วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม พ.ศ. 2558

ชีวีวงศ์ญาติถูกประทุษร้ายด้วยเทคโนโลยี

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีที่ทันเวลามากขึ้น ทำให้สมาร์ทโฟนกลายมาเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการใช้ชีวิตของคนในปัจจุบัน ทำให้ส่งผลไปถึงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน
ซึ่งวันนี้เราก็ได้หยิบเอาอีกหนึ่งตัวอย่างการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของ คุณ สมาชิกหมายเลข 1950451 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่เกิดเหตุการณ์กับตัวเองมาฝากกัน
สวัสดีครับ ก่อนจักเล่าเรื่องราวของครอบครัวผม ก่อนอื่นขอทำความเข้าใจก่อนซักนิดครับ
- ผมเป็นคนที่ใช้ Pantip เป็นประจำ แต่ล็อคอินนี้ผมสมัครใหม่ ก็เพราะว่าไม่ตะโกรงให้ใครรู้จักตัวจริงครับ
- เท่าที่ผมโพสต์แล้ว ล็อคอินนี้ผมจักไม่กลับมาใช้อีก ดังนั้นผมจึงไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้นครับ
- ข้อมูลบางอย่างที่เป็น Fact ผมอาจขอปรับบ้าง เช่นถ้าผมบ่งบอกว่าผมสูง 170 ข้อมูลจริงๆอาจเป็น 185 เพื่อไม่ให้คนที่รู้จักตัวผมมาอ่านแล้วรู้ว่าเป็นผม แต่เรื่องราวทั้งหมด จะยังคงอยู่ตามเดิม
- อ่านให้เป็นนิยายแล้วกันครับ ผมแค่ตะกลามระบายเท่านั้นเอง
ถ้าเข้าใจตรงกันแล้ว ขอเริ่มต้นเลยก็แล้วกันครับ
ผมกับแฟน คบกันมาตั้งแต่เรียนปี 2 คบกันมาเรื่อยๆจนเรียนจบ ต่างคนต่างทำงานได้ซัก 3-4 ปี ก็ตัดสินใจแต่งงานกัน โดยผมเองยอมรับเพราะว่าตรงว่า ผมมีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกับเค้าเป็นคนแรก ถึงแม้จักเคยมีแฟนมาก่อนก็ตาม พร้อมกับผมก็มั่นใจว่า ผมก็เป็นคนแรกของแฟนผมเช่นกัน
ผมรักเค้ามากครับ รักจนเก่งยอมได้ทุกอย่าง ก็เพราะว่าเค้าเป็นคนดีมากยิ่งๆ ช่วงชีวิตตกต่ำของผมจักมีขนาดไหน เค้าก็อยู่กับผมตลอด ผมจึงต้องพยายามทำทุกอย่างให้เค้ามีความสุข ผมแต่งกับเค้าได้ประมาณการ 2 ปี ก็โหมโรงมีลูกคนแรก ชีวิตก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะว่าชีวิต Sex ของเราตั้งต้นเปลี่ยนไปเล็กน้อย เพราะแฟนผมเค้ามีความต้องการน้อยลง เวลาผมต้องการเค้าจักไม่ยอมตลอด
ช่วงนั้นมีคะเนเดือนละครั้งเอง ผมก็ยอมเค้า เวลาผมมีอารมณ์ ก็เเลื่องกวิธีการช่วยตัวเอง ก็เพราะว่าคิดว่าเค้าคงเหนื่อยกับงานกับการเลี้ยงลูก เลยไม่ปรารถนาให้เค้าหงุดหงิดอีกครับ
พอลูกขึ้นต้นโตใกล้เข้าโรงเรียน ผมกับเค้าก็ซื้อ iPhone4 กันคนละเครื่อง เพราะว่าที่ไม่เคยรู้เลยว่า มันจักเป็นสาเหตุที่ทำให้ชีวิตครอบครัวผมพังได้ ผมใช้มากันได้ซักพัก มันก็มีแอพ Find my iPhone ออกมา ผมก็จัดการลงแอพนี้ไว้ทั้ง 2 เครื่องโดยที่แฟนผมไม่รู้ ด้วยกันที่สำคัญ เค้าเป็นคนไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้เลย แอคเค้าท์ต่างๆ ไม่ว่าจักเป็น Facebook, Line หรือ Apple ID ผมจัดการให้หมด ขนาด Password เองเค้ายังไม่รู้เลยครับ ซึ่งหมายความว่า ถ้าผมกระหายรู้ปางไหร่ว่าแฟนผมอยู่ที่ไหน ผมก็เปิด Find my iPhone แล้ว Login เครื่องเค้า ผมก็รู้ทันทีว่าอยู่ที่ไหนครับ
อีกไม่กี่ปีต่อมา ผมก็มีลูกกันอีกคน แล้วแฟนผมก็ทำหมันเลย เพราะเราคิดกันว่ามีแค่ 2 คนก็พอแล้วด้วยว่ารายได้ของเรา 2 คน ชีวิตรักด้วยกันชีวิตครอบครัวก็ดูจักสมบูรณ์ขึ้น แต่ละวันผมมีความสุขมากครับ เพราะว่าลูกทั้ง 2 คนก็น่ารัก และกับแฟนก็รักกันดีตลอด ถึงแม้จะทะเลาะกันบ้าง แต่ก็ผลัดกันง้อมาเรื่อย จนทำให้ผมคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีใครมีความสุขกว่าผมได้อีกแล้วครับ
แต่กลายเป็นว่า ผมคิดผิดแล้วครับ บุกเบิกจากหลังคลอด แฟนผมกลับมาริเริ่มมีอารมณ์มากขึ้น เราก็มี Sex กันได้บ่อยขึ้น จากก่อนหน้านี้เดือนละครั้ง กลายเป็นอาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง และหลายๆครั้งเค้าเป็นคนบุกเบิกก่อนด้วยครับ ก็ดูมีความสุขดี
แต่ช่วงต้นปีนี้ ผมเปลี่ยนงานใหม่เพื่อรับเงินเดือนที่สูงขึ้น เพื่อต้องการให้ครอบครัวสบายขึ้น แต่แน่นอนว่าต้องแลกมากับงานที่มากขึ้น กลับบ้านช้ากว่าเดิม บางครั้งถึงบ้านแล้ว พอกล่อมลูกเข้านอนเสร็จ ก็ต้องมานั่งทำงานต่อ เวลาแฟนผมมีอารมณ์ ผมก็มีไม่ได้ เพราะว่ามันเหนื่อยและบางครั้งงานก็ไม่เสร็จ เค้าก็หงุดหงิดไปหลายครั้ง แต่ผมก็พยายามปลอบเค้าว่า เพื่ออนาคตของลูกที่ดี ก็ต้องยอมแลกบ้างนะ เค้าก็โอเคเข้าใจดี
