วแตะ เลื่อน ลากในการทำอะไรต่ออะไรโดยที่คนยุคดิจิทัลนี้ใช้มันแทบจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต ทว่าเอาเข้าจริงขนาดจอของสมาร์ทโฟนมาตรฐานไม่สัมพันธ์กับการใช้นิ้วมากนัก
ยิ่งอะไรต่ออะไรแปรรูปไปอยู่ในโลกดิจิทัลมากขึ้น ไม่เพียงแค่การโทรศัพท์ ส่งข้อความ หรือเล่นเกม แต่มีอย่างอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งในการใช้งานต้องมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้ผ่านหน้าจอ
          หน้าจอที่ใหญ่ขึ้นยิ่งสอดคล้องกับวิถีชีวิตแบบใหม่มากขึ้น ตัวอย่างง่าย ๆ หากเพื่อนร่วมงานส่งเอกสารมาให้ แล้วเราเปิดดูบนสมาร์ทโฟนอาจต้องแก้ไขบางอย่างบนเอกสาร จะพบว่าหน้าเล็ก ๆ ของสมาร์ทโฟนเป็นเรื่องลำบากลำบนไม่นับการอ่านสื่อประเภทต่าง ๆ ทั้งอีบุ๊ก นิตยสาร หนังสือพิมพ์ หรือเว็บไซต์
แฟ็บเลต จึงตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดีด้วยหน้าจอใหญ่ขึ้นเหมาะกับการใช้นิ้ว (หรือใช้ปากกา) มากขึ้น
          จากการประมาณการของ เทคแอนาไลซิสรีเสิร์ช ในปี 2014 นี้ แฟ็บเลต จะมียอดขายทั่วโลก 175 ล้านเครื่อง แซงแท็บเลตขนาดเล็ก (จอต่ำกว่า 8 นิ้ว) ที่จะมียอดขาย 165 ล้านเครื่อง
อย่างไรก็ตาม ถึงตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันจากแอปเปิลในเรื่องไอโฟน แฟ็บเลต
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

