แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าว แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ทำความสะอาดจอภาพเองได้ง่ายๆ

ทำความสะอาดจอภาพเองได้ง่ายๆ

หากท่านประสบปัญหาจอคอมของท่านสกปรก ฝันเกรอะกรัง แต่ไม่รู้จะทำไงดีวันนี้เรามีคำตอบให้ท่านครับ
บ้านเมืองเรากับปัญหาฝุ่นเกาะตามที่ต่างๆเป็นปัญหามาช้านานแล้ว โดยเฉพาะจอภาพซึ่งมักจะมีฝุ่นเข้าไปติดที่จอภาพเป็นประจำเพราะจอภาพเวลาเราเปิดใช้งานก็จะมีไฟฟ้าสถิตเหมือนเป็นตัวดูฝุ่นผงเข้ามาติดที่จอภาพ หรือบางท่านเวลาใช้งานก็พูดจนน้ำลายแห้งติดจอ คราบต่างๆที่มักมาติดเป็นประจำ ติดมากๆนอกจากอายชาวบ้านแล้ว ก็ยังทำให้จอภาพไม่สว่างเท่าที่ควร แต่ครั้นจะเช็คทำความสะอาดเหมือนเช็คกระจกก็คงจะไม่ได้เพราะจอภาพนั้นมีความบอบบางพอสมควร วันนี้ผมเลยมีเทคนิดเล็กๆน้่อยๆมาแนะนำในการทำความสะอาดจอคอมของท่านครับ
อุปกรณ์แนะนำสำหรับการทำความสะอาดจอภาพ
  • ผ้านุ่มๆที่ไม่มีขน เช่นผ้าชามัวร์ ที่ออกแบบมาทำหรับการทำความสะอาดอุปกรณ์ไอที เพราะนอกจากไม่ทิ้งขนแล้ว ยังไม่ทำให้เกิดรอยด้วย ราคา 70-150 บาท
  • สเปร์ยหรือครีมทำความสะอาดซึ่งควรเป็นของที่ระบุบว่าสามารถใช้กับอุปกรณ์ IT โดยเฉพาะเนื่องจากแห้เร็วและไม่ส่งผลต่อการใช้งานอุปกรณ์ IT ด้วย
  • แปรงปัดฝุ่น ไว้สำหรับปัดฝุ่นที่ติดตามขอบจอภาพ เพราะมักมีฝุ่นที่เข้าไปติดตามขอบหรือรอยต่อระหว่างตัวเครื่องกับจอภาพ
  • หรือใครที่ซื้อโน้ตบุีกใหม่ ตามร้านก็มักจะแถมชุดทำความสะอาด หรือสามารถหาซื้อได้ตามร้านขายอุปกรณ์เสริมทั่วไปครับมีครบชุดเลย
ขั้นตอนการทำความสะอาดจอภาพ
  • ปิดคอม ถอดปลั๊ก ถอดแบตออกแล้วทิ้งไว้สักพักเพื่อให้ไฟฟ้าสถิตที่จอภาพหมดไปก่อน ไม่งั้นเช็คไปตอนเปิดเครื่อง เดี๋ยวก็มาติดใหม่อีก
  • ใช้แปรงปัดฝุ่นตามขอบจอภาพออกมาก่อน โดยค่อยๆสอดปลายแปลงเข้าไปเบาๆแล้วปัดฝุ่นออกมา เสร็จแล้วคว่ำจอภาพลงเพื่อให้ฝุ่นตกลงมา
  • ใช้ผ้าเปล่าๆเช็คทำความสะอาดก่อนรอบนึงเพื่อให้ฝุ่นที่ติดหนาๆออกไปก่อน ไม่แน่อาจจะไม่ต้องใช้น้ำยาก็ได้ ค่อยๆเช็ค ไม่ต้องใช้แรงมากนัก
  • นำสเปรย์ หรือครียมทำความสะอาดมาฉีดที่ตัวผ้า บางๆอย่าฉีด อย่าฉีดที่จอภาพโดยตรง จากนั้นค่อยไล่เช็ดจอภาพตั้งแต่ขอบ ไล่เข้ามาที่กลางจอ
  • ถ้ามีคราบติดแน่นให้ใช้สเปรยืหรือครีมทำความสะอาดฉีดที่ผ้าโดยเน้นแค่จุดเด่นให้ชุ่มๆแล้วค่อยๆเช็คโดยออกแรงเพิ่มอีกนิดน่าจอออกโดยไม่ยากเย็น
  • เสร็จแล้วใช้ผ้าด้านที่สะอาดแห้ง ไม่มีน้ำยาทำความสะอาดเช็ดเบาๆอีกสักที แล้วทิ้งไว้สักพักค่อยปิดจอภาพลงมา แค่นี้จอภาพก็จะใสเหมือนใหม่แล้ว
ข้อควรระวัง
  • ไม่ควรฉีดของเหลวเข้าไปที่จอภาพตรงๆ โดยเฉพาะน้ำเปล่าเช็ค เพราะนอกจากจะเป็นคราบเวลาแห้งแล้ว ของเหลวอาจจะไหลเข้าตามขอบของจอภาพทำให้จอช๊อตได้
  • ไม่ควรใช้แรงเช็ดจอภาพที่มากจนเกินไป แม้จะเป็นคราบติดแน่น ก็ควรใช้แรงแค่ระดับหนึ่ง โดยอาจจะหาน้ำยาหรือครีมทำความสะอาดเข้ามาช่วย
  • เวลาฝุ่นเข้าไปติดตามขอบจอใช้แปรงเขี่ยเบาๆ อย่าออกแรงมากเพราะอาจจะทำให้จอภาพเป็นรอย หรือขอบจอภาพเกิดการอ้าได้
  • ตัวน้ำยาทำความสะอาดควรเป็นแบบที่ระบุว่าใช้สำหรับอุปกรณื IT เท่านั้น
หวังว่าคงเป็นเทคนิคเล็กๆน้อยๆที่ช่วยให้ทุกท่านทำความสะอาดจอภาพได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องมาทนมองจอฝุ่นเยอะๆอีกต่อไปแล้ว
ขอบคุณเนื้อหา และภาพประกอบ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Ganglion cyst โรคคนใช้คอมพิวเตอร์ จับเมาส์ผิดท่าอาจทำให้ข้อมือมีปัญหา