มาถึงช่วงกลางปีที่ตัดผ่านมา ช่วงประมาณการบ่ายๆ ผมโทรหาเค้า จักชวนกินข้าวตอนเย็น เพราะว่างานน่าจักเสร็จเร็ว แต่เค้าไม่รับสาย เลยลอง Login เข้า Find my iPhone เพื่อเช็คว่าเค้าอยู่ที่ไหน เพราะเค้าทำงานเป็น AE หาลูกค้าบ่อยๆ
ปรากฏว่าตำแหน่งของแฟนผม มันไปอยู่ในที่ๆแปลกจากครั้งก่อนๆ ผมก็ดูตำแหน่งแล้วเอาไปเปรียบกับ Google Maps แล้ว มันแจ้งให้ทราบว่า เป็นโรงแรมแห่งนึงบนถนนรามคำแหง ผมก็งงว่ามันไปโผล่ตรงนั้นได้ไง คงเป็นเพราะว่าแอพจับตำแหน่งผิดมั้ง ซักพักเค้าก็โทรกลับมา บ่งบอกว่าประชุมกับลูกค้าแถวหน้ารามเพิ่งเสร็จ ผมก็ไม่ได้คิดอะไร ชวนกินข้าวกันตามปกติ แต่ที่แปลกคือ คืนนั้นผมขอเค้ามี Sex ด้วยแต่ถูกไม่ยอม ก็เพราะว่าเค้าเอื้อนว่าเหนื่อย ผมก็เลยหลับไปแทน
อีกไม่กี่วัน ผมก็ Login เข้า Find my iPhone เพื่อดูอีก ก็เจอไปขึ้นตำแหน่งเดิมอีก แต่ครั้งนี้แปลกใจมาก ก็เพราะว่าปกติแล้วแฟนผมจะไม่พบลูกค้าเจ้าเดิมเกินอาทิตย์ละ 1 ครั้ง ผมก็เปิดผนังคิดเตลิด แล้วปลงใจขึ้นแท็กซี่ไปที่โรงแรมนั้น จังหวะที่ผมถึงหน้าโรงแรม
สิ่งที่ผมเห็นคือ รถของแฟนผมกำลังเลี้ยวออกมาจากโรงแรมนั้น แต่คนขับเป็นผู้ชาย แล้วมีแฟนผมนั่งข้างๆ ตอนนั้นแย้มตรงๆครับว่าช๊อคมาก ทำอะไรไม่ถูก ลงมายืนแล้วหันกลับไปมองด้วยความงง จนคนขับแท็กซี่ต้องทวงค่ารถจากผม ผมใช้เวลายืนตรงนั้นอยู่นานแค่ไหนไม่รู้
พอตั้งสติได้ผมก็ขึ้นแท็กซี่กลับไปเอารถที่ออฟฟิศแล้วออกจากที่ทำงานไปหานั่งทำใจเลย รู้ตัวอีกทีก็ค่ำ กับเลยเวลาปกติที่เข้าบ้านแล้ว ก็เลยกลับบ้าน เค้าถึงบ้านแล้วครับ แวบแรกที่หวังทำตอนนั้นคือ ต้องการบีบคอเค้าให้ตายไปเลย แต่พอเห็นหน้าลูกทั้ง 2 คนแล้วก็ตองยับยั้งใจ แล้วก็ทำตัวปกติต่อจากนั้น
หลังจากวันนั้น ผมก็เช็คเค้าทุกวัน แต่ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ เพราะว่าส่วนใหญ่จักอยู่ที่ทำงานเค้าตลอด จนข้ามมาประมาณ 1 อาทิตย์ ตอนเช้าที่กำลังออกจากบ้าน เค้าแย้มกับผมว่า วันนี้มีพาลูกค้าไปทานข้าวที่โรงแรมหนึ่งแถวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ผมก็เล่าว่า โอเค จักได้รีบกลับมาช่วยแม่ดูลูก แต่ในใจคิดว่า จะลองตามดูซักครั้ง กะว่าจะให้คาหนังคาเขาเลย แล้วเรา 2 คนก็ต่างออกไปทำงาน พอตกบ่ายผมก็บุกเบิกเช็ค Find my iPhone เรื่อยๆ จนซักประมาณ 5 โมงเย็น ผมก็เห็นเค้าขึ้นต้นเดินทางออกจากที่ทำงาน ผมก็ตัดสินใจออกจากที่ทำงานเหมือนกัน
เพราะว่าวันนั้นผมขอยืมรถของน้องที่ทำงานมาใช้ ผมขับมาดักเจอเค้าได้แถวๆ ลาดพร้าว แล้วแอบขับตามเรื่อยๆ จนถึงร้านอาหารหนึ่งบนเส้นรัชดา ผมขับตามไปถึงที่จอดรถ แล้วได้จอดอยู่ห่างเค้าไม่ไกลนัก พอเค้าจอดรถได้ แปปนึง ก็มีผู้ชายคนนึงเดินมาจากไหนไม่รู้ เดินมาหาเค้าที่รถแล้วเดินจับมือกันหายไปในทางเข้าร้านไป
ผมจำได้เลยว่าผู้ชายเป็นรุ่นน้องในกรุ๊ปเดียวกัน ถ้าผมมีปืนตอนนั้น ผมคงต้องยิงมันตายทั้งคู่แน่นอนครับ แต่ผมอดใจไว้ ทำได้แค่พางถ่ายรูปไว้ก่อน ซักชั่วโมงกว่าๆ เค้าก็เดินจูงมือกลับมาที่รถกันครับ แล้วก็ออกรถไป ผมก็ขับตามอีก แล้วถ่ายรูปไว้เป็นระยะๆ เค้าขับมาไม่ไกลครับ แล้วก็เลี้ยวเข้าม่านรูดแห่งหนึ่งไป
ภาพนี้ทำผมน้ำตาไหลเลยครับ ในชีวิตนี้ผมไม่เคยคิดเลยครับว่า ผมต้องมาถูกคนที่ผมรักที่สุดมาหักหลังแบบนี้ ทั้งเจ็บใจ ทั้งเสียใจ อารมณ์ตอนนั้นบรรยายไม่ถูกแน่นอนๆครับ ผมไม่ประสงค์รอต่อแล้ว ก็เลยเอารถกลับไปเปลี่ยนกับน้องที่บ้านเค้าแล้วก็ดิ่งกลับบ้านทันที
จนกระทั่งถึงบ้านแล้ว ลูกคนเล็กหลับแล้ว แต่คนโตยังไม่หลับ ผมเลยเอาลูกมากล่อมที่ห้องผมเอง (ปกติลูกคนโตจะนอนกับย่า แต่คนเล็กจักนอนกับผมที่ห้อง) พอผมมองหน้าลูกทั้ง 2 คน ผมยิ่งนำตาไหลออกมาอีกครับ ผมสงสารลูก ผมไม่หวังให้ลูกต้องมีครอบครัวที่แตกแยก
แต่ผมเองก็คงอยู่กับคนที่ทำกับผมแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว ตอนนั้นผมสับสนมากเลยครับ ว่าจักทำอย่างไรดี จนลูกถามว่า พ่อร้องไห้ทำไม ผมได้แต่ทำนูลลูกว่าไม่มีอะไร แค่พ่อทำงานเหนื่อยเท่านั้นเอง ผมกล่อมลูกจนหลับแล้วก็นั่งรอเค้ากลับบ้าน