สงคราม Tablet Apple กำลังโดน Samsung แย่งส่วนแย่งทางการตลาด

iPad ถึงคราวแย่ล่ะนะ

          iPad ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานหลายๆ คนน้ำลายไหล คันไม้คันมืออยากได้มาถือกันสักเครื่อง ด้วยความเบาลงกว่า 20% และบางลงกว่า 28% ที่ทำให้  จะกลายเป็น Tablet ที่มีคุณสมบัติน่าพกพามากที่สุด ได้คะแนนจากนักรีวิวสูงเป็นประวัติการณ์ เพราะนอกจากเบา บาง ลงแถมเร็วขึ้นอีกต่างหาก ผมยกให้เป็น แท็บเล็ตที่เซ็กซี่ที่สุดในตลาดตอนนี้
          เป็นที่รู้กันว่า Apple เป็นผู้ทำให้ตลาด Tablet กลายเป็นตลาดใหม่ที่มีเม็ดเงินมหาศาลจากวิสัยทัศน์ของ สตีฟ จ็อบส์ และทำให้ตลาดพีซี เข้าสู่ขาลงแบบสุดๆ iPad ถือเป็น icon แจ้งเกิดของยุคอุปกรณ์พกพาขนาดเท่าสมุดที่ทำอะไรได้มากมายที่ไหนก็ได้ แต่หลังนี้มีคู่แข่งเกิดขึ้นมามากมายโดยเฉพาะซัมซุงที่น่าจะเป็นคู่แข่งรายเดียวที่สูสีเป็นมวยที่ชกกันสนุก รวมถึงไมโครซอร์ฟถึงแม้จะไม่ได้โดดเด่นในตลาดนี้แต่ก็เหน็บแนมไปซะทุกที iPad เป็นแค่อุปกรณ์ให้ความบันเทิงเท่านั้น iWork ชุดทำงานที่ Apple ออกมาแจกฟรีว่าเป็นของไม่มีคุณภาพ สู้โปรแกรม Office ที่นิยมไปทั่วโลกไม่ได้ซึ่งมันอยู่ใน Surface แท็บเล็ตของ Microsoft นั่นเองแต่ก็ไม่เห็นขายดีเท่าไหร่นะ กลายเป็นสงครามน้ำลายไปครับ
          iPad แม้จะเป็นแท็บเล็ตที่ขายได้มากที่สุดในโลกตอนนี้ (170 ล้านเครื่อง) แต่ดูเหมือนตอนนี้สถานภาพผู้นำเริ่มจะสั่นคลอนไป และแนวโน้มท่าจะยากที่จะกลับมาผงาดได้อีกครั้ง เพราะไม่ง่ายเลยในการคว้าแชมป์ในตลาดที่กำลังเดือดและถูกพัฒนาไปหลายทิศทาง จะเห็นได้ชัดว่าตอนนี้ แท็บเล็ตต้องเป็นมากกว่าแค่ความบันเทิง ต้องมีพระภาคของการทำงานเข้าไปด้วย อย่าง Surface ที่สะดวกในการทำเอกสารหลากหลายจากการมีคีย์บอร์ดและชุด Office ที่มาพ่วงด้วย หรือ ตระกูล Galaxy Note ที่ปากกากลายเป็นเครื่องมือเพิ่มความสามารถในการทำงานกับแท็บเล็ตได้อย่างดี ผมว่าหลายคนอยากได้ iPad แต่พอได้เห็น แท็บเล็ตตัวอื่นๆ ในตลาดตอนนี้ก็เปลี่ยนใจได้ไม่ยากเท่าไหร่นัก
          iOS7 ที่หลายๆ คนอัพเดทเป็นที่เรียบร้อยถือเป็นการมาที่ถูกที่ถูกจังหวะ แม้จะถือว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่เปลี่ยนแปลงการใช้งานของ iPhone iPad มากที่สุดเท่าที่ Apple เคยมีมาด้วยหน้าตาที่สวยงามและการใช้งานที่ง่ายกว่าทำให้ในแง่ของการใช้งาน มีการวัดคะแนนเทียบกับ Android และ WindowsPhone iOS7 ได้คะแนนสูงที่สุดถือว่าในเรื่องนี้เป็นผู้นำมาแต่ไหนแต่ไร ชนะแชมป์เดิมคือ iOS6 ที่เป็นของ Apple เองตรงกันข้ามกับอีกผลสำรวจมีการไปถามความพึงพอใจแท็บเล็ตในตลาด โดย J.D.Power ปรากฏว่า Samsung กลับได้ตำแหน่งผู้ชนะไปครองในคะแนนที่ห่าง Apple แบบเฉียดฉิว ซึ่งก่อนหน้านี้ Apple เคยเป็นที่ 1 มาตลอด ไม่เพียงเท่านั้นบัลลังก์ของ iPad ยังคงโดนเขย่าอย่างต่อเนื่องจากพี่แซม แม้จะออกมาประกาศถึงความสำเร็จของตัวเองที่สามารถขาย iPad มาแล้วได้มากกว่า 170 ล้านเครื่องทั่วโลก แต่ตามรายงานของ Business Insider ทำรายงานการช่วงชิงตลาดกันนับตั้งแต่ต้นปี 2012 จนถึงกลางปีที่ผ่านมา Apple กำลังโดน Samsung ขโมยตลาดแท็บเล็ตอย่างต่อเนื่องจากเดิมที่ iPad ครองตลาด 71% เหลือ 28% ดูซัมซุงจะแรงหยุดไม่อยู่ไม่เพียงแค่สินค้าที่ครองส่วนแบ่งไปได้มากแล้ว บริษัทกำลังขึ้นแท่นกลายเป็นบริษัทที่ทำกำไรได้มากขึ้น แซงแอปเปิ้ล ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา
          ดูทีท่า iPad กำลังตกที่นั่งลำบากเพราะคู่แข่งที่มารอบด้าน โจมตีมาที่ Apple โดยตรง เกมของ Apple ต้องตั้งรับรักษาฐานแฟนที่ยังรักในผลิตภัณฑ์ของแอปเปิ้ลให้ได้ หวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นในการพัฒนากลุ่มสินค้า Tablet ของแอปเปิ้ล แม้จะต้องกลืนน้ำลายตัวเองบ้างในบางครั้ง เหมือนตอนที่ทำบอกว่าจะไม่ทำ iPad ขนาดเล็ก แต่ก็ออก iPad mini ออกมาขาย และคาดว่าจะมี iPad ในขนาดอื่นๆ ออกมาแก้เกมที่กำลังโดนแย่งชิงรอบด้าน แล้วคุณล่ะเปลี่ยนใจไปให้คนอื่นแล้วรึยัง
สนับสนุนเนื้อหา: blog.butthun.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

อยากรู้มั้ย? คลิป youtube ไหนที่คนไทยคลิกชมเยอะ comments กระจาย ในปี 2013

อยากรู้มั้ย?  ไหน? ที่คนไทยคลิกชมเยอะ comments กระจาย ในปี 2013

          ตลอด ปี 2013 ที่ผ่านมา เชื่อว่าคนไทยที่เป็นผู้ใช้อินเทอร์เน็ต ได้คลิกชม โพสต์ แชร์ คลิปบน youtube กันเยอะเลยทีเดียว 
          วันนี้ ZocialRank ได้นำข้อมูลสรุปสถิติ ในปี 2013 ที่ผ่านมา ให้เห็นกันจะๆเลย ว่าคนไทยชมคลิปวีดีโอบนอินเทอร์เน็ตมากน้อยแค่ไหน ? และคนไทยทั้งประเทศกำลังสนใจคลิปไหนมากสุดในปี 2013 
          ZocialRank  เผยว่า คนไทยได้โพสวีดีโอคลิป ตลอดปี 2013 รวมทั้งสิ้นกว่า 2,981,087 คลิป ซึ่งเฉลี่ยแล้วคิดเป็น 110,601 คลิปต่อชั่วโมง โดยแต่ละคลิปมีความยาวเฉลี่ย 9.22 นาที
          เริ่มต้นด้วยช่องบน youtube ของคนไทย ที่มีการโพสคลิปมากที่สุด ปรากฎว่า ช่อง ASTVManager VDO  มีการอัพโหลดคลิปมากที่สุด 18,579 คลิป  ส่วนช่อง  Watintaram , CiNNtv3 ,  Mahhaudj , Cofspeed อยู่อันดับ 2 -5 ตามลำดับ โดยมีการอัพวีดีโอขึ้น youtube มากกว่า 1 หมื่นคลิป
 