Ganglion cyst โรคคนใช้คอมพิวเตอร์ จับเมาส์ผิดท่าอาจทำให้ข้อมือมีปัญหา

ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ต้องบอกว่าถึงขั้นนานมาก เกือบตลอด 14 ปีที่ผ่านมาเฉลี่ยแล้วใช้เมาส์และคอมพิวเตอร์ไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมงต่อวัน จะมีช่วงหลังที่ลดลงบ้างเนื่องจากหันมาใช้ Tablet ช่วยในการทำงานทำให้จับเมาส์น้อยลงและย้ายไปใช้โน้ตบุ๊คแทน ถั้าคนใช้ MacBook ก็ไม่จำเป็นต้องใช้เมาส์ ทั้งหมดทั้งมวลถึงแม้ผมจะย้ายไปใช้ Tablet หรืออะไรก็ตามข้อมือก็ยังเป็นอวัยวะที่ทำงานหนักอยู่ดี
คนใช้ที่ทำอาชีพที่เกี่ยวข้องกับคอมพิวเตอร์ถ้าใช้เป็นเวลานานหลายคนจะประสบปัญหาสุขภาพหลายอย่างอย่างผมเองเจอปัญหาแรกคือสายตาล้า เกิดอาการแพ้แสงจากการจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานติดต่อกันหลาปี ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรเท่าไหร่ถ้าเป็นคนที่ใส่แว่นอยู่แล้วเพียงแค่ใส่แว่นที่ช่วยกรองแสงคอมพิวเตอร์ก็สามารถช่วยได้หากไม่ได้ใส่แว่นก็จะลำบากซักหน่อย ส่วนปัญหาหวดเมื่อยต้นคอและหลังก็เป็นเรื่องปกติเวลานั่งนานๆ ซึ่งมีอีกหลายปัจจัยประกอบกันร่วมด้วย
แต่ตอนนี้ปัญหาที่ผมกำลังพบเจอกับตัวก็คือปัญหาที่ข้อมือ ก็สิ่งที่ใช้งานหนักที่สุดในการใช้งานคอมพิวเตอร์นั่นแหละครับ แรกๆไม่เคยสังเกตุว่ามันเริ่มมีปัญหาแต่ต้องบอกว่ากว่ามันจะเป็นขึ้นมาได้ไม่ได้เป็นกันแค่เวลาเพียงสองสามวัน แต่ใช้เวลาสั่งสมมานานพอสมควร จากเล็กๆ จนมีขนาดใหญ่จนสังเกตุเห็นได้อย่างชัดเจน ถึงตอนที่มันชัด จนนี่แหละครับถึงได้เอะใจเกิดอะไรขึ้นกับข้อมืออาการของมันไม่ได้ปวด ไม่ได้เจ็บอะไรครับ แต่ทำให้การใช้งานข้อมือมีปัญหาบ้างในชีวิตประจำวันเช่นงอข้อมือได้ไม่สุด หรือปวดที่ข้อมือหากงอข้อมือมาแตกทั้งหมดที่เกิดขึ้นไม่ได้เลวร้ายครับไม่ถึงขั้นต้องกลัวจะเป็นเนื้องอกจนนำไปสู่การเป็นเนื้อร้ายอะไรหรอกครับ
ลักษณะเป็นยังไง ลองสังเกตุง่ายโดดยการลองกำมือแล้วแล้วงอเข้าหาตัว หากเป็นก้อนตรงข้อมือเป็นลูกขนาดพอๆ กับหัวเม็ดลูกอมฮอลล์ ดูตามภาพ มักเป็นในมือข้างที่ทำงานหนักถนัด ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นแค่ข้างเดียวครับ กดดูจะรู้สึกเหมือนกระดูกแต่ถ้ากดแรงๆ จริงๆมันเป็นก้อนน้ำครับ ซึ่งจะเรียกเป็นก้อนซีสก็ได้ครับเพราะในภาษาทางการแพทย์เรียกมันว่า Ganglion cyst ตอนที่ผมไปพบคุณหมอ หมอบอกให้หยิบ iPad ขึ้นมาและพิมพ์ค้นให้ใน Google ตามคุณหมอ เจอภาพและข้อมูลเยอะมากครับรวมถึงวิธีรักษาด้วยครับ แล้วหมอก็บอกว่าไปตัดสินใจเอาครับว่าจะรักษายังไงเพราะไม่ใช่โรคที่ร้ายแรงอะไรอยู่กับมันได้ หากไม่ได้มีปัญหากับการใช้ชีวิตมากก็อยู่กันไปยาวๆ Ganglion cyst เกิดขึ้นได้หลายบริเวณครับ แต่บริเวณข้อมือมีกันเป็นกันมากในคนทำงานรุ่นใหม่ที่ใช้ต้อง Commputer ทำงาน
การรักษาสำหรับ Ganglion cyst นั้นเท่าที่ทราบจากคุณหมอนะครับ สามารถทำใด้ทั้งการผ่าตัดเพื่อตัดถุงน้ำส่วนเกินนั้นออก แต่การผ่าตัดนี้ไม่ได้เป็นการยืนยันว่าจะไม่เป็นอีกเพราะหากมีการสร้างน้ำเพิ่มเข้ามากอีกถุงน้ำก็จะกลับมาโตเหมือนเดิม การรักษาแบบนี้เหมาะกับการทำเพื่อลดอาการปวดหรือมีปัญหาการใช้ข้อมือมากๆ
แต่ถ้าไม่ผ่าตัดอีกวีธีที่เจ็บน้อยลงกว่านั้นก็คือ การใช้เข็มดูดเอาน้ำออกจากถุงน้ำก็จะลดขนาด ซีสที่ข้อมือได้เหมือนกัน เวลาซีสโตก็ดูดน้ำออกอีกนะครับ หรือจะรักษาด้วยตัวเองก็ได้ครับ แต่ต้องทำใจหน่อย เพราะจะเจ็บแต่ไม่นาน อึดใจเดียว คือการใช้ของแข็งๆ หน่อยทุบไปที่ข้อมือบริเวณถุงน้ำเพื่อให้ถุงน้ำแตก ถุงน้ำก็จะหายไปทันทีครับ ผมเคยออกกำลังกายที่ใช้ข้อมือหนักๆ ปรากฏว่ารู้สึกเจ็บข้อมือขึ้นมา มองไปซักพักถุงน้ำมันคงแตกน่ะครับ ก้อนซีสหายไปเลย หายไปหลายเดือนเหมือนกันครับ
มีอาการอื่นๆ ร่วมด้วยแนะนำไปหาหมอนะครับ
วิธีรักษาแบบฝรั่งครับ มีคลิปใน YouTube เยอะมากเลยครับ เค้าเน้นใช้ bible มาทุบเราลองเปลี่ยนเป็นพระไตรปิฏกดีมั้ย อิอิ
สนับสนุนเนื้อหา: blog.butthun.com
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2556