พอเค้าขึ้นถึงบนห้อง ผมก็หมายเค้าว่าขอคุยกันข้างล่างแปบสิ เค้าก็ตอบแบบอารมณ์เสียว่าไม่ลง จะอาบน้ำนอนแล้ว มีอะไรค่อยคุยพรุ่งนี้ ผมเสนอว่าพรุ่งนี้ไม่ได้ ต้องทันที ไม่ตะโกรงให้ลูกรู้ เค้าก็ไม่ยอมแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวเข้าไปอาบน้ำ
ผมจึงหยิบโทรศัพท์ลงไปข้างล่าง แล้วทยอยส่งรูปที่ผมถ่ายได้ ลงใน Line ของเค้าแล้วเปิดทีวีรอข้างล่าง ภายหลังผมได้ยินเสียงเค้าเดินเข้าห้องได้ไม่นาน เค้าก็เดินลงมาพร้อมกับน้ำตา มาถึงตัวผมแล้วก็กอด ร้องไห้พร้อมขอโทษไป อารมณ์ผมตอนนั้นเล่าตรงๆว่า มันไม่เหโจษความสงสารแล้วครับ สิ่งที่เค้าทำมันเกินกว่าที่ผมจักทนได้ ผมจึงผลักตัวเค้าออกไป แล้วสาธยายว่าผมกระหายรู้เรื่องทั้งหมด
แฟนผมเค้าเริ่มต้นเล่าว่า เรื่องมันเกินช่วงที่เค้าไป Outing กับบริษัท แล้วช่วงปาร์ตี้ก็ดื่มแล้วเมา แล้วก็เผลอไปมีอะไรกับน้องในฝ่าย มันเป็นอารมณ์ชั่ววูบ กับใช้คำว่าผมให้เค้าได้ไม่พอ เค้าเลยต้องมีทางออกแบบนี้
จากนั้นเค้าก็ขอโทษแล้วสาบานว่าจะไม่ทำอีก ผมฟังจบแล้วรู้สึกขยะแขยงมากครับ ผมทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข แต่ผลตอบรับกลับมามันช่างไม่สมเหตุผลเลยครับ ผมเลยคุยกับเค้าว่า ผมไม่ยกโทษให้ เพราะว่าผมพูดกับเค้าบ่อยๆตลอดชีวิตคู่ว่า ผมรับได้ทุกเรื่องยกเว้นเรื่องนี้ แต่เค้าก็ยังมาทำอีก
ผมยกโทษให้ไม่ได้ครันๆ ผมก็เอื้อนเค้าต่อว่า ผมอยากได้เลิกกับเค้า แต่ผมสงสารลูก ผมจึงขอเค้าว่า ให้เราแสร้งทำเป็นอยู่ด้วยกันตามปกติได้มั้ย ก็เพราะว่าคิดว่าลูกทั้ง 2 ยังเล็กเกินกว่าจะรู้เรื่องแบบนี้ พร้อมทั้งไม่ใคร่ให้เค้าขาดคนใดคนหนึ่งไป
โดยผมจะทนทำเป็นปกติกับเค้าทันทีที่อยู่ต่อหน้าลูก แต่ความแน่แท้แล้วผมจักแยกใช้ชีวิตกับเค้า ส่วนบ้านที่ผ่อนอยู่พร้อมกับค่าใช้จ่ายในบ้าน ผมจะจ่ายไปตามปกติ แต่ครั้นผ่อนหมดจักใส่เป็นชื่อลูกทั้ง 2 ทันที ค่าใช้จ่ายลูกก็หารครึ่ง และปางลูกเข้าถึงมัธยม ถึงจักตกลงใจชี้แจงลูกอีกครั้ง เพราะว่าจะแจ้งทีละคน คนโตก็อีกไม่กี่ปี
แต่คนเล็กก็อีกเป็น 10 ปี ซึ่งบรรยายตรงๆครับว่าผมก็ไม่รู้ว่าจักอดทนได้ถึงวันนั้นไม่ใช่หรือเปล่า แต่ผมไม่มีทางกลับไปคืนดีกับเค้าแน่นอนครับ เค้าฟังเสร็จก็จะไม่ยอม พยายามจะง้อผมให้คืนดีให้ได้ ผมจึงพูดกับเค้าว่า ถ้าไม่ตกลง ก็คงต้องพังกันหมดในวันนี้พรุ่งนี้เลย สุดท้ายเค้าจึงยอมครับ
เรื่องนี้เกิดมาเกือบครึ่งปีแล้ว ชีวิตที่พ้นมา คนภายนอกจักเห็นว่าเหมือนเดิมครับ แต่จักมีเช่น 3 คนในโลกนี้ที่รู้คือ ผม เค้า พร้อมด้วยแม่ผมเท่านั้น เพราะผมยังอยู่บ้านเดียวกัน นอนห้องเดียวกัน แต่เค้าจักนอนบนเตียงกับลูกคนเล็ก ส่วนผมปูเบาะนอนข้างล่างข้างเตียง (ลูกคนโตเคยถามว่าทำไมพ่อต้องปูเบาะนอนด้วย ผมตอบเค้าไปว่า น้องนอนดิ้นถีบพ่อบ่อย พ่อเลยต้องลงมานอนข้างล่าง) พาลูกไปเที่ยวตามปกติ ถ่ายรูปตามที่ลูกสั่ง เพื่อให้ทุกอย่างดูปกติที่สุด
วันไหนที่ทนไม่ไหว ก็ไปนั่งคุยกับแม่แล้วร้องไห้ไป ตั้งแต่วันที่เกิดเรื่อง ผมไม่เคยเข้าไปดู Find my iPhone อีกเลยครับ ก็เพราะว่าเค้าจะไปไหนก็เป็นเรื่องของเค้า เค้าก็พยายามมาพูดเรื่อยๆว่าไม่ได้ยุ่งกันแล้วนะ บางวันก็พยายามลงมานอนข้างผม ผมก็ลุกหนีลงมานอนชั้นล่าง แรกๆก็เจ็บปวดครับ แต่ขณะนี้ความเจ็บปวดเริ่มหายไป กลายเป็นความชินชาแล้วล่ะครับ
ผมก็ถามตัวเองเสมอว่าทำไมเรื่องแบบนี้มันถึงเกิดกับผม เป็นเพราะผมทำงานหนักมากเพื่อแลกกับเงินมากเกินไปไม่ก็เปล่า หรือว่าเทคโนโลยีทำให้ผมต้องเจอกับสิ่งนี้ ถ้าไม่มีมันผมก็คงไม่รู้เรื่องแบบนี้
เค้าเบื่อก็เลิกมาอยู่กับผมเองหรือว่าเปล่า แต่ไม่เคยมีคำตอบครับ ครั้งนี้คำตอบผมมีอย่างเดียวคือทำอย่างไรก็ได้ให้ลูกทั้งสองของผมมีชีวิตที่สมบูรณ์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม้ว่าผมจักเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม
ขอบคุณมากครับที่รับฟังการระบายของผม ผมไม่เป็นได้ให้คนรู้จักรู้เรื่องนี้ได้ยิ่งๆ แต่พอเก็บไว้มันก็อึดอัด การได้พิมพ์ออกมาเป็นตัวหนังสือ ก็ช่วยได้หน่อยนึง ส่วนทุกความเห็นผมขอขอบคุณล่วงหน้าครับ ผมคงได้แต่อ่าน แต่คงไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้นจากที่ได้แจ้งไปข้างต้นครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณที่มา: คุณ สมาชิกหมายเลข 1950451 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2557