          ช่องบน youtube ของคนไทย ที่มียอดวิวคลิกชมมากที่สุด ปรากฎว่า ช่อง GMM GRAMMY OFFICIAL ของ GMM GRAMMY ครองแชมป์ยอดวิวคลิกชมมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ทิ้ง ห่างอันดับ 2 อย่างช่อง RSFriends ของ RS  เกือบเท่าตัว ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ช่อง Welovekamikaze ค่ายเพลงวัยรุ่นในเครือ RS  อันดับที่ 4 ได้แก่ช่อง genie records ในเครือ GMM GRAMMY และอันดับ 5 ได้แก่ช่อง CiNNtv3
          ส่วนคลิป ช่อง youtube  ที่มียอดคนติดตามดูคลิปมากที่สุด 5 อันดับ ได้แก่  GMM GRAMMY OFFICIAL โดยมียอดติดตามมากถึง 2,771,665   subscribers อันดับ 2 ได้แก่ค่ายเพลง Genie Records ในเครือ GMM GRAMMY แต่ที่น่าสนใจคืออันดับ 3 ได้แก่ VRZOchannel ช่องรายการ Lifestyle วัยรุ่น บน youtube มียอดติดตามมากถึง 1,587,009    subscribers ส่วนอันดับ 4 และอันดับ 5  ได้แก่ rsfriends และ Werecordsgmm
 
          คราวนี้เอาใจคอเพลง กับ 5 คลิปที่มียอดวิวสูงสุด ปรากฎว่า ขอใจเธอแลกเบอร์โทร – หญิงลี ศรีจุมพล【OFFICIAL MV】ซึ่งอัพโหลดเมื่อ 23/1/2013 มียอดชมกว่า 84,963,701 วิว ตาม มาติดๆด้วยคลิปเพลง รักต้องเปิด(แน่นอก) [Splash Out] จากศิลปิน 3.2.1 Kamikaze feat.Baitoey RSiam ปล่อยคลิปเมื่อ 1/5/2013 มียอดชมกว่า 82,218,361 วิว
          ส่วน 5 คลิปที่มียอด comments สูงสุด ปรากฎว่าเป็นเพลงล้วนๆ นำโดย เพลง รักต้องเปิด(แน่นอก) [Splash Out]ของศิลปิน  3.2.1 Kamikaze feat.Baitoey RSiam โดยมียอด comment มากถึง 65,424 ความเห็น มี การกด Like 232,657ครั้ง มีการกด Dislike 24,221  ส่วนอันดับ 2 ได้แก่เพลง  ตื๊ด  ของศิลปิน กระแต อาร์ สยาม มีโพสต์ comment 25,145 ความเห็น
          และปิดท้ายด้วย คลิปที่มีอัตราการเติบโตต่อวันสูงสุด  ซึ่งมากจากการคำนวณอัตราการเติบโตยอดวิวนับจากวันที่มีการโพสวิดีโอ ได้แก่ เพลง ภูมิแพ้กรุงเทพ (Feat. ตั๊กแตน ชลดา) – ป้าง นครินทร์  อันดับ 2 ได้แก่  รักต้องเปิด(แน่นอก) [Splash Out] – 3.2.1 Kamikaze feat.Baitoey RSiam อันดับ 3 ขอใจเธอแลกเบอร์โทร – หญิงลี ศรีจุมพล   อันดับ 4 ลมเปลี่ยนทิศ – BIG ASS และอันดับ 5 ไม่บอกเธอ Ost.Hormones จากศิลปิน Bedroom Audio
ข้อมูลจาก ZocialRank
สนับสนุนเนื้อหา: : www.it24hrs.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

Nokia Lumia Icon เปิดตัวแล้วพร้อมดีไซน์ใหม่เฉียบ!!

 เปิดตัวแล้วพร้อมดีไซน์ใหม่เฉียบ!!