เบื่อจุงเบย... ดู Youtube แล้วกระตุก... เปลี่ยนวิธีดีกว่า

เบื่อจุงเบย... ดู Youtube แล้วกระตุก... เปลี่ยนวิธีดีกว่า

สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน ทิปในครั้งนี้ก็จะเอาใจคนที่เครื่องช้า (แบบมากๆ เลยก็ว่าได้) หรือไม่ชอบการดูคลิปกระตุกบน Youtube ผมก็เป็นนะดูคลิปวีดีโอแล้วมันกระตุกมาก เพราะเครื่องผมมันคงช้าด้วย ทำให้ไม่สบอารมณ์ในการดูคลิปบน Youtube
height=298
มันก็เลยเป็นที่มาของทิปในครั้งนี้ จริงๆแล้วถ้าใครที่ชอบค้น (หรือที่เรียกว่าซนนั้นละ) ไปกดนู่นกดนี้บนเว็บของ Youtubeละก็จะเจอหน้าต่างหนึ่งที่เกี่ยวกับการทดสอบเครื่องมือใหม่ของ Youtube มันเป็นเครื่องมือที่ทำให้ Youtube โหลดหน้าเว็บเร็วขึ้นและใช้เทคโนโลยี HTML5 งั้นไปดูขั้นตอนกันดีกว่า
ขั้นตอนแรกต้องเข้าไปที่ .com/testtube แล้วหาคำว่า “รุ่นพิเศษ (Feather)” แล้วก็กดคำว่า “ลองใช้ (Try it out)” ก็จะขึ้นหน้ารายละเอียดของฟังก์ชันตัวนี้ ให้ไปกดปุ่มที่มีคำว่า “เข้าร่วมการใช้งาน รุ่นพิเศษ เบต้า (Join the Feather Beta)” แล้วเครื่องหมายสามเหลี่ยมสีส้มๆ จะกลายเป็น ถูกสีเขียว
ขั้นตอนต่อไป (อันนี้ใครจะทำหรือไม่ทำก็ได้แล้วแต่เลย) จะเป็นการเปลี่ยนประเภทการเล่นจากเดิมที่ Youtube นั้นเล่นวีดีโอด้วย Flash Player เปลี่ยนมาเป็น HTML5 (ถ้าจำไม่ผิดพี่มิ้งค์เคยเอาเทคโนโลยี HTML5 มาลงแล้วแต่จำไม่ได้ว่าฉบับไหนลองตามอ่านดูนะ แล้วจะรู้ว่ามัน “มีดียังไง”)  ทำให้การเล่นวีดีโอนั้นเร็วขึ้นและไม่มีการใช้งาน Flash Player (ที่เป็นสาเหตุให้กระตุก) งั้นไปดูวีธีกัน
เข้าไปที่เว็บเดิม (ที่บอกตอนต้น) แล้วหาคำว่า HTML5 Video แล้วก็กดคำว่า “ลองใช้ (Try it out)” ก็ จะขึ้นหน้ารายละเอียดเหมือนเดิม แต่ต้องเช็คก่อนว่าบราวเซอร์เรารับหรือไม่ โดยทางเว็บได้บอกเรียบร้อย (เค้าจะเช็คให้ในทันที) ถ้าเป็นช่องสีเขียว 3 ช่องก็ผ่านทีนี้ก็กดคำว่า “เข้าร่วมการทดลองใช้ HTML5 (Join the HTML5 Trial)” ทีนี้ก็ไปดูวีดีโอได้เลย
ถ้าเข้าวีดีอันไหนก็ตามแล้วเป็นสีเทาๆ และมีกรอบฟ้าข้างๆ กล่องวีดีโอและไม่เห็นรายชื่อวีดีโอที่อยู่ข้างๆ อย่าตกใจ นั้นเป็นผลมาจากที่เราเปลี่ยนโหมดเป็นรุ่นพิเศษ ส่วน HTML5 จะเห็นผลได้ชัดสุดคือวีดีโอที่เราเล่น แต่!!!! จากที่ผมทดสอบHTML5 (เฉพาะเครื่องผมเท่านั้น) พบว่ายังอาจจะยังไม่สมบูรณ์เพราะวิดีโอกับเสียงยังไม่ตรงกันแต่ก็พอดูได้ อยู่ อันนี้ผมไม่แน่ใจนะว่าเครื่องอื่นจะเป็นแบบผมไหม แต่ก็อยากให้ทดสอบกันดูครับ จบ แล้วไปอีกทิปจริงๆ ไม่ค่อยมีเวลาเขียนเท่าไหร่เพราะตั้งแต่เปิดเรียนมาก็ยุ่งตลอดเลยแต่ ณ วันที่เขียนพอดีที่โรงเรียนมีสอบของ ม.ต้น ม.ปลายเลยหยุด (ยกเว้น ม.6 นะ) อ่านหนังสือนิดหน่อย (ไม่ได้เก่งนะขี้เกียจอ่านเยอะ ขนาดย่อแล้วยังเยอะอยู่เลย -.-‘’) สำหรับคนทีกำลังเรียนอยู่ก็พยายามเข้านะ เป็นกำลังใจช่วยให้ ^_^ แล้วมาพบกันในทิปหน้าที่ COMTODAY สวัสดีครับ

สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

5 วิธีง่ายๆ ในการเพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ในบ้านของคุณ

5 วิธีง่ายๆ ในการเพิ่มสัญญาณ Wi-Fi ในบ้านของคุณ

คงเซ็งในอารมณ์ไม่ใช่น้อยหากคุณพบว่า ไวไฟ (Wi-Fi) ในบ้านไม่เอื้ออำนวยให้การอ่านข่าวบนไอแพด (iPad) ยามเช้าไหลลื่นหมือนกาแฟที่กำลังดื่มอย่างคล่องคอในขณะนั้น บทความนี้ขอแนะนำวิธีง่ายๆ ในการที่จะปรับแต่งการใช้งานให้สัญญาณ Wi-Fi ในบ้านแรงขึ้น เพื่อการท่องเน็ตที่มีความสุขยิ่งขึ้น
สำหรับ เทคนิคที่นำมาเล่าสู่กันฟังในบทความนี้จะมีอยู่ 5 วิธีด้วยกัน โดยหากคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ได้ลองทำตามคำแนะนำเหล่านี้ เชื่อว่า คุณจะสามารถเพิ่มระยะของการครอบคลุมสัญญาณไวไฟที่ไกลกว่าเดิม และประสบการณ์ในการท่องเน็ตไร้สายทีเร็วขึ้น ว่าแล้วลองมาดูกันครับว่า มีวิธีใดบ้าง?
1. อัพเดทเทคโนโลยีของอุปกรณ์ที่ใช้  หาก เราท์เตอร์ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่างๆ ของคุณ ไม่ได้ล่าสมัยจนเกินไป (ไม่เกิน 3 ปี) ระบบทั้งหมดน่าจะสนับสนุนการเชื่อมต่อด้วยมาตรฐาน Wirelee-N ซึ่งหากตรวจสอบแล้วมันเข้ากันได้ แนะนำให้ตั้งค่าของเราท์เตอร์เป็น N-mode only เพื่อให้ได้ความเร็ว และรัศมีครอบคลุมการใช้งานสูงสุด การคั้งค่าเป็น b/g/n เพื่อให้สนับสนุนการเชื่อมต่ออุปกรณ์รุ่นเก่าทีทำงานช้ากว่า หากพีซีทีใช้มาพร้อมกับการ์ดเชื่อมต่อด้วย Wireless-G แนะนำให้มารุ่นใหม่ที่เป็น Wireless-N มาใส่แทน อย่างไรก็ตาม การซื้อเราท์เตอร์ใหม่ที่ไม่สนับสนุน Wireless-N มีโอกาสที่มันจะไม่สนับสนุนการเข้ารหัสระบบรักษาความปลอดภัยล่าสุดด้วย ก่อนตั้งค่าเป็น Wireless-N แนะนำให้คุณตรวจสอบเว็บไซต์ของผู้ผลิตด้วยว่า เฟิร์มแวร์ของเราท์เตอร์ที่คุณใช้อยู่ได้รับการอัพเกรดให้ใช้ได้แล้ว หรือยัง? ลองตรวจสอบ และทำตามดูนะครับ แล้วคุณจะพบกับประสบการณ์ใหม่ในการท่องเว็บไร้สายภายในบ้านของคุณ
2. หาฮวงจุ้ยที่เราท์เตอร์สามารถให้สัญญาณได้แรงที่สุด เราท์เตอร์ ไม่ได้เป็นแก็ดเจ็ตที่สวยหรูดูดี ดังนั้นผู้ใช้ส่วนใหญ่ชอบวางมันหลบๆ ซ่อนๆ ไว้ แต่มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดมากๆ เพราะเราท์เตอร์เป็นอุปกรณ์ขี้ร้อนและมันต้องการที่ทีมีอากาศถ่ายเทสะดวก ดังนั้นควรวางมันในที่เปิดโล่ง อย่างเช่น ตรงกลางบ้าน พยายามให้อยู่ห่างจากผนัง และสิ่งกีดขวาง อย่างเช่น ตู้เอกสารที่ทำจากหล็ก ไม่ควรวางเราท์เตอร์ให้เสาสัญญาณชิดติดกำแพง หรือออกไปนอกอาคาร เพราะจทำให้สูญเสียสัญญาณครึ่งหนึ่งที่ส่งออกไป แถมยังอาจจะกลายเป็นการสร้างจุดบอดของสัญญาณภายในบ้านซะด้วยซ้ำ ฮวงจุ้ยที่ดีทีสุดสำหรับการติดตั้งเราท์เตอร์คือ ที่สูงดีกว่าที่ต่ำ โดยเฉพาะบ้านสองชั้น ถ้าจะให้ง่ายหน่อยแนะนำให้คุณวางเราท์เตอร์ไว้เหนือชั้น หรือบนตู้สูง และไม่อยู่ชิดติดสิ่งกีดขวางที่อาจบล็อคสัญญาณได้
3. เปลี่ยนช่องสัญญาณ  การส่งสัญญาณไวไฟก็จะคล้ายๆ กับการทำงานของสถานีวิทยุ เราท์เตอร์ไร้สายถสามารถส่งสัญญาณไปบนช่องที่แตกต่างกัน ซึ่งหากคุณและ เพื่อนบ้านที่ใช้ไวไฟช่องสัญญาณเดียวกัน มันก็จะเกิดการแบ่งกันใช้เป็นธรรมดา ปัญหานี้อาจไม่เกิดขึ้นกับคุณหากเราท์เตอร์ที่ใช้มีคุณสมบัติการเปลี่ยนช่อง สัญญาณโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าไม่มี การปรับแต่งเลือกช่องสัญญาณทีมีการรบกวนน้อยสุดจะช่วยให้คุณได้สัญญาณไวไฟ ที่แรงขึ้น ลองศึกษาคู่มือ หรือค้นหาวิธีเปลี่ยนช่องสัญญาณ (Channel) ทีมีให้เลือก 1 - 11 แชนเนล จากเว็บไซต์ของผู้ผลิตเราท์เตอร์
4. ลดสัญญาณรบกวน นอก จากการอัพเดทเทคโนโลยีทีใช้ ค้นหาฮวงจุ้ยของเราท์เตอร์ที่เหมาะสม เปลี่ยนแชนเนลสัญญาณที่ไม่ไปชนกับใครแล้ว อีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยเพิ่มความแรง และระยะในการส่งสัญญาณไวไฟให้กับเราท์เตอร์ของเราก็คือ การลดสัญญาณรบกวนการทำงานจากอุปกรณ์ต่างๆ โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่ใช้ความถี่ใน ย่าน 2.4GHz อย่างเช่น โทรศัพท์ไร้สายภายในบ้าน เครื่องส่งสัญญาณเตือนเด็กตื่น และอุปกรณ์ไร้สายต่างๆ ตลอดจนเตาอบไมโครเวฟ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถส่งคลื่น 2.4GHz ที่แรงมาก จนรบกวนให้สัญญาณ Wi-Fi ของคุณสู้ไม่ได้ แนะนำให้วางเราท์เตอร์ห่างไกลจากอุปกรณ์เหล่านี้จะดีกว่า
5. ดูแลเน็ตเวิร์กให้ปลอดภัย สำหรับ วิธีสุดท้ายที่จะช่วยให้สัญญาณไวไฟของคุณไม่ถูกแอบใช้โดยชาวบ้านจนอืดยืดยาด ไปหมด เนื่องจากการ Home Wi-Fi จะมีการปล่อยสัญญาณออกไปนอกบ้าน หากคุณไม่ทำการตั้งค่าระบบรักษาความปลอดภัยเอาไว้ อย่างเช่น การเข้ารหัส ซึ่งเราท์เตอร์ใหม่ๆ วันนี้จะได้รับผลกระทบต่อประสิทธิภาพความเร็วน้อยมาก แต่มันย่อมดีกว่า การโดนข้างบ้านแอบบใช้สัญญาณไวไฟของคุณ ท่องเน็ต โหลดบิต ดูยูทูบ ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือ แฮคเกอร์สามารถใช้เน็ตเวิร์กที่ไม้ได้รับการดูแลเรื่องความปลอดภัยขโมย ข้อมูลส่วนตัวของเหยื่อได้ ในที่นี้ตรวจสอบให้แน่ใจว่า ได้ตั้งค่าการเข้ารหัสด้วย WPA2 และใช้พาสเวิร์ดที่แข็งแรง
หวัง ว่า คำแนะนำง่ายๆ เหล่านี้น่าจะเป็นประโยชน์ และทำให้คุณผู้อ่านได้ประสบการณ์ในการใช้โฮมไวไฟทีครอบคลุม และแรงเต็มประสิทธิภาพ เพื่อการอ่านข่าวบนไอแพดจะได้คล่องคอเหมือนกับกาแฟที่กำลังดื่มนะครับ :D
สนับสนุนเนื้อหา: Arip