5 โปรแกรม Cleaner ทำความสะอาดระบบยอดเป็นที่นิยมปี 2014

เพราะว่าคนที่รู้สึกว่า ช่วงหลังมานี้ยิ่งใช้งานคอมพิวเตอร์ เครื่องก็โหมโรงช้าลง ของบางคน นอกจากเปิดเครื่องช้าจนชงกาแฟเสร็จแล้วยังขึ้นไม่เข้าวินโดวส์ ยังทำงานช้า เปิดไฟล์ช้ากับสุดท้ายปิดเครื่องก็ยังช้าอีก แบบนี้คงปวดหัวอยู่ไม่น้อย
ส่วนหนึ่งนั่นก็ก็เพราะว่าเราใช้งานแบบไม่ได้ดูแลมากนัก บางทีเปิดเครื่องตั้งแต่เช้า ใช้ไปเรื่อยจนมืดค่ำหรือไม่บางครั้งไม่เคยปิดเลย ทั้งติดตั้งโปรแกรม เปิดไฟล์พร้อมกับใช้งานอีกสารพัด แบบนี้ไม่ช้าลงก็แปลก เพราะว่าโปรแกรมมากมาย หน้าต่างเปิดเว็บไซต์ก็ค้างอยู่ ไฟล์ไม่เคยจัดเก็บเป็นระเบียบ แบบนี้ไม่ช้าอย่างไรไหว แต่ไม่เป็น ถ้ายังรู้ตัวทัน ก็พอแก้ไขได้ ด้วยโปรแกรมประเภทที่เรียกว่า  นี้
ซึ่งในปี 2014 ต้องถือว่าเป็นอีกยุคหนึ่งของโปรแกรมที่ใช้จัดการไฟล์พร้อมกับดูแลระบบเหล่านี้ ลองดูกันว่ามีโปรแกรมอะไรบ้าง
Cleaner
Cleaner เป็นโปรแกรมในแนวที่ได้รับความนิยมเนื่องด้วยผู้ใช้โน๊ตบุ๊คหรือว่าพีซีก็ตาม ด้วยการทำความสะอาดระบบและจัดการไฟล์ไม่พึงประสงค์ เช่น Temp files, Cookie, File setup พร้อมด้วยบรรดาไฟล์ระบบ Registry รวมถึงช่วยในการ Defragment ให้อีกด้วย เพื่อให้ระบบมีความคล่องตัวในการทำงาน
CCleaner
1.CCleaner : เป็นโปรแกรมยอดนิยมที่เรียกว่าฮิตติดอันดับเสมอมา ด้วยคุณสมบัติเด่นในการ จัดการไฟล์ เคลียร์พื้นที่ ฟังก์ชันที่ครอบคลุมการทำงาน ทั้งในส่วนของ Clear temp ไม่ก็ Clean กับ Uninstall รวมไปถึงจัดการหน้าตาในการใช้งานที่เป็นมิตร ใช้งานง่ายด้วยกันมีประสิทธิภาพ
wise
2.Wise Care 356 : โปรแกรมในการ Optimize ระบบ ที่มาพร้อมฟังก์ชั่นในการ Cleaner ที่ดูแลทำความสะอาดในส่วนต่างๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น History, File Recent ใช่ไหมไฟล์ที่ต้องการลบแบบถาวร แม้ลูกเล่นจักไม่ได้หวือหวามากนัก แต่ที่น่าสนใจคือ ให้การทำงานที่ครอบคลุมในการดูแลระบบ
Advance
3.Advanced SystemCare : ใครที่ต้องการโปรแกรมเหตุด้วย การดูแล ตรวจเช็คด้วยกันป้องกัน กับบรรดาเครื่องมือมากมายสารพัด ให้ใช้งานได้แบบเต็มสูบ กรณีที่ไม่ค่อยมีเวลาจัดการในระบบ โปรแกรมนี้ เป็นทางเโจษจันกที่น่าสนใจ เพราะอย่างปลายปีอย่างนี้ ทำทีเดียวจบในตัว ไม่ต้องไปมองหาโปรแกรมเสริมอื่นๆ มาติดตั้งให้วุ่นวาย
SlimCleaner
4.Slim Cleaner : โปรแกรมเพราะการ Clean up ที่มีฟังก์ชันน่าใช้ ให้ความพร้อมในการจัดการไฟล์ระบบ, ซอฟต์แวร์, เบราว์เซอร์, History พร้อมเครื่องมือในการปรับแต่งที่มีมาให้ใช้งานกันแบบเต็มที่ ไม่มีกั๊ก
Glary
5.Glary Utilities : โปรแกรมตรวจสอบสุขภาพระบบแบบหัวจรดเท้า ก็เพราะว่ามีให้เเลื่องลือกใช้ตั้งแต่ ทำความสะอาด, ปรับแต่ง แก้ไขพร้อมด้วย Optimize ระบบ พร้อมกับฟังก์ชันในการจัดการรีจิสทรีพร้อมกับลูกเล่นในการซ่อมแซมไฟล์ระบบพร้อมทั้งการ ตั้งค่าความปลอดภัย พร้อมลูกเล่นอีกมากมาย ที่อัดแน่นมาให้ ครบทุกเรื่องในการดูแล

ที่มา: http://hitech.sanook.com/1393605