Nokia Lumia Icon - เรียกได้ว่าเปิดตัวไปอย่างเงียบๆ สำหรับ Nokia Lumia Icon สมาร์ทโฟนรุ่นไฮเอนด์(รองรับเครือข่าย Verizon เท่านั้นในตอนนี้)

โดย Nokia Lumia Icon นั้นถือได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนไฮเอนด์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ส่งออกมาจำหน่ายจุดเด่นของ Lumia Icon นั้นคือตัวเครื่องที่ผลิตจากพอลิคาร์บอเนต (Polycarbonate) ทำให้วูจุดเด่นเรื่องความแข็งแรง
ส่วนสเปค Nokia Lumia Icon เป็นดังนี้ครับ
- ซีพียูแบบ Quad-Core Processor (Snapdragon 800 chipset)
- หน่วยความจำภายใน ขนาด 32 GB รองรับ microSD card
- หน้าจอขนาด 5.9 นิ้ว พร้อมผลิตจากกระจก Gorilla Glass 3 ความละเอียด Full HD (1920 x 1080)
- กล้องหลักเป็นแบบ FureView ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล, กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล
- บอดี้พลาสติกผลิตจากพอลิคาร์บอเนต (Polycarbonate)
- มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Windows Phone 8 
- ขนาดตัวเครื่อง 137 x 71 x 9.8 มม., หนัก 167 กรัม
Nokia Lumia Icon นั้นวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วแต่วางจำหน่ายในเครือข่ายโวดาโฟนด้วยราคา ราคา $199 พร้อมติดสัญญา 2 ปี
ที่มา: nokia.com, gsmarena.com
นำเสนอข่าวโดยทีมงาน Sanook.com
Hitech Gallery

เครือข่าย Internet of Things : ภัยคุกคามใหม่ในโลกที่เชื่อมต่อถึงกัน

เครือข่าย Internet of Things : ภัยคุกคามใหม่ในโลกที่เชื่อมต่อถึงกัน

          เป็นไปได้หรือไม่ที่กล้องดูแลเด็กหรือเบบี้มอนิเตอร์ อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือในการสอดแนมพฤติกรรมของคุณเสียเอง? หรือโทรทัศน์ของคุณอาจทำหน้าที่เก็บข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมการรับชมของ คุณ?  และเป็นไปได้หรือไม่ที่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรถยนต์ของคุณถูกแฮกโดยคนร้าย?  หรืออุปกรณ์ที่ดูไม่มีพิษภัยอย่างเช่นกล่องรับสัญญาณหรือเราเตอร์อินเทอร์ เน็ตอาจถูกใช้เป็นช่องทางในการเจาะเข้าสู่คอมพิวเตอร์ในบ้านคุณ?
อุปกรณ์จำนวนมากรอบตัวเรากำลังกลายเป็นภัยคุกคามด้านความปลอดภัยเพิ่มมากขึ้น ขณะที่อินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่ง หรือ Internet of Things (IoT) กลายเป็นความจริง
          Internet of Things คืออะไร?  โดยพื้นฐานแล้ว เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคสมัยที่นอกเหนือจากคอมพิวเตอร์ที่เชื่อมต่ออิน เทอร์เน็ตแล้ว อุปกรณ์เครื่องใช้ภายในบ้าน ระบบรักษาความปลอดภัย ระบบปรับอากาศและไฟส่องสว่างภายในบ้าน และแม้กระทั่งรถยนต์ก็ล้วนรองรับอินเทอร์เน็ตด้วยเช่นกัน  วิสัยทัศน์ในอนาคตก็คือ โลกที่เกือบทุกสิ่งสามารถเชื่อมต่อได้ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน
          พัฒนาการใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้นกำลังรอเราอยู่เบื้องหน้า  บ้านที่มีการเชื่อมต่อ (Connected Home) จะให้คุณสามารถล็อกออนเข้าสู่เครือข่ายภายในบ้านก่อนที่คุณจะออกจากที่ทำงาน ในตอนเย็นเพื่อเปิดเครื่องปรับอากาศและเตาอบ  หากสัญญาณกันขโมยของดังขึ้นระหว่างที่คุณออกไปทำธุระนอกบ้าน คุณก็สามารถล็อกออนเข้าสู่ระบบรักษาความปลอดภัยภายในบ้านจากสมาร์ทโฟนของคุณ ตรวจสอบภาพจากกล้องวิดีโอวงจรปิด และรีเซ็ตสัญญาณกันขโมยอีกครั้งหากไม่มีปัญหาใดๆ เกิดขึ้น
          อย่างไรก็ดี ทุกการพัฒนาทางเทคโนโลยีใหม่ๆ มักจะนำไปสู่ภัยคุกคามด้านความปลอดภัยในรูปแบบใหม่  ทุกวันนี้ผู้ใช้ไอทีส่วนใหญ่รับรู้ว่าคอมพิวเตอร์ของเราอาจตกเป็นเป้าหมาย การโจมตีของมัลแวร์  นอกจากนี้ยังมีความตื่นตัวเพิ่มมากขึ้นว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่อาจเสี่ยงต่อการ ถูกโจมตีด้วย  แต่กระนั้น แทบไม่มีใครตระหนักถึงภัยคุกคามที่อาจเกิดขึ้นกับอุปกรณ์อื่นๆ