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2556

ภาพหลุด Samsung Galaxy Note 12.2 แท็บเล็ตขนาดใหญ่

ภาพหลุด Samsung Galaxy Note 12.2 แท็บเล็ตขนาดใหญ่ หน้าจอ 12.2 นิ้ว คาดเปิดตัวในงาน IFA 2013

เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เคยมีข่าวออกมาว่า ซัมซุง กำลังซุ่มพัฒนา แท็บเล็ต หน้าจอใหญ่ ขนาด 12.2 นิ้ว ล่าสุด ได้มี ภาพหลุด แท็บเล็ตจากซัมซุง ในตระกูล Galaxy Note ที่มีชื่อว่า Samsung Galaxy Note 12.2 เผยออกมาให้ชมกัน
โดยสเปคของ Samsung Galaxy Note 12.2 ยังไม่มีรายละเอียดเผยออกมาครับ แต่คาดว่า น่าจะมาพร้อมหน้าจอความละเอียด 2560 × 1600 พิกเซล และชิปเซ็ต Exynos 5 Octa processor และคาดว่า จะเปิดตัวในงาน IFA ในอีกไม่กี่วันที่จะถึงนี้
รายละเอียดเพิ่มเติม : sammobile.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com 

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

Apple ร่อนหมายเชิญอย่างเป็นทางการแล้ว

Apple ร่อนหมายเชิญอย่างเป็นทางการแล้ว

เมื่อวานทางทีมงาน Sanook! Hitech เพิ่งพูดไปว่างานอีเว้นท์ใหญ่ของทาง Apple กำลังใกล้เข้ามาแล้วแต่ ยังไม่มีสื่อไหนได้รับหมายเชิญรวมงานอย่างเป็นทางการแล้ว โดยงานจะมีขึ้นในวันที่ 10 กันยายน ณ. ที่สำนักงานใหญ่! ในเมือง Cupertino เวลา 10.00 เช้าเป็นต้นไป (ตามเวลาในสหรัฐอเมริกา)
โดยในหมายเชิญนั้นมีอักษรภายใต้หัวข้อว่า This should brighten everyone's day “นี่คงจำทำให้ชีวิตของทุกคนสดใสขึ้น” 

สำหรับผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะเปิดตัวนั้น อย่างน้อยที่ทางทีมงานคาดว่ามาแน่นอนนั้นคือ iPhone 5C, iOS 7 ที่จะมาพร้อมกันสีสันที่สดใน เพราะในหมายเชิญที่ทาง Apple ส่งให้สือมวลชนนั้นหากสังเกตุจากทุกครั้งที่ผ่านมามักมีความในแฝงมาด้วยเสมอ!! 
และในส่วนของ iPhone 5S ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะมีการเปิดตัวในนี้หรือเปล่า คงต้องรอลุ้นกันอีกทีในวันที่ 10 กันยายน หรืออาทิตย์หน้านั้นเอง!!