วันอังคารที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ซัมซุงไทเริ่ม Samsung Galaxy A5 โลหะทั้งเครื่องอย่างเป็นทางการ

ในที่สุดซัมซุงไทยก็ไม่ วางธุระให้เราๆ ต้องรอ Samsung  Galaxy A5 กันนานเพราะว่าล่าสุดเมื่อค่ำคืนที่ทะลุทะลวงมานั้น Samsung  Galaxy A5 ได้เดินทางมาเริ่มในเมืองไทยอย่างเป็นทางการแล้ว
Samsung  Galaxy A5 เป็นหนึ่งใน 3 ของสมาร์ทโฟนในตระกูล Samsung Galaxy A Series ซึ่งประกอบไปด้วย  Galaxy A3, Galaxy A5 ด้วยกัน Galaxy A7
เพราะว่าบ้านเรานำ Galaxy A5 เข้ามาจำหน่ายก่อนเป็นรุ่นแรก พร้อมด้วยมีแผนจะนำ Galaxy A7 เข้ามาวางจำหน่ายในอนาคต ส่วน Galaxy A3 นั้นหลังจากได้สอบถามผู้บริหารของ ซัมซุง ไทยแล้วได้คำตอบว่าจะไม่นำเข้ามาจำหน่ายครับ!!
สเปคเบื้องต้นของ Samsung Galaxy A5
- หน้าจอขนาด 5 นิ้ว แบบ Super AMOLED ความละเอียด 720 x 1280 พิกเซล
- หน่วยประมวลผลแบบ Quad-Core Processor ความเร็ว 1.2 GHz
- RAM 2 GB
- หน่วยความจำภายในขนาด 16 GB รองรับ microSD Card สูงสุด 64 GB
- กล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล
- กล้องด้านหลัง ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม LED Flash
- รองรับ 4G LTE
- รัน Android 4.4 KitKat
- แบตเตอรี่ขนาด 2300 mAh
เพราะ Galaxy A5 ทางซัมชุงเค้าเน้นจุดเด่นที่ตัวเครื่องเป็นโลหะทั้งหมด ฝาหลังเป็นแบบ Unibody พูดง่ายๆ นั้นคือเป็นการประกอบทั้งเครื่องเป็นชิ้นเดียวกันหมด ส่วนของน้ำหนักเบา ด้วยกันตัวเครื่องที่เรียกได้ว่าบางแค่ 6.7 มม. พร้อมกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เน้นถ่ายภาพ Selfie เพราะเฉพาะ
ต่อมาเป็นเรื่องของกล้องที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของ Samsung  Galaxy A5 เพราะกล้องหน้ามีความละเอียดสูงถึง 5 ล้านพิกเซล ถูกใจคนรักการ selfie แน่นนอน
ส่วนกล้องหลังมีความละเอียดอยู่ที่  13 ล้านพิกเซลครับ อย่างที่กราบทูลไว้ตอนต้นว่ากล้องเป็นอีกจุดเด่นของรุ่นนี้ นั้นหมายความว่าฟีเจอร์เด่นๆ ในเรื่องการถ่ายภาพนั้นย่อมถูกอัดมาครบแน่นอน
ไม่ว่าจักเป็นฟังก์ชั่น Palm selfie ยกมือแทนการกดชัตเตอร์ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกขณะถ่ายภาพ
ฟังก์ชั่น Beautifying Effect แต่งภาพสวยสำหรับสาวๆ เป็นการปรับหน้าเนียนพร้อมกัน 3 คน เนียน + ผอม หมายหน้าเรียว ตาโต แค่ไหนก็สามารถทำได้ในขั้นตอนเดียว!!
พร้อมกับอีกหนึ่งจุดเด่นนั้นคือฟังก์ชั่น Rear Cam Selfie ฟังก์ชั่นกำหนดจุดเหตุด้วยถ่ายกล้องหลัง ทำให้มั่นใจได้ว่าคราวหน้าแม้ใช้กล้องหลังถ่ายภาพ ยังไงภาพที่ออกมาก็จักไม่ตกเฟรม หัวขาด ปากเบี้ยวแน่นอนครับ
นอกจากนี้นั้นฟังก์ชั่นเก่าๆ ที่เรารู้จักกันดีอย่าง Voice Selfie และ Wide Selfie คณะีใน Samsung Galaxy Note 4 ก็มีใน Galaxy A5 เช่นกัน
อ่อ...อีกเรื่องที่ยังไม่ได้พูดถึงนั้นคือ New interface & Ringtone ในส่วนของธีมมือถือที่ถูกปรับให้มีความแปลกใหม่ ขจัดปัญหาความน่าเบื่อ ช้ำซากออกไป เบื้องต้น New interface & Ringtone นั้นมีธีมให้เลือกใช้งานทั้งหมด 5 แบบพร้อมด้วยจักเพิ่มขึ้นอีกในอนาคต