เวิร์มที่โจมตีระบบลีนุกซ์ Linux worm

          Internet of Things ยังคงอยู่ในระยะเริ่มแรก แต่ภัยคุกคามเริ่มปรากฏให้เห็นแล้ว  นายคาโอรุ ฮายาชิ ผู้ตรวจสอบของไซแมนเทค ค้นพบเวิร์ม (Worm) ชนิดใหม่ที่พุ่งเป้าโจมตีคอมพิวเตอร์ที่รันระบบปฏิบัติการลีนุกซ์ (Linux)  ที่คนส่วนใหญ่อาจไม่เคยใช้งานลีนุกซ์ แต่ระบบปฏิบัติการนี้มีบทบาทสำคัญในโลกธุรกิจ และถูกใช้งานอย่างกว้างขวางเพื่อรันระบบเว็บเซิร์ฟเวอร์และเมนเฟรม
          ในเบื้องต้น เวิร์ม Linux.Darlloz อาจดูเหมือนเวิร์มทั่วไป ซึ่งใช้จุดอ่อนเดิมๆ ในภาษาสคริปต์ PHP เพื่อเจาะเข้าสู่คอมพิวเตอร์ และพยายามครอบครองสิทธิ์ของผู้ดูแลระบบโดยใช้ชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านที่ใช้ กันโดยทั่วไป และจากนั้นก็แพร่กระจายตัวเองด้วยการค้นหาคอมพิวเตอร์อื่นๆ  เวิร์มดังกล่าวจะสร้างประตูลับ (back door) ไว้บนคอมพิวเตอร์ที่ติดเชื้อ เพื่อให้ผู้โจมตีสามารถสั่งการคอมพิวเตอร์เครื่องนั้นได้
          เนื่องจากเวิร์มชนิดนี้ใช้จุดอ่อนเดิมๆ ใน PHP ดังนั้นภัยคุกคามนี้จึงต้องพึ่งพาการค้นหาคอมพิวเตอร์ที่ยังไม่ได้ติดตั้ง แพตช์เพื่อที่จะก่อให้เกิดการแพร่ระบาด  หากเวิร์มดังกล่าวดำเนินการเพียงแค่นี้ ก็จะไม่สำคัญเท่าใดนัก  แต่ที่จริงแล้ว คาโอรุได้ทำการตรวจสอบเพิ่มเติม และพบบางสิ่งที่น่าสนใจ กล่าวคือ เวอร์ชั่นที่แพร่กระจายอยู่บนเครือข่ายถูกออกแบบมาเพื่อโจมตีเฉพาะ คอมพิวเตอร์ที่ใช้สถาปัตยกรรมชิป Intel x86 ซึ่งมักจะพบอยู่ในคอมพิวเตอร์พีซีและเซิร์ฟเวอร์  จากนั้น   คาโอรุก็พบเวอร์ชั่นที่ออกแบบมาสำหรับสถาปัตยกรรมชิป ARM, PPC, MIPS และ MIPSEL ซึ่งโฮสต์อยู่บนเซิร์ฟเวอร์เครื่องเดียวกันกับเวิร์มต้นฉบับ  สถาปัตยกรรมเหล่านี้มีอยู่ในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น เราเตอร์ที่ใช้งานในบ้าน เครื่องรับสัญญาณ กล้องวิดีโอวงจรปิด และระบบควบคุมด้านอุตสาหกรรม  ผู้โจมตีจึงสามารถเลือกอุปกรณ์ที่จะเป็นเป้าหมายการโจมตีได้ตามต้องการ
          สิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งก็คือ เวิร์มชนิดนี้จะสแกนหาเวิร์มลีนุกซ์อีกตัวหนึ่งที่มีชื่อว่า Linux.Aidra และหากพบไฟล์ที่เชื่อมโยงกับภัยคุกคามนี้ ก็จะพยายามลบไฟล์เหล่านั้น และเวิร์มประเภทนี้ยังพยายามปิดกั้นพอร์ตการสื่อสารที่ Linux.Aidra ใช้อีกด้วย  ที่จริงแล้ว การลบเวิร์มอีกชนิดหนึ่งนี้ไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างประโยชน์แก่ผู้ใช้ แต่อย่างใด หากแต่เป็นเพราะว่าผู้โจมตีที่ใช้ Linux.Darlloz ทราบว่าอุปกรณ์ที่มีเวิร์ม Linux.Aidra จะมีหน่วยความจำและพลังประมวลผลที่จำกัด และดังนั้นจึงไม่ต้องการแบ่งปันทรัพยากรร่วมกับมัลแวร์อื่นๆ
          Linux.Aidra ซึ่งเป็นมัลแวร์ที่ Linux.Darlloz พยายามจะกำจัด นับเป็นตัวอย่างของภัยคุกคามรุ่นใหม่นี้เช่นกัน โดยจะมีลักษณะคล้ายคลึงกัย Darlloz บางเวอร์ชั่นที่ไซแมนเทคตรวจพบ นั่นคือ Linux.Aidra พุ่งเป้าโจมตีอุปกรณ์ขนาดเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเคเบิลโมเด็มและ DSL โมเด็ม  เวิร์มดังกล่าวจะใช้อุปกรณ์ประเภทนี้เป็นบอตเน็ต (Botnet) สำหรับการโจมตีแบบ Distributed Denial-of-Service (DDoS)  ใครก็ตามที่สร้าง Darlloz เชื่อว่าการติดเชื้อ Aidra มีการแพร่กระจายอย่างกว้างขวางจนอาจเป็นภัยคุกคามต่อมัลแวร์ของตนเอง
          สิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมากเกี่ยวกับภัยคุกคามประเภทนี้ก็คือ ในหลายๆ กรณี ผู้ใช้อาจไม่ทราบว่าอุปกรณ์ของตนเองกำลังรันระบบปฏิบัติการที่เสี่ยงต่อการ ถูกโจมตี  อย่างไรก็ดี ซอฟต์แวร์ดังกล่าวมักถูกซ่อนไว้ในอุปกรณ์ และปัญหาอีกประการหนึ่งก็คือ ผู้ผลิตอุปกรณ์ไม่ได้จัดหาอัพเดตให้แก่ลูกค้า อาจเป็นเพราะฮาร์ดแวร์มีข้อจำกัดหรือเทคโนโลยีล้าสมัย เช่น ไม่สามารถรันซอฟต์แวร์รุ่นใหม่ได้