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอังคารที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2556

Apple เตรียมเปิดตัว iWatch ปีหน้า คาดราคาไม่เกิน 7,000 บาท

iWatch : Apple เตรียมเปิดตัว iWatch ปีหน้า คาดราคาไม่เกิน 7,000 บาท

ดูเหมือนว่า iWatch นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะจาก Apple จะเปิดตัวไม่ทันปีนี้เสียแล้วครับ เพราะล่าสุด ทางนักวิเคราะห์ได้เผยว่า Apple มีปัญหาด้านการผลิต iWatch พอสมควร รวมไปถึงปัญหาด้านการจ้างวิศวกรมาดูแลการผลิตด้วย ทำให้คาดว่า iWatch อาจจะเลื่อนเปิดตัว ไปเป็นช่วงครึ่งปีหลัง 2014 แทน
height=338
ส่วนราคา iWatch นั้น คาดว่า น่าจะอยู่ที่ประมาณ $149-$229 หรือไม่เกิน 7,000 บาท และมียอดการส่งออกในปี 2014 ถึง 63.4 ล้านเครื่องเลยทีเดียว - digitimes.com
iWatch อาจเปิดตัวภายในปีนี้ [ข่าวลือ]
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201303/images_13624134691.jpg
มีข่าวลือออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับอุปกรณ์ชิ้นใหม่จาก Apple ซึ่งเป็นนาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ ที่มีชื่อว่า iWatch โดยล่าสุด สำนักข่าว Bloomberg ได้รายงานว่า เป็นไปได้ที่ iWatch จะเปิดตัวภายในปีนี้ครับ
สำหรับคุณสมบัติของ iWatch นั้น ในตอนนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันที่แน่นอนครับ แต่ข้อมูลจากแหล่งข่าว ได้เผยว่า iWatch จะสามารถดูรายละเอียดของสายที่โทรเข้ามาได้, ใช้ดูแผนที่ได้ นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจ ได้อีกด้วย - macrumors.com
ส่วนเว็บไซต์ theverge ได้รายงานว่า iWatch นั้น น่าจะสามารถรัน iOS เวอร์ชั่นเต็มได้ โดยไม่ต้องใช้ระบบปฏิบัติการเดียวกับ iPod nano แต่ปัญหาที่ทาง Apple น่าจะประสบอยู่ในตอนนี้ก็คือ ปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ครับ ซึ่งเป้าหมายที่ทาง Apple วางไว้ก็คือ iWatch ควรจะใช้งานได้ราวๆ 4-5 วัน แต่ iWatch รุ่นต้นแบบนั้น ใช้งานได้เพียง 1-2 วันเท่านั้น ทำให้ทาง Apple จะต้องหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่ iWatch อาจจะสามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ หรือชาร์จขณะเคลื่อนไหว ตามข่าวลือก่อนหน้านั้น ก็เป็นได้ครับ - theverge.com
Apple จดสิทธิบัตร iWatch แล้ว
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201302/images_13615160963.jpg
หลังจากที่มี ข่าวลือ ออกมาว่า Apple กำลังจะผลิต นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะ ที่มีชื่อว่า iWatch ซึ่งเป็นกระจกที่สามารถโค้งงอได้ ล่าสุด ดูเหมือนว่า ข่าวลือดังกล่าว น่าจะมีเค้าความจริงมากขึ้นแล้ว เมื่อทาง สำนักจดสิทธิบัตร และเครื่องหมายการค้าแห่งสหรัฐอเมริกา ได้เซ็นยินยอมให้ Apple เป็นเจ้าของสิทธิบัตร iWatch เป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ทาง Apple ยื่นจดสิทธิบัตรดังกล่าว ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี 2011 ครับ
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201302/images_13615160031.jpg
โดยรายละเอียดของสิทธิบัตรดังกล่าว ได้เผยว่า เป็นอุปกรณ์ที่มีลักษณะเหมือน สร้อยข้อมือ ที่มีระบบสัมผัส และห่อหุ้มรอบข้อมือได้ ซึ่งหน้าจอมีลักษณะยืดหยุ่น สามารถปรับเปลี่ยนรูปร่างได้ตามลักษณะของผู้ใช้งาน นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมต่อ กับอุปกรณ์อื่น อย่างเช่น iPhone ได้อีกด้วย
สำหรับวัสดุที่จะใช้ทำ iWatch ในส่วนของสายรัดนั้น ตอนนี้ยังไม่มีรายละเอียดยืนยันได้ว่า เป็นวัสดุประเภทใด ซึ่งอาจจะเป็นโลหะ และมีเส้นใยแฝงอยู่ นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์ Gyroscope และ Accelerometer อยู่ด้วย ไม่เพียงเท่านั้น รายละเอียดในสิทธิบัตร ยังได้เผยว่า iWatch นั้น สามารถทำการชาร์จได้ ทั้งการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ รวมไปถึงการเคลื่อนไหวครับ
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201302/images_13615161142.jpg
มีสิทธิบัตรออกมาเป็นตัวตนแบบนี้ เราคงต้องรอดูกันครับว่า iWatch จะมีหน้าตาแบบใดกันแน่ และจะเป็นอุปกรณ์ล้ำสมัย ที่ใครหลายๆ คนคาดกันไว้หรือเปล่า - cultofmac.com
Apple มีทีมงาน ออกแบบ Smart Watch นาฬิกาอัจฉริยะ ร่วมร้อยชีวิต
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201302/images_13607356461.jpg
ดูเหมือนว่า ข่าวลือเกี่ยวกับ Smart Watch หรือนาฬิกาข้อมืออัจริยะจาก Apple อาจจะมีเค้าความจริงอยู่บ้างแล้ว เมื่อทางสำนักข่าว Bloomberg ได้ออกมาเปิดเผย ภายหลังที่ได้รับข้อมูลวงใน Apple ถึง 2 คน ซึ่งระบุว่า จริงๆ แล้ว Apple ได้ฟอร์มทีมพัฒนา Smart Watch มาตั้งแต่ปีที่ผ่านมาครับ ซึ่งทีมงานนั้น มีประมาณ 100 คนเลยทีเดียว
โดยรายงานดังกล่าว ได้ระบุว่า หัวหน้าโปรเจ็ค Smart Watch นั้น น่าจะเป็น James Foster หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมนั่นเอง และมีความเป็นไปได้ที่ Smart Watch อาจจะใช้ชื่อ iWatch ในการตลาด ที่มีความสามารถในการใช้งานบางอย่าง ได้เหมือนกับ iPhone และ iPad อีกด้วยครับ
นอกจากนี้ ทาง Bloomberg ยังได้เผยอีกว่า จริงๆ แล้ว Apple ได้เคยแพลนที่จะผลิต อุปกรณ์ตรวจจับการออกกำลังกาย คล้ายๆ Nike FuelBand และ Jawbone Up นั่นเอง แต่สุดท้าย Apple ก็ตัดสินใจที่จะไม่ผลิตออกสู่ตลาดครับ - macrumors.com
คอนเซปท์ iWatch
Federico Ciccarese นักออกแบบชาวอิตาลี ได้เผยภาพคอนเซปท์ iWatch นาฬิกาข้อมืออัจฉริยะจาก Apple ที่คาดว่า น่าจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้ ออกมาให้ชมกัน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับ คอนเซปท์ iWatch ในหลายๆ รูปแบบที่ผ่านมา ถือว่า คอนเซปท์นี้ สวยงามมากทีเดียว
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201308/images_13770774231.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201308/images_13770774402.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201308/images_13770774473.jpg
src=http://www.techmoblog.com/uploads/content_images/201308/images_13770774554.jpg
สำหรับกำหนดการเปิดตัว iWatch คาดว่า น่าจะเป็นปลายปีนี้ หรือไม่ก็ปี 2014 ครับ - cultofmac.com
สนับสนุนเนื้อหา: www.techmoblog.com 
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2556

