วันอาทิตย์ที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557

หลุดแท็บเล็ตปริศนา หน้าจอ 8 นิ้ว จากซัมซุง คาดเป็น Samsung Galaxy Tab 4

หลุดแท็บเล็ตปริศนา หน้าจอ 8 นิ้ว จากซัมซุง คาดเป็น Samsung Galaxy Tab 4
ดูเหมือนว่าในปีนี้ ซัมซุง เตรียมลุย ตลาดแท็บเล็ต อย่างจริงจัง อีกครั้ง หลังจากที่เมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ได้เปิดตัว แท็บเล็ตระดับไฮเอนด์ อย่าง Samsung Galaxy Note Pro และ Samsung Galaxy Tab Pro รวมไปถึง แท็บเล็ตราคาย่อมเยา อย่าง Samsung Galaxy Tab 3 Lite กันไปแล้ว
ล่าสุด ได้มี โค้ดเนม SM-T330 แท็บเล็ตปริศนา หน้าจอ 8 นิ้ว จากซัมซุง หลุดออกมา ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็น Samsung Galaxy Tab 4 8.0 ครับ
โดยโค้ดเนม SM-T330 นี้ มาจากฐานข้อมูลของ Zauba ซึ่งเป็นเว็บไซต์ import-export ในประเทศอินเดีย และเมื่อเปรียบเทียบ รหัส SM-T330 กับ แท็บเล็ตรุ่นก่อนหน้า อย่างเช่น SM-T310 / SM-T311 / SM-T315 ซึ่งเป็น Samsung Galaxy Tab 3 8.0 กับ SM-T320 / SM-T325 ซึ่งเป็น Samsung Galaxy Tab Pro 8.4 ทำให้คาดว่า รหัส SM-T330 คงจะเป็น Samsung Galaxy Tab 4 8.0 อย่างแน่นอนครับ
ก่อนหน้านั้น ทางซัมซุง ได้ออกมาเผยแล้วว่า จะเปิดตัว แท็บเล็ตอีกหลายรุ่น ในปีนี้ ทำให้มีความเป็นไปได้ที่ เราจะได้เห็น Samsung Galaxy Tab 4 8.0 รุ่นนี้ ในงาน MWC 2014 ปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้ครับ
รายละเอียดเพิ่มเติม : phonearena.com
 สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com


ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2557

มาดูกันดีกว่าว่าแท็บเล็ตรุ่นไหนที่แบตเตอรี่ทรหดที่สุด

            แนะนำแท็บเล็ตสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับความอึดของแบตเตอรี่มาเป็นลำดับแรกๆ จากการทดสอบและจัดอันดับของเว็บไซต์เทคโนโลยีชื่อดัง CNET
            การจะเลือกซื้อแท็บเล็ตสักเครื่องเราจำเป็นจะต้องพิจารณาปัจจัยหลายอย่าง ทั้งสเป็ก ราคา ดีไซน์ ความคุ้มค่าในการใช้งาน ฯลฯ แต่ถ้าหากความอึดและทนของแบตเตอรี่เป็นโจทย์ที่สำคัญที่สุดสำหรับคุณ แท็บเล็ตที่จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะที่สุดซึ่ง CNET เว็บไซต์เทคโนโลยีชื่อดังได้ทำการทดสอบและจัดอันดับมาแล้ว โดยอันดับหนึ่งของแท็บเล็ตที่มีแบตเตอรี่ซึ่งอยู่ได้นานที่สุดในขณะนี้คือ Lenovo Yoga Tablet 8 แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ที่มาพร้อมดีไซน์ขาตั้งซึ่งยกตัวเครื่องให้สูงขึ้นได้ แท็บเล็ตรุ่นนี้โดดเด่นด้วยความสามารถที่ใช้งานได้นานถึง 14.2 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งแซงหน้าแท็บเล็ตแบตเตอรี่อึดอันดับที่ 2 อย่าง iPad Air ไปถึง 1 ชั่วโมง ซึ่งเกิดขึ้นได้จากการที่ความละเอียดหน้าจอของแท็บเล็ต Lenovo Yoga Tablet 8 นั้นอยู่ในระดับที่ไม่สูงนักจึงส่งผลให้แบตเตอรี่อยู่ได้นานขึ้นนั่นเอง
            สำหรับอันดับที่ 2 ของแท็บเล็ตแบตเตอรี่ทน ที่ครองตำแหน่งโดย iPad Air ของ Apple นั้น แบตเตอรี่อยู่ได้นาน 13.2 ชั่วโมงจากการทดสอบของ CNET ซึ่งทำโดยการเปิด airplane mode และเล่นวิดีโอ Toy Story 3 ติดต่อกันไปเรื่อยๆ ที่ความละเอียด 720p จนกระทั่งแท็บเล็ตดับไปเองในที่สุด
            อันดับ 3 ตามมาด้วยแท็บเล็ตอีกรุ่นจากค่าย Lenovo ค่ายเดิม ซึ่งก็คือ Yoga Tablet 10 ที่ใช้งานได้นาน 12.2 ชั่วโมง อันดับที่ 4 คือ Surface 2 จากค่าย Microsoft ที่ระยะเวลา 11.6 ชั่วโมง และอันดับที่ 5 คือ Nexus 7 รุ่นล่าสุด ที่อยู่ได้นานถึง 11.5 ชั่วโมง ซึ่งมีความน่าประทับใจตรงที่นอกจากจะมีความละเอียดของหน้าจอสูงแล้ว ขนาดของแท็บเล็ตก็ยังค่อนข้างเล็ก ทั้งที่โดยปกติแล้วแท็บเล็ตขนาดเล็กจะหมายความว่าผู้ผลิตจะมีพื้นที่ให้ใส่แบตเตอรี่ได้น้อยก็ตาม
ปิดท้ายการจัดลำดับของ CNET ด้วยอันดับที่ 6 Samsung Galaxy Tab 3 ขนาดหน้าจอ 8 นิ้ว ที่ใช้งานได้นาน 10 ชั่วโมง
สรุป 6 อันดับแท็บเล็ตแบตเตอรี่อึดจากการทดสอบของ CNET
1. Lenovo Yoga Tablet 8 (14.2 ชม.)
2. Apple iPad Air (13.2 ชม.)
3. Lenovo Yoga Tablet 10 (12.2 ชม.)
4. Microsoft Surface 2 (11.6 ชม.)
5. Google Nexus 7 (11.5 ชม.)
6. Samsung Galaxy Tab 3 (10 ชม.)
by Jitsupa
สนับสนุนเนื้อหา: life.voicetv.co.th/living/95717.html
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