กล้องวงจรปิดที่มีจุดอ่อน

          เวิร์มชนิดนี้คือกรณีล่าสุดที่เน้นย้ำถึงภัยคุกคามด้านความปลอดภัยสำหรับ เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่ง  ช่วงต้นปีที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการการค้าของสหรัฐฯ ได้ตัดสินคดีฟ้องร้องต่อ TREND net ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตกล้องวงจรปิดและกล้องดูแลเด็กที่รองรับการเชื่อมต่อ อินเทอร์เน็ต โดยคณะกรรมาธิการระบุว่า TREND net ทำตลาดโดยระบุว่ากล้องมีความปลอดภัย “แต่ในความเป็นจริงแล้ว กล้องดังกล่าวมีซอฟต์แวร์ที่บกพร่องจนเปิดโอกาสให้ใครก็ตามที่ล่วงรู้อิน เทอร์เน็ตแอดเดรสของกล้องสามารถรับชมภาพวิดีโอและฟังเสียงผ่านทางออนไลน์ ได้” และ “ความบกพร่องที่ว่านี้ส่งผลให้ข้อมูลจากกล้องส่วนตัวของผู้บริโภคหลายร้อย รายถูกเผยแพร่แก่สาธารณชนผ่านทางอินเทอร์เน็ต”
          เมื่อเดือนมกราคม 2555 บล็อกเกอร์รายหนึ่งได้เปิดเผยถึงข้อบกพร่องดังกล่าว และผลปรากฏว่ามีผู้ใช้เผยแพร่ลิงค์สำหรับการดูภาพวิดีโอแบบสดจากกล้องวงจร ปิดเกือบ 700 ตัว “ภาพวิดีโอดังกล่าวแสดงภาพของเด็กทารกที่กำลังนอนหลับอยู่ในเปล เด็กเล็กกำลังเล่นสนุก และผู้ใหญ่ที่กำลังทำกิจวัตรประจำวัน” คณะกรรมาธิการกล่าวผลการตัดสินคดีดังกล่าวกำหนดให้บริษัทผู้ผลิตต้องปรับ ปรุงความปลอดภัยของอุปกรณ์ และให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่กล่าวอ้างเกินจริงในเรื่องความปลอดภัยในข้อมูลส่ง เสริมการขายในอนาคต
          สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับกรณีของ TRENDnet ก็คือ อุปกรณ์เป้าหมายไม่ได้ติดเชื้อจากมัลแวร์ใดๆ แต่การตั้งค่าความปลอดภัยของอุปกรณ์เปิดโอกาสให้ใครก็ตามสามารถเข้าใช้ อุปกรณ์ได้ง่ายๆ เพียงแค่รู้วิธีเท่านั้น  นี่ไม่ใช่กรณีที่เกิดขึ้นเพียงลำพัง เพราะในปัจจุบันมีเสิร์ชเอนจิ้นที่ชื่อว่า Shodan ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถค้นหาอุปกรณ์มากมายที่รองรับอินเทอร์เน็ต
Shodan ค้นหาอุปกรณ์ต่างๆ แทนที่จะค้นหาเว็บไซต์  นอก เหนือจากกล้องวงจรปิดและอุปกรณ์ภายในบ้านประเภทอื่นๆ แล้ว Shodan ยังสามารถค้นหาระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศภายในอาคาร โรงบำบัดน้ำเสีย รถยนต์ ไฟจราจร เครื่องตรวจวัดการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ และระบบควบคุมโรงไฟฟ้า  หากอุปกรณ์ถูกตรวจพบโดย Shodan ก็ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์นั้นมีจุดอ่อน  แต่ Shodan และบริการอื่นๆ ที่คล้ายคลึงกันช่วยเพิ่มความสะดวกในการค้นหาอุปกรณ์ หากว่าผู้โจมตีล่วงรู้ถึงจุดอ่อนในอุปกรณ์นั้นๆ