ไทยติดอันดับใช้ “สมาร์ทโฟน-แท็บเลต“สูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ไทยติดอันดับใช้ -แท็บเลตสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รายงานข่าจากผลการวิเคราะห์ล่าสุดของ Ericsson ConsumerLab พบว่า การเข้าถึงสมาร์ทโฟนในประเทศไทยของผู้บริโภคในเมืองมีอัตราเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว จาก 17 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 เป็น 36 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013 ขณะที่การเข้าถึงแท็บเล็ตของผู้บริโภคในเมืองเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่าจาก 2 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 เป็น 7 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013
class=aligncenter
ส่วนการใช้งานแอปพลิเคชั่นเพิ่มขึ้นจาก 40 เปอร์เซ็นต์ในปี 2012 เป็น 57 เปอร์เซ็นต์ในปี 2013 ทำให้ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศในลำดับที่ 23 จากทั้งหมด 43 ประเทศที่มีการใช้งานแอปพลิเคชั่น ท่ามกลางกลุ่มคนที่มีการใช้งานสมาร์ทโฟนจะพบว่ามีอัตราการใช้งานที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของการเข้าถึงอินเทอร์เนต โซเชียลเน็ตเวิร์ค การแชตออนไลน์ และการใช้วีดีโอสตรีมมิ่ง โดยนายอัฟรีซาล อับดุล ราฮิม หัวหน้าวิจัย Ericsson Consumer Lab เอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียเนีย เปิดเผยว่าหากมองดูที่การใช้งานสมาร์ทโฟน สามารถพูดได้ว่าคนไทยมีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นเพื่อรองรับการใช้ดาต้าเซอร์วิสที่หลากหลาย โดย ใช้สมาร์ทโฟนเพื่อใช้แอปพลิเคชั่น เพื่อการรับส่งแชตออนไลน์ ดูวิดีโอคลิป ติดต่อกับเพื่อนในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทั้งนี้ 3 เหตุผลที่จะทำให้คนไทยมีการดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่นเพื่อความต้องการที่อยากมีแอปพลิเคชั่นที่น่าสนใจต่าง ๆ จากใน App Store, การติดต่อกับผู้คนได้ง่ายขึ้น รวมทั้งความต้องการในการลองสิ่งใหม่ๆ สำหรับปีที่ผ่านมา อัตราการเข้าถึงสมาร์ทโฟนของกลุ่มคนที่มีสมาร์ทโฟนของคนเมืองโตขึ้นมากกว่าเป็น 2 เท่าจากในปี 2012 ไปสู่ 2013 ซึ่งเป็นอัตราที่โตขึ้นมาสูงที่สุดจากทุกๆ ประเทศที่มีการสำรวจ นายอัฟรีซาลเสริมว่า ความต้องการการเข้าถึงอินเทอร์เนตได้ในทุกที่ ทุกเวลา และการติดตาม ข้อมูลอัพเดทใหม่ๆ เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดการซื้อสมาร์ทโฟน ขณะที่ปัจจัยที่ทำให้เกิดการซื้อแท็บเลต คือการเล่นอินเทอร์เนต การเล่นเกมส์ และ ความบันเทิง สำหรับการเข้าถึงแท็บเล็ตมีอัตราการเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า จากในปี 2012 จนมาถึง 2013 จากการศึกษาในเรื่องนี้ทำให้พบว่าประเทศไทยเป็นประเทศที่มีอัตราการเพิ่มในด้านการใช้งานแท็บเล็ตสูงที่สุดในภูมิภาคนี้อีกด้วย ด้านนายบัญญัติ เกิดนิยม ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารและองค์กรสัมพันธ์ บริษัท อีริคสัน ประเทศไทย กล่าวว่า ข้อมูลการเข้าถึงสมาร์ทโฟนในประเทศไทยในรายงานฉบับนี้สอดคล้องกับข้อมูลจากรายงาน Ericsson Mobility Report ฉบับเดือนมิถุนายนที่อธิบายลักษณะการใช้งานบนเครือข่ายมือถือทั่วโลกอีกด้วย อ้างอิงจากข้อมูลที่ทำการเก็บรวบรวมจากโครงข่ายที่ได้ดำเนินการจัดการต่าง ๆ ทั่วโลก ณ ตอนนี้คาดการณ์ได้ว่า จำนวนผู้จดทะเบียนใช้งานสมาร์ทโฟน จะเพิ่มสูงขึ้น 4.5 พันล้านคน ในปี 2018 โดยเมื่อปลายปี 2012 อีริคสันประมาณการณ์ไว้ว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั้งหมดอยู่ที่ 1.2 พันล้านคน โดย กว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของโทรศัพท์มือถือซึ่งขายในไตรมาส 1 ในปี 2013 เป็นโทรศัพท์สมาร์ทโฟน เปรียบเทียบกับอัตราที่ผ่านมาคือโทรศัพท์สมาร์ทโฟนราว 40 เปอร์เซ็นต์ที่เคยขายมาตลอดทั้งปีในปี 2012 แสดงให้เห็นถึงอัตราการซื้อสมาร์ทโฟนที่เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว อัตราการเติบโตในด้านของความสนใจในแอปพลิเคชั่น โซเชียลมีเดีย วีดีโอ และแชตออนไลน์ก็สอดคล้องกับในรายงาน Ericsson Mobility Report เช่นกัน ซึ่งพบว่า Data Traffic ในโทรศัพท์มือถือเพิ่มสูงขึ้นเป็น 2 เท่าจากเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยในป๊ 2018 คาดการณ์ว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของ Data Traffic ในโทรศัพท์มือถือ จะเป็นในรูปแบบวีดีโอด้วย สำหรับ Data Traffic ในโครงข่ายโทรศัพท์มือถือยังคงมีอัตราเติบโตที่สูงขึ้นอย่างมาก เป็นผลมาจากการใช้ Smart Device และแอปพลิเคชั่นที่เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน และแน่นอนว่าสิ่งนี้จะเป็นผลกระทบต่อผู้ให้บริการเครือข่ายและ Regulators ต่าง ๆ ทั่วโลกที่ต้องมีการเตรียมความพร้อมของเครือข่ายและจัดสรรปริมาณคลื่นความถี่อย่างเหมาะสมด้วย ตามรายงาน Mobility Report ในปี 2018 ผู้ใช้สมาร์ทโฟนมีความคาดหวังว่าจะใช้ดาต้าบนโทรศัพท์ต่อเดือนมากขึ้นเป็น 4 เท่า เมื่อเทียบกับปัจจุบัน หรือเปรียบเทียบคือการใช้โดยเฉลี่ยประมาณ 2 GB ต่อคน และคาดว่าผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือจะเพิ่มความต้องการในด้านของการใช้ดาต้า ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชัดเจนเหมือนกับที่เคยรวบรวมเอาไว้