บนเวที...ทีวี “ดิจิตอล“ “ช่อง“ นั้นสำคัญไฉน

บนเวที...ทีวี ดิจิตอล ช่อง นั้นยิ่งใหญ่ไฉน

            ใกล้เข้ามาทุกขณะ สำหรับการกระจายเสียงที่ทุกคนเฝ้าคอย ภายหลังการจัดการเสนอราคาเสร็จสิ้น และมีการคัดเลือกลำดับหมายเลขช่องกันอย่างไม่ทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปคงเหลือแค่รอเวลาที่คนไทยจะได้รับสังเกตอย่างเป็นทางการในเดือนเมษายนนี้
            ทวนทบความทรงจำกันอีกครั้ง จอแก้วดิจิตอลจะให้ความต่างจากโทรทัศน์อนาล็อกตรงที่มีภาพกระจ่างขึ้น รองรับการกระจายเสียงในระบบความคมชัดสูง หรือเอชดี ทีวีดิจิตอลจะมีช่องเพิ่มจาก 6 ช่องในทีวีอนาล็อกเดิม เป็น 48 ช่อง ภายใต้การบังคับการสอดส่องของกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการทีวี และธุรกิจโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ใน 48 ช่อง ได้แบ่งเป็น 3 ประเภทหลักๆ ประกอบด้วย ประเภทช่องสาธารณะ จำนวน 12 ช่อง, ช่องธุรกิจ จำนวน 24 ช่อง และช่องชุมชน จำนวน 12 ช่อง
            การจัดสรรช่องต่างๆ แบ่งเป็น ช่องสาธารณะ จะจัดสรรด้วยการเลือกตามความพอเหมาะ ช่องการทำงานเป็นหมวดเดียวให้ภาคเอกชนเข้ามาแข่งขัน และช่องชุมชนจะจัดสรรด้วยการเลือกตามความพอเหมาะ และจะเกิดขึ้นภายหลังโครงข่ายถ้วนทั่วทั้งประเทศแล้ว
            การประมูลจอแก้วดิจิตอลในช่องกิจธุระ มีผู้ประกอบการโทรทัศน์รายใหญ่ ตบเท้าเข้าประมูลกันอย่างคับคั่ง ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มกราคมที่ผ่านมา ได้มีการประกาศหลั่นช่องรายการสำหรับทีวีดิจิตอลอย่างไม่เป็นทางการ กสทช.จะให้หมายเลขช่องการงานอยู่ลำดับถัดจากช่องสาธารณะหมายเลข 1-12 หรือเริ่มต้นที่หมายเลข 13-36
            หมายเลขต่างๆ ของทีวีประเภทธุรกิจ ประกอบด้วย หมวดหมู่ช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว หมายเลข 13 ได้แก่ บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด หรือช่อง 3, หมายเลข 14 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือช่อง 9 และหมายเลข 15 บริษัท ไทยทีวี จำกัด จากกลุ่มผู้ประกอบการนิตยสารทีวีพูล
            หมวดหมู่ข่าวสารและสาระ หมายเลข 16 บริษัท ไทย นิวส์ เน็ตเวิร์ค (ทีเอ็นเอ็น) จำกัด ในเครือกลุ่มบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), หมายเลข 17 บริษัท ไทยทีวี จำกัด, หมายเลข 18 บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ จำกัด ในเครือผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์เดลินิวส์, หมายเลข 19 บริษัท สปริงนิวส์ เทเลวิชั่น จำกัด, หมายเลข 20 บริษัท 3 เอ. มาร์เก็ตติ้ง จำกัด จากกลุ่มผู้ประกอบการข่าว5 หน้า 1, หมายเลข 21 บริษัท วอยซ์ ทีวี จำกัด และหมายเลข 22 บริษัท เอ็นบีซี เน็กซ์ วิชั่น จำกัด ในเครือเนชั่นมัลติมีเดียกรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
            ประเภทหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดปกติ (เอสดี) หมายเลข 23 บริษัท ไทย บรอดคาสติ้ง จำกัด ในเครือในเครือบริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน), หมายเลข 24 บริษัท ทรู ดีทีที จำกัด จากกลุ่มทรูฯ, หมายเลข 25 บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอสดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด ในเครือบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), หมายเลข 26 บริษัท แบงคอก บิสสิเนส บรอดแคสติ้ง จำกัด จากกลุ่มเนชั่นฯ, หมายเลข 27 บริษัท อาร์.เอส.เทเลวิชั่น จำกัด ในเครือบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน), หมายเลข 28 บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด หรือช่อง 3 และหมายเลข 29 บริษัท โมโน บรอดคาซท์ จำกัด
            อย่างหมู่ทั่วไปแบบความคมชัดสูง (เอชดี) หมายเลข 30 บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) หรือช่อง 9, หมายเลข 31 บริษัท จีเอ็มเอ็ม เอชดี ดิจิทัล ทีวี จำกัด ในเครือแกรมมี่, หมายเลข 32 บริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ จำกัด จากผู้ประกอบการหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ, หมายเลข 33 บริษัท บีอีซี-มัลติมีเดีย จำกัด หรือช่อง 3, หมายเลข 34 บริษัท อมรินทร์ เทเลวิชั่น ควบคุม ในเครือบริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน), หมายเลข 35 บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด หรือช่อง 7 และหมายเลข 36 บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด ของ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ
            หลายคนคงเคลือบแคลงว่าการเลือกหมายเลขช่องสำคัญไฉน เชื่อว่าผู้ประกอบการแต่ละรายที่เลือกหลั่นช่องรายการของตนนั้นคงมาจากแนวความคิดที่ต่างกัน แต่ลึกๆแล้วหมายเลขช่องจะแฝงไว้ด้วยตัวเลขทางการตลาดโดย กสทช.ให้ผู้ชนะการประมูลสูงสุดมีสิทธิเลือกก่อนในแต่ละหมวด นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เนชั่น บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด เสนอเงินชนะการประมูลสูงสุดในช่องข่าวสารและสาระ บอกว่า เหตุที่เลือกหมายเลข 22 เพราะเป็นหมายเลขเบิ้ล ง่ายต่อการกดรีโมตของผู้ชม จึงหวังให้ผู้ชมจะกดหมายเลขนี้บ่อยๆ นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานธุรกิจโทรทัศน์ 2 และโครงการพิเศษ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) ชนะการประมูลด้วยการเสนอเงินสูงสุดในช่องเอสดี กล่าวว่า เวิร์คพอยท์ เลือกช่องหมายเลข 23 เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำ เพราะเลข 23 คล้ายคลึงกับการนับเลข
            ส่วนช่อง 3 ชนะการเสนอราคาจากการเสนอเงินสูงสุดในช่องเอชดี และช่องเด็ก เยาวชน และครอบครัว ผู้บริหารระดับสูงของช่อง 3 บอกว่า เลือกหมายเลข 13 ในช่องรายการเด็ก และ 33 ในช่องเอชดี เพราะต้องการให้มีหมายเลข 3 เป็นตัวเชื่อมจากช่องหมายเลข 3 บนทีวีอนาล็อกเดิม ไปสู่จอแก้วดิจิตอล
            ขณะที่นายเอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เล่าให้ฟังว่า แรกเริ่มเดิมทีตั้งใจจะเลือกหมายเลขช่อง 36 เพราะ 3 บวก 6 จะได้เท่ากับ 9 แต่ท้ายสุดต้องเลือกตามลำดับสิทธิทำให้มีผู้ประกอบการรายอื่นเลือกไปก่อน จึงต้องเปลี่ยนมาที่ลำดับเลข 30 แทน
            ด้านการรับชมจอแก้วดิจิตอล พ.อ.นที ศุกลรัตน์ รองประธาน กสทช. และประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ (กสท.) นั้นบอกว่า อยากให้ผู้ประกอบการมองเห็นความสำคัญของการสร้างเนื้อหารายการดีๆ ให้แก่ผู้ชมมากกว่า เนื่องจากหมายเลขช่องเป็นเพียงแค่เครื่องมือของการจดจำเท่านั้น
            พ.อ.นทีกล่าวด้วยว่า การรับชมโทรทัศน์ดิจิตอล สามารถรับชมผ่านเครื่องจอแก้วรุ่นใหม่ๆ ที่รับสัญญาณทีวีดิจิตอลได้โดยตรง หรือรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอล ในกรณีเป็นทีวีรุ่นเก่าที่ไม่สามารถรับสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอลได้ นอกจากนี้ยังสามารถรับชมผ่านกล่องรับสัญญาณเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม ตามประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการทีวีเป็นการทั่วไป (มัสต์แคร์รี่)
            การรับชมผ่านเคเบิลทีวี และทีวีดาวเทียม การจัดเรียงช่อง จะแตกต่างจากการรับชมในช่องทางปกติโดยจะมีการเพิ่มลำดับไป 10 หลัก เช่น ช่องหมายเลข 13 บนทีวีดิจิตอล บนทีวีดาวเทียม จะกลายเป็นเลข 23 เป็นต้น ส่วนคูปองสนับสนุนค่าอุปกรณ์เปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีจากทีวีอนาล็อก ไปสู่ทีวีดิจิตอล ที่ กสทช.จะออกให้คนไทย 22 ล้านครัวเรือน ครัวเรือนละ 690 บาทนั้น พ.อ.นทีบอกให้อดใจรอ
            กสท.กำลังพิจารณาความแจ่มชัดในแนวทางต่างๆ รวมถึงการส่งนำไปให้ให้ถึงมือประชาชนให้เสร็จ คาดว่าจะเริ่มแจกได้เร็วสุดตั้งแต่เดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป เบื้องต้นจะแจกให้แก่พื้นที่ที่โครงข่ายการรับชมสามารถเข้าถึงได้ก่อน ปีนี้จะมีทั้งสิ้น 11 จังหวัด ได้แก่ วันที่ 1 เมษายน 4 จังหวัด คือ กรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา วันที่ 1 พฤษภาคม พื้นที่ จ.อุบลราชธานี สุราษฎร์ธานี ระยอง และวันที่ 1 มิถุนายน ในพื้นที่ จ.สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่น และอุดรธานี
            ประชาชนที่ต้องการรับชมทีวีดิจิตอลขณะนี้ กำลังอยู่ในช่วงทดลองการออกอากาศ สามารถหาซื้อสิ่งของรับสัญญาณมาเข้าประจำที่เพื่อการรับชมได้แล้ว เนื่องจากก่อนหน้านี้ จากตัวเลขล่าสุดเมื่อสิ้นปี กสทช.ได้อนุมัติให้ขายอุปกรณ์ในตลาดทั้งเครื่องทีวี และกล่องรับสัญญาณไปแล้วกว่า 6 แสนเครื่อง แต่เชื่อว่าหลังจากนี้ต้องมีผู้ประกอบการจำหน่ายกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิตอลเท่ากับราคาคูปองแน่...พ.อ.นทีมั่นใจ
ที่มา : นสพ.มติชน
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