ไหนๆ ก็ได้ทดลองจับเป็นคนแรกๆ ของเมืองไทยแล้วก็ขอพรีวิว Samsung Galaxy A5 กันนิดหน่อยละกันครับ
ด้านหน้าของ Samsung Galaxy A5 มองยังไงก็เหมือนฝาแฝด Samsung Galaxy Alpha ครับ
ด้านหลังของ Galaxy A5 นั้นอย่างที่เคยบอกกล่าวไว้ข้างต้นว่าถูกออกแบบมาแบบ Unibody พร้อมทั้งเป็นโลหะทั้งหมด
แม้จะเป็นแบบ Unibody แต่ก็มีช่องของซิมการ์ด กับช่องเพิ่มหน่วยความจำอยู่ด้านข้าง
ตัวเครื่องด้านซ้ายไม่มีอะไรมาก มีปุ่มในการปรับเสียง ขึ้น-ลง เท่านั้นครับ
ด้านบนของตัวเครื่อง
ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบด้วย ไมโครโฟนตัวหลักเพราะด้วยสนทนา ช่องหูฟังขนาดมาตรฐาน ด้วยกันพอร์ต microUSB ด้วยว่าชาร์จแบตเตอรี่ ไม่ใช่หรือเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์
ประกบคู่กับ iPhone 6Plus หน่อยเป็นไงบางกว่าเห็นๆ
ด้านบนของหน้าจอแสดงผล ประกอบด้วย ลำโพงด้วยสนทนา, เซ็นเซอร์ต่างๆ พร้อมทั้งกล้องด้านหน้า ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง
กล้องด้านหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลชแบบ LED พร้อมทั้งลำโพงเสียง
ทั้งหมดนี้เป็นเช่นการพรีวิวแบบง่ายๆ จากการได้ลองเล่นไม่เกิน 30 นาที ถ้าหิวงานฉบับแบบจัดเต็ม รออีกสักพัก สมมตได้เครื่องมาทดลองเล่นอีกครั้งทางพวกงาน Sanook! Hitec ให้คำมั่นว่าคราวหน้าจัดเต็มแน่นอนครับ เบื้องต้นกรุ๊ปงานขอเคาะคะแนนความพอใจของ Samsung  Galaxy A5 ที่ 8.5 คะแนนครับ
เรียกได้ว่า มาความหรูหรา ด้วยกันแข็งแกร่งในหนึ่งเดียว เพราะค่านั้นทางผู้เขียนได้สอบถามแล้วทางผู้บริหารทางซัมชุงสั่งเพียงว่า จักอยู่ที่คาดว่า 1 หมื่นกลางๆ สมมติให้ผู้เขียนเดาดูก็น่าจะประมาณ 14,xxx บาท 
ส่วนวันวางจำหน่ายนั้นจักเปิดให้เป็นเจ้าของกันในเดือน มกราคม (ต้นปีหน้านั้นเอง) ส่วนของสีนั้นในเมืองไทยมีจำหน่ายทั้งหมด 3 สีได้แก่ สีดำ (Midnight Black), สีขาว (Pearl White) กับสีทองแชมเปญ (Champagne Gold) เนื่องด้วยช่วงแรกๆ นั้นจักมีเท่าแค่สีดำ (Midnight Black) พร้อมทั้ง สีขาว (Pearl White) เท่านั้นส่วนสีทองแชมเปญจักเข้ามาทีหลังครับ

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพุธที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2557