โลกที่เชื่อมต่อถึงกัน

          ปัญหาบางอย่างอาจไม่ได้เกี่ยวข้องกับจุดอ่อนด้านความปลอดภัยเสมอไป กล่าวคือ โทรทัศน์ที่รองรับอินเทอร์เน็ตได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน และมีฟีเจอร์เพิ่มเติมที่เป็นประโยชน์ เช่น การเข้าถึงบริการวิดีโอสตรีมมิ่ง และการท่องเว็บ  เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ LG ยืนยันว่า โทรทัศน์หลายรุ่นมีการตรวจสอบติดตามสิ่งที่ผู้ใช้รับชมและส่งข้อมูลโดยรวมกลับไปยังบริษัท  เหตุผลที่ LG ทำเช่นนั้นก็เพื่อที่จะปรับแต่งโฆษณาให้สอดรับกับรสนิยมของลูกค้า  อย่างไรก็ตาม ข้อผิดพลาดในระบบส่งผลให้โทรทัศน์ยังคงเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่องแม้ กระทั่งเมื่อฟีเจอร์ถูกปิดการใช้งาน  บริษัทกำลังจัดเตรียมอัพเดตสำหรับเฟิร์มแวร์เพื่อแก้ไขปัญหานี้
รูปประมาณการเกี่ยวกับการเพิ่มจำนวนของอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อทั่วโลก (ที่มา: ซิสโก้)
          เครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่งยังคงอยู่ในช่วงเริ่มต้น และจำนวนอุปกรณ์ที่รองรับอินเทอร์เน็ตก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว  ซิสโก้ระบุว่าปัจจุบัน มีอุปกรณ์เชื่อมต่อกว่า 10,000 ล้านเครื่องบนโลกใบนี้ ขณะที่ประชากรโลกมีจำนวนราว 7,000 ล้านคน นั่นหมายความว่าทุกวันนี้อุปกรณ์เชื่อมต่อมีจำนวนมากเกินกว่าจำนวนประชากร เสียอีก  ซิสโก้ซึ่งสำรวจตรวจสอบจำนวนอุปกรณ์อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าจำนวนอุปกรณ์เชื่อมต่อจะแตะระดับ 50,000 ล้านเครื่องภายในปี 2563  ที่น่าสนใจก็คือ บริษัทเชื่อว่าประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ของการเติบโตนี้จะเกิดขึ้นในช่วง 3 ปีสุดท้ายของทศวรรษนี้
          ภายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เราได้เห็นอุปกรณ์เชื่อมต่อหลากหลายประเภทถือกำเนิดขึ้น  ตัวอย่างเช่น ทุกวันนี้เครื่องควบคุมอุณหภูมิธรรมดาๆ ก็สามารถเชื่อมต่อเว็บได้ รวมไปถึงหลอดไฟ ซึ่งตอนนี้สามารถควบคุมได้ด้วยสมาร์ทโฟน  แม้กระทั่งอุตสาหกรรมยานยนต์ก็ยังตื่นตัว โดยมีแผนที่จะนำเสนอรถยนต์ที่รองรับการเชื่อมต่อ สามารถรับข้อมูลแบบเรียลไทม์
          อะไรคือปัจจัยที่กระตุ้นการขยายตัวอย่างรวดเร็วนี้?  กล่าวอย่างง่ายๆ ก็คือ มี “ที่ว่าง” บนอินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้น และอุปกรณ์ต่างๆ ก็มีต้นทุนการผลิตที่ถูกลง  ทุกอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตต้องใช้แอดเดรสในการติดต่อสื่อสารกับ อุปกรณ์อื่นๆ  แอดเดรสที่ว่านี้เรียกว่า อินเทอร์เน็ตโปรโตคอล (ไอพี) แอดเดรส  จำนวนแอดเดรสที่พร้อมใช้งานภายใต้ระบบแอดเดรสปัจจุบัน หรือ Internet Protocol Version 4 (IPv4) ใกล้จะหมดแล้ว จึงมีการปรับใช้ระบบใหม่ นั่นคือ IPv6 ซึ่งสามารถจัดหาไอพีแอดเดรสได้มากกว่าหลายเท่า หลายพันล้านแอดเดรสสำหรับประชากรแต่ละคนบนโลกใบนี้
          นอกจากนี้ มีการพัฒนามาตรฐานอื่นๆ เช่นกัน  ตัวอย่างเช่น หน่วยงานที่มีหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐาน Bluetooth สำหรับการสื่อสารไร้สายได้เปิดตัวเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดของเทคโนโลยีนี้ ซึ่งพร้อมรองรับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตที่เชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน โดยมาตรฐาน Bluetooth รุ่นใหม่นี้จะเพิ่มความสะดวกในการค้นหาและสื่อสารกับอุปกรณ์ต่างๆ ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์มากมาย ทั้งยังเพิ่มความสะดวกในการเชื่อมโยงอุปกรณ์ Bluetooth เข้ากับอินเทอร์เน็ตที่รองรับ IPv6
          พร้อมกับการขยายตัวของพื้นที่เครือข่าย อุปกรณ์ที่รองรับอินเทอร์เน็ตก็สามารถผลิตได้ง่ายขึ้น  หลายคนอาจรู้จักกฎของมัวร์ (Moore’s Law) ซึ่งคาดการณ์ว่าพลังประมวลผลของโปรเซสเซอร์จะเพิ่มขึ้นสองเท่าทุกๆ สองปี  ข้อพิสูจน์ก็คือ ชิปที่กินไฟน้อยมีต้นทุนการผลิตลดลงเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป  เทคโนโลยีอื่นๆ เช่น ชิปเซ็ต Wifi มีราคาถูกลงอย่างมากในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา  ปัจจัยทั้งหมดนี้จะช่วยให้การผลิตอุปกรณ์ที่รองรับอินเทอร์เน็ตสามารถทำได้ง่ายขึ้นและมีต้นทุนถูกลง