หรือนี่คือกาลอวสานของ iPod?

หรือนี่คือกาลอวสานของ iPod?

ช่วงวันหยุดยาวเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมา  iPad และ iPhone ของแอปเปิลสามารถขายได้ดีกว่าที่ผ่านๆมา  iPhone 51 ล้านเครื่องและ iPad 26 ล้านเครื่องถูกขายออกไปภายในระยะเวลาเพียงหนึ่งไตรมาส  แต่ยอดขายของ iPod กลับไม่สวยงามเฉกเช่นสินค้าหลักของแอปเปิล
iPod
ในไตรมาสที่ผ่านมานั้น  แอปเปิลสามารถขาย iPod ได้เพียง 6 ล้านเครื่อง  ลดลง 52% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปี 2012  ซึ่งคิดเป็นมูลค่า 973 ล้านเหรียญ  เมื่อเทียบกับรายได้ของแอปเปิลทั้งไตรมาสที่ผ่านมาที่ 57.6 พันล้านเหรียญแล้วถือว่ายอดขายของ iPod เป็นตัวเลขที่เล็กน้อยมาก
เกิดอะไรขึ้นกับ iPod?  คำตอบนั้นง่ายมาก  เป็นเพราะ iPhone และ iPad นั่นแหละที่มาแย่งส่วนแบ่งตลาดของ iPod ไป  ทุกคนที่มี iPhone ก็สามารถใช้งานได้ทุกอย่างเท่าเทียมกับ iPod จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องซื้อ iPod อีก  ยิ่งไปกว่านั้นแล้ว  iPhone สามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ทผ่านเครือข่าย 3G ได้  ทำให้สามารถโหลดเพลงได้ทุกที่ทุกเวลา ในขณะที่ iPod ยังต้องใช้ wifi เพื่อเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ท
ยอดขายที่ตกลงของเครื่องเล่น MP3 ไม่ได้เป็นปรากฎการณ์ใหม่  แท้จริงแล้วความนิยมในเครื่องเล่น MP3 เริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2009  และอีกไม่นานนับจากนี้อาจจะถึงกาลอวสานของเครื่องเล่น MP3

the-decline-of-ipod

อ้างอิงจาก TheVerge
สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2557

Galaxy S5 เครื่องก็อบ อิงการออกแบบจากภาพเรนเดอร์มาแล้ว

บริษัทผลิตมือถือในจีน เริ่มผลิต Samsung Galaxy S5 เครื่องก็อบ อิงการออกแบบจากภาพเรนเดอร์แล้ว
             บริษัท No.1 ผู้ผลิตมือถือรายใหญ่ในจีน ได้ออกตัวมาแล้วครับว่า กำลังผลิต มือถือจีน Samsung Galaxy S5 เครื่องก็อบ อยู่ในตอนนี้ครับ โดยก่อนหน้านั้น No.1 ได้เคยผลิต Samsung Galaxy S4, Samsung Galaxy Note 3 และiPhone 5C เครื่องก็อบ มาแล้วอีกด้วย
Samsung