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2556

FBI กับแผนป้องกันอาชญากรไซเบอร์

มีการเปิดเผยข้อมูลบางส่วนถึงกลวิธีในการป้องกันอาชญากรในโลกไซเบอร์ของสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกาหรือ เอฟบีไอ (FBI) โดยแผนการนี้คือการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถดักฟังและบันทึกการสนทนาจากโทรศัพท์มือถือหรือแล็ปท็อปของผู้ต้อง สงสัยได้ผ่านการควบคุมระยะไกล
height=319
ตามรายงานจาก Wall Street Journal ระบุว่า เอฟบีไอได้มีการพัฒนาเครื่องมือเฝ้าระวังอาชญกรไซเบอร์หรือแฮ กเกอร์ที่หวังใช้ช่องโหว่ทางอินเตอร์เน็ตหรือระบบปฏิบัตการบนมือถือป้อนโทรจัน, สปายแวร์และมัลแวร์สำหรับโจรกรรมข้อมูลส่วนตัว ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถเข้าถึงและควบคุมการเปิด-ปิดไมโครโฟนจากโทรศัพท์ที่เป็นแอนดรอยด์และแล็ปท็อปของผู้ต้องสงสัยได้ จากระยะไกลพร้อมบันทึกการสนทนาโดยที่ผู้ต้องสงสัยไม่รู้ตัวได้เลย การพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวทาง อดีตเจ้าหน้าที่เอฟบีไอผู้ให้ ข้อมูลชี้แจงว่าได้มีการว่าจ้างผู้ที่มีทักษะทางด้านคอมพิวเตอร์ขั้นสูงหรือมีความสามารถในการเจาะระบบเพื่อพัฒนาเครื่องมือทาง เทคโนโลยีสำหรับการเฝ้าระวังและติดตามเหตุการณ์การโจรกรรมข้อมูลทางคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือของผู้ต้องสงสัยโดย เฉพาะ
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเอฟบีไอและเอ็นเอสเอกำลังมองหาแนวทางในการขยายเครื่องมือเพื่อเฝ้าระวังภัยคุกคามที่เกิดตามอินเตอร์ เน็ตและโทรศัพท์มือถือที่มีผู้ใช้นับล้านคนให้มากขึ้นต่อไปในอนาคต
สนับสนุนเนื้อหา:  arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.thaizones-hitech.blogspot.com