เโจษกดาวน์โหลดไฟล์ให้ปลอดภัย ถูกใจ ไม่โดนหลอก

การดาวน์โหลดไฟล์เป็นเรื่องปกติที่คนใช้คอมพิวเตอร์ทั่วไปใช้ กัน เพราะว่าเฉพาะคนที่ชอบลองอะไรใหม่ๆ ก็มักจักตั้งหน้าตั้งตารอคอยการมาของซอฟต์แวร์ใหม่ๆ กันเป็นประจำเพราะว่าที่บางทีไม่รู้ว่าไฟล์ที่ได้มานั้นใช้งานได้หรือไม่ก็ไม่ ไฟล์เต็มหรือเปล่า รวมถึงมีอะไรแปลกปลอมติดมากับไฟล์ รวมถึงการติดตั้งพร้อมทั้งความเหมาะสมในการใช้งาน
ซึ่งบางกรณีอาจเกิดขึ้นจากการติดตั้งไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาแล้ว เช่น โฆษณา ซอฟต์แวร์แฝง มัลแวร์พร้อมทั้งอื่นๆ ดังนั้นเราจึงต้องหาช่องทางที่เหมาะสมพร้อมด้วยปลอดภัย หากสนใจพร้อมทั้งชื่นชอบในการดาวน์โหลดไฟล์มาใช้งานบ่อยๆ
Internet-download-manager-4
ใช้สัญชาตญาณในการสังเกต : ถ้าจักรักการดาวน์โหลดบ่อยๆ นั้น การหมั่นสังเกตพร้อมด้วยใช้สัญชาตญาณเป็นสิ่งสำคัญ เพราะว่าไม่มีใครมาคอยรายงานได้ว่าเว็บใด ปลอดภัยหรือไม่อันตรายได้ทั้งหมด ผู้ใช้เองต้องเป็นคนที่ดูรายละเอียดด้วยกันจดจำว่าเว็บใดเป็นเช่นไรใช่ไหมบางครั้ง
การที่เว็บลิงก์ให้ดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ฟรีๆ ทั้งที่มีค่าวางจำหน่ายในราคาที่แพง รวมถึงการให้โหลด Crack, Serial ไม่ก็ Activate บางสิ่งอย่างที่ดูไม่ถูกต้องนัก ก็อาจจักนำพาเราไปยังจุดเสี่ยงได้ ตรงนี้ผู้ที่ดาวน์โหลดต้องสังเกตให้ดี
ก็เพราะว่าบางทีพลาดคลิกหรือไม่ก็ดาวน์โหลดมาแล้ว อาจส่งผลเสียต่อเครื่องได้เช่นกัน หรือไม่ก็บางครั้งต้องใส่ข้อมูลสำคัญส่วนตัวใช่ไหมคลิกลิงก์หลายครั้งจนเกินไป ก็เป็นสิ่งที่น่าสังเกตได้เช่นกัน
Internet
เร่ำลือกดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ที่ได้รับความนิยมเหรอติดอันดับความน่าเชื่อถือ : การเฟุ้งเฟื่องกดาวน์โหลดไฟล์จากเว็บลิงก์ที่มีการจัดอันดับหรือว่าติดอันดับในการดาวน์โหลดจากโหวตต่างๆ ก็จัดว่าน่าเชื่อถือในระดับหนึ่ง
ไฟล์เหล่านี้ค่อนข้างวางใจได้ว่าเป็นโปรแกรมที่ดีพร้อมทั้งได้รับการทดลองใช้งานจากบรรดาผู้ใช้เพราะทั่วไปมาพอสมควร การดาวน์โหลดมาใช้น่าจักให้ความสบายใจ มากกว่าที่จักเร่ำลือกดาวน์โหลดไฟล์ไม่ใช่หรือโปรแกรมที่ไม่ค่อยมี Feedback มากนัก แต่ข้อเสียคือ สมมติว่าเป็นคนที่ชอบทดลองของใหม่อาจจะต้องทำใจนิดนึง
Internet
รู้จักกับซอฟต์แวร์พรรณต่างๆ Freeware, Trialware พร้อมทั้งอื่นๆ : ก่อนที่เราจักดาวน์โหลดโปรแกรมใดมาใช้ก็ตาม ก็ควรจักต้องทำความรู้จักก่อนว่าเป็นโปรแกรมแบบใด เพราะในปัจจุบันมีโปรแกรมทั้งแบบ Freeware, Trial, Demo, Commercial พร้อมด้วยอื่นๆ
ก็เพราะว่าบางครั้งเสียเวลากับการดาวน์โหลดมาใช้และคาดหวังว่าจักได้ใช้งานนานๆ กลายเป็นว่าแค่เดโม ทดลองใช้ เปิดใช้งานได้บางฟีเจอร์ ใช่ไหมมีเวลาจำกัด บ้างก็มีลายน้ำหรือว่าโฆษณาติดมาด้วย ใช้งานได้ไม่เต็มที่ ไม่คุ้มกับการดาวน์โหลดพร้อมทั้งติดตั้งไว้ใช้งาน ดังนั้นก็ควรจะตรวจสอบให้ดีก่อนว่าเป็นโปรแกรมแบบใด
Office365-Home-freeload
Free  ไม่ได้หมายความว่าเป็น Free Software : เป็นเรื่องยิ่งที่หลายคนอาจจะหลงไปกับการติดป้ายให้ดาวน์โหลดของเว็บไซต์ การที่ระบุว่า Free Download ดูเป็นสิ่งจูงใจ ที่ทำให้รู้สึกว่าต้องฟรี ใช้งานฟรี แต่แท้แท้แล้ว ไม่ได้หมายความเช่นนั้น แต่การที่ฟรีดาวน์โหลด จะเป็นโปรแกรมแบบใดก็ได้ ทั้งแชร์แวร์ ฟรีแวร์หรือไม่ก็เดโม ก็มีโอกาสทั้งหมด ผู้ใช้เองคงต้องตรวจเช็ครายละเอียดให้ดีก่อนว่า โปรแกรมเหล่านั้นมี Description อย่างไร ในรายละเอียด จักได้ไม่ต้องเสียเวลาดาวน์โหลดมาใช้ แล้วกลายเป็นว่าไม่ได้เป็นโปรแกรมฟรี
Internet-download-manager-3