Samsung Galaxy S5 เครื่องก็อบ
            โดยทาง No.1 ได้อ้างอิงการออกแบบ Samsung Galaxy S5 เครื่องก็อบ จากภาพเรนเดอร์ ที่ทางบริษัทคิดว่า น่าจะใกล้ตัวเครื่องจริงมากที่สุดครับ ซึ่งทาง No.1 ยังไม่เผยว่า เป็นแบบใด ในขณะที่ ข้อสรุปในเรื่องดีไซน์ของ Samsung Galaxy S5 เครื่องจริงนั้น ยังไม่มีใครทราบว่า เป็นแบบใดกันแน่
            ส่วนการเปิดตัว Samsung Galaxy S5 เครื่องก็อบ มือถือจีน รุ่นนี้ จะเปิดตัว ตัดหน้า Samsung Galaxy S5 เครื่องจริงด้วยหรือไม่ ต้องติดตามครับ แต่ตอนนี้ Samsung Galaxy S4 ยังใช้ไม่ทันมีรอยเลย...ของใหม่จะออกมาอีกละ !!!
รายละเอียดเพิ่มเติม : phonearena.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

ดูกันชัดๆ สำหรับน้องใหม่ จากตระกูล Galaxy

Galaxy Grand 2

            เปรียบเทียบ  2 และ Samsung Galaxy Grand สมาร์ทโฟนจอใหญ่จาก Samsung [Infographic]
            วันนี้ทางทีมงาน Sanook! Hitech ขอนำภาพ Infographic ระหว่าง Samsung Galaxy Grand VS Samsung Galaxy Grand 2 สองพี่น้องในตระกูล Galaxy Grand มาฝากกันครับ
Samsung Galaxy Grand VS Samsung Galaxy Grand 2
            Samsung Galaxy Grand 2 มือถือสองซิม จอใหญ่ ราคากลางๆ ถ่ายภาพก็สวย ดูหนังก็ไม่สะดุด หรือแม้แต่เล่นเกมส์อะไรก็อิน เต็มที่ ด้วยดีไซน์หรู ไม่แพ้กับสมาร์ทโฟนรุ่นใหญ่อย่าง Samsung Galaxy S3 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ เลยทีเดียว
            และวันนี้ได้ยกมาเปรียบเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Samsung Galaxy Grand ที่ออกมาก่อนหน้า จะเหมือนหรือจะต่างอย่างไร เรามาทำความรู้จักกับเจ้าสมาร์ทโฟนสุดเก๋ ตัวนี้กันเลย... หรือติดตาม รายละเอียดเพิ่มเติม: http://www.samsung.com/th/galaxygrand2/
ข้อมูลเพิ่มเติม!!
            GALAXY GRAND 2 มอบพื้นที่หน้าจอสูงสุดบนสมาร์ทโฟนที่เพรียวบาง คุณสมบัติพร้อมสรรพ เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ เพลิดเพลินกับวิดีโอและเกมบนหน้าจอขนาดใหญ่ สีสันสดใส และทำงานแบบมัลติทาสก์ได้อย่างสะดวกสบายด้วยฟังก์ชัน Multi Window ที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น
            นอกจากนี้ คุณสมบัติกล้องถ่ายรูปที่เหนือชั้นอย่าง Sound&Shot และบริการอัจฉริยะอย่าง Group Play ยังช่วยให้คุณโต้ตอบกับผู้คนรอบตัวได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น มือถือรุ่นล่าสุดของ Samsung เครื่องนี้มาพร้อมโปรเซสเซอร์แบบสี่คอร์และ Bluetooth รุ่นล่าสุด อีกทั้งยังรองรับสองซิม (Dual SIM) จึงมอบสมรรถนะขั้นสุดยอดและการเชื่อมต่อที่เหนือชั้นไว้ในมือคุณ

มุมมองกว้างเพื่อประสบการณ์การรับชมที่ดีที่สุด

ㆍหน้าจอ HD ขนาดใหญ่ถึง 5.25 นิ้ว พร้อมอัตราส่วนการแสดงผล 16:9 เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการชมภาพยนตร์และเล่นเกม
ㆍเพรียวบางกว่า จับกระชับมือ พกพาได้สะดวก