 ปกป้องอย่างต่อเนื่อง

  • ดำเนินการตรวจสอบว่าคุณมีอุปกรณ์อะไรบ้าง เพียงเพราะว่าอุปกรณ์ไม่มีหน้าจอหรือคีย์บอร์ด ไม่ได้หมายความว่าอุปกรณ์นั้นไม่เสี่ยงต่อการถูกโจมตี
  • หากอุปกรณ์บางอย่างเชื่อมต่อกับเครือข่ายในบ้านคุณ อุปกรณ์นั้นก็สามารถเข้าใช้งานผ่านทางอินเทอร์เน็ตได้ และดังนั้นจึงต้องได้รับการคุ้มครองความปลอดภัย
  • ตรวจสอบการตั้งค่าความปลอดภัยบนอุปกรณ์ที่คุณซื้อ  หากอุปกรณ์นั้นสามารถเข้าใช้งานผ่านการเชื่อมต่อระยะไกล ก็ควรปิดการใช้งานฟีเจอร์นี้หากไม่จำเป็นต้องใช้  เปลี่ยนรหัสผ่านที่ตั้งมาพร้อมกับอุปกรณ์ให้เป็นรหัสผ่านที่คุณรู้เพียงคน เดียว อย่าใช้รหัสผ่านทั่วไปหรือรหัสผ่านที่คาดเดาได้ง่าย เช่น “123456” หรือ “password”  ทางที่ดีควรใช้รหัสผ่านที่ประกอบด้วยทั้งตัวอักษร ตัวเลข และสัญลักษณ์
  • ตรวจสอบเว็บไซต์ของผู้ผลิตอย่างสม่ำเสมอเพื่อดูว่ามีอัพเดตสำหรับ ซอฟต์แวร์ของอุปกรณ์หรือไม่  หากมีการตรวจพบจุดอ่อนด้านความปลอดภัย ผู้ผลิตก็มักจะแก้ไขจุดอ่อนนั้นในอัพเดตรุ่นใหม่สำหรับซอฟต์แวร์
          มีอุปกรณ์มากมายที่เชื่อมต่อกับเครือข่ายในบ้านคุณ และเครือข่ายนี้ก็เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตอีกทีหนึ่ง  ส่วนเราเตอร์/โมเด็มก็คั่นกลางระหว่างอุปกรณ์ของคุณกับโลกภายนอก  การปกป้องเราเตอร์/โมเด็มจึงนับเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะมีไฟร์วอลล์ติดตั้งอยู่ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการเปิดใช้งานและกำหนดค่าไฟร์วอลล์อย่าง เหมาะสม
สนับสนุนเนื้อหา: www.it24hrs.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

iPhone 6 มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบ !!

 (ไอโฟน 6) อัพเดท สเปค และ ราคา ล่าสุด [12-ก.พ.-57]: iPhone 6 มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบ !!

อัพเดทข่าว iPhone 6 (ไอโฟน 6) โดยทีมงาน techmoblog ในวันนี้ เมื่อทางเว็บไซต์ The Korea Herald เผยว่าiPhone 6 ที่จะเปิดตัวช่วงเดือนกันยายนนี้ จะมาพร้อม หน้าจอแบบไร้ขอบ
ไม่เพียงเท่านั้น แหล่งข่าวยังเผยอีกว่า แอปเปิล กำลังพัฒนา iPhone 6 ตัวต้นแบบ ที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบไร้ขอบ และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ที่สามารถอ่านลายนิ้วมือได้บนจอภาพ ไม่ใช่เฉพาะบน ปุ่ม Home อย่างเดียว ซึ่งก่อนหน้านั้น ก็เคยมีข่าวออกมาว่า Samsung Galaxy S5 จะสามารถอ่านลายนิ้วมือบนหน้าจอได้เช่นเดียวกัน
ส่วนทางสำนักข่าว Bloomberg ได้เผยว่า iPhone 6 จะมาพร้อมหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมครับ
ที่มา - macrumors.com