มุมมองกว้างเหมาะสำหรับการใช้งาน Multi-window

ㆍMulti-Window ที่มีประสิทธิภาพช่วยให้คุณทำงานแบบมัลติทาสก์ได้สะดวก คุณสามารถเปิดแอพเดียวกันได้สองอินสแตนซ์ และสามารถดูตัวอย่างแอพที่เปิดใช้งานอยู่ในถาด Multi-Window เพื่อข้ามจากแอพหนึ่งไปยังอีกแอพหนึ่งได้อย่างรวดเร็ว

ใช้งานได้อย่างสนุกสนาน

ㆍฟังก์ชันที่หลากหลายของกล้องถ่ายรูปช่วยให้ใช้งานได้อย่างสนุกสนานมากขึ้น เช่น Sound&Shot ที่ให้คุณบันทึกคำพูดและเสียงที่เกิดขึ้นในขณะถ่ายภาพ
ㆍGroup Play ให้คุณสามารถแบ่งปันภาพ เอกสาร เกม ตลอดจนฟังเพลงและดูวิดีโอร่วมกันได้
ㆍS Translator ในตัว ช่วยขจัดอุปสรรคด้านภาษาและสามารถแปลได้แทบทุกสิ่ง

* S Translator ขึ้นอยู่กับการเชื่อมต่อข้อมูล และภาษาที่พร้อมใช้งานมีจำกัด อาจมีข้อกำหนดและ / หรือค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม ผลลัพธ์จะแตกต่างกันไปตามสถานการณ์แวดล้อม
ฮาร์ดแวร์ทรงพลัง
ㆍซีพียูแบบสี่คอร์ (Quad Core) รองรับการทำงานแบบมัลติทาสก์อย่างราบรื่น โหลดเว็บเพจเร็วขึ้นกว่าเดิม และเล่นวิดีโอได้อย่างลื่นไหล
ㆍแบตเตอรี่ 2600mAh ใช้งานได้ยาวนาน เล่นวิดีโอได้ถึง 10 ชั่วโมง
ㆍมาพร้อมการเชื่อมต่อใหม่ล่าสุด รวมถึง
- Bluetooth 4.0 ใหม่ ส่งข้อมูลได้ไกลขึ้นโดยใช้พลังงานเพียง 1 / 10
- GPS + Glonass สามารถตรวจจับตำแหน่งได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น

พร้อมใช้งานตลอดเวลาด้วยระบบสองซิม

ㆍDual SIM Always On ให้คุณสามารถใช้ข้อมูล 3G และโทรศัพท์พร้อมกันได้ ช่วยรักษาสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน และเพิ่มทางเลือกสำหรับแผนอัตราค่าบริการ
Hitech Gallery

Samsung Galaxy Grand Neo เปิดตัวแล้ว

 มือถือหน้าจอ 5 นิ้ว ซีพียูแบบ Quad-Core เคาะราคาที่หมื่นต้นๆ

[29-มกราคม-2557] เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วครับ สำหรับ Samsung Galaxy Grand Neo หรือ Galaxy Grand Lite สมาร์ทโฟนในตระกูล Galaxy Grand ที่มีสเปค ไม่ต่างจาก ข่าวลือ ที่เผยออกมาก่อนหน้านั้นมากนัก ดังนี้
Samsung

Samsung Galaxy Grand Neo
สเปค Samsung Galaxy Grand Neo
- หน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด 800 x 480 พิกเซล
- หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.2 GHz
- RAM 1 GB
- หน่วยความจำภายในตัวเครื่อง ขนาด 8 GB
- กล้องหน้าแบบ VGA
- กล้องหลัง ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- รัน Android 4.2 Jelly Bean
- แบตเตอรี่ขนาด 2100 mAh
โดย Samsung Galaxy Grand Neo วางจำหน่ายแล้ว ที่ประเทศเนเธอร์แลนด์ ในราคา €260 หรือราวๆ 11,500 บาท คาดว่า จะวางจำหน่ายที่ประเทศอื่นๆ ในเร็วๆ นี้ครับ
รายละเอียดเพิ่มเติม : gsmarena.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com