มั่นใจว่าปุ่มที่ดาวน์โหลดนั้น เป็นปุ่มแน่แท้ใช่ไหมแค่ปุ่มจาก Advertisements : ควรจะดูให้มั่นใจก่อนว่าปุ่มที่คุณกำลังจักคลิกดาวน์โหลดนั้น เป็นปุ่มที่ใช้ในการลิงก์ไปยังไฟล์ที่ต้องการแน่นอนหรือไม่ เพราะว่าปัจจุบันการทำโฆษณาหลายส่วนเพื่อชักชวนให้คลิกลิงก์ในหลายเว็บไซต์ ถูกวางไว้อย่างแนบเนียน
การคลิกลิงก์ผิดเข้าไปอ่านโฆษณาก็ไม่ได้เสียหาย แค่แต่อาจจะทำให้เราเสียเวลาในการคลิกไปเหรอบางครั้งถูกหลอกให้รอพร้อมด้วยคลิ กลิงก์ต่อๆ ไปอีก ซึ่งไม่ได้เป็นผลดีต่อเราแต่อย่างใด ฉะนั้นสมมุติเป็นปุ่มดาวน์โหลดลองมองให้ดีเสียก่อนว่าใช่ใช่ไหมไม่
ติดตั้งโปรแกรมทะลุทะลวงซอฟต์แวร์ของเว็บดาวน์โหลด : ในบางเว็บไซต์ไม่ได้ให้คลิกเพื่อดาวน์โหลดเพราะตรง แต่จะให้ติดตั้งโปรแกรมช่วยดาวน์โหลดของเว็บนั้นๆ ก่อน จากนั้นจึงจักเป็นได้ดาวน์โหลดไฟล์อื่นๆ ในเว็บไซต์ได้
โปรแกรมช่วยเหล่านั้นอาจไม่ได้มีผลอย่างไรต่อการดาวน์โหลด เพราะว่าเป็นโปรแกรมตัวเล็กๆ ที่คอยเป็นประตูเชื่อม แต่ก็ขึ้นอยู่กับผู้พัฒนาว่าจักมีสิ่งใดแฝงอยู่ด้วยหรือไม่เปล่าเหรอบางครั้งจัก เอาไว้คอยส่งโฆษณาให้เท่านั้น ซึ่งแม้ไม่พอใจก็อาจลบทิ้งได้
McAfee-Advisor-1
ตรวจเช็คมัลแวร์ ด้วยบริการแบบออนไลน์ : การใช้บริการสแกนไวรัสหรือว่ามัลแวร์ออนไลน์ก็มีส่วนช่วยให้การดาวน์โหลด ปลอดภัยยิ่งขึ้น เพราะบริการเหล่านี้มีอยู่มากมายบนโลกอินเทอร์เน็ต ไม่ว่าจะเป็น Norton, McAfee, Bit Defender, Panda และอื่นๆ อีกมากมายให้เราเปิดเว็บไซต์พร้อมทั้งเร่ำลือกการสแกนในเบื้องต้นกับไฟล์ที่จะดาวน์โหลดก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ
กระบวนการเหล่านี้เป็นวิธีการที่จะช่วยให้คุณปลงใจและวางใจได้ว่า จะมีความปลอดภัยมากขึ้นในการดาวน์โหลดไฟล์ โปรแกรมมาใช้ อย่างน้อยๆ ได้เป็นหนึ่งในข้อสังเกตที่ทำให้การเระบือกใช้โปรแกรมที่ดาวน์โหลดมาอย่างมี ประสิทธิภาพ ไม่ต้องเสียอารมณ์กับการดาวน์โหลดไฟล์ที่เสียเวลานาน แต่ไม่คุ้มกับการใช้งาน
ขอบคุณที่มาของภาพ: nvareader.com, www.graphicsfuel.com

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

5 สิ่งที่สายโลหิตพบพาน เมื่อคนแก่ใช้โซเชียลฯ

กลายเป็นปัญหาระดับชาติไปแล้ว เพราะการติดเน็ตเวิร์ค ซึ่งทันทีไม่ใช่แค่วัยรุ่น วัยทำงาน อย่างพวกเราเท่านั้นพ่อแม่รวมถึงท่านผู้ใหญ่ในบ้านของเราก็ด้วย มาดูกันดีกว่าว่า 5 ข้อ ที่ลูกๆ หลานๆ
หลายบ้านต้องเจอ ตราบผู้ใหญ่ริเริ่มใช้โซเชียล มีอะไรบ้าง
1.ข้อความฟอร์เวิร์ดเมล์
วัยรุ่นอย่างเราสร้างผ่านมาแล้วกับยุคที่ส่งฟอร์เวิร์ดเมล์ ข้อความขำๆ หรือว่าข่าวลวงๆแต่ผู้ใหญ่ของเราท่านไม่เคยเจอ แม้พวกเราจักเตือนแล้ว ประภาษแล้วว่ามันไม่แท้จริงแต่ก็จะพบว่ามีข้อความนี้ส่งมาในโปรแกรมสนทนาซึ่งเป็นกรุ๊ปแชทของบ้านอยู่ตลอด
2.มหกรรมสาดสติ๊กเกอร์ใส่
เคยไหมแบบเปิดมือถือมา เจอข้อความแจ้งเตือนเป็นร้อยไอ้เราก็นึกว่ามีเหตุด่วนเหตุร้อนเปิดมาปรากฎว่าเป็นการสาดสติ๊กเกอร์แข่งกันแบบไม่มีสาเหตุของลุงๆป้าๆ
3. รูปแท็กนั้น ที่ฉันไม่ต้องการ
ปกติก่อนจักลงเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ อินสตาแกรมเชื่อว่าทุกคนต้องเปลี่ยนการจัดการให้แน่ใจว่า ได้ตัดผ่านสารพัดแอพพลิเคชั่นแต่งภาพก่อนจะโชว์ออกสื่อได้ แต่ผู้ใหญ่หลายบ้านไม่ใช่อย่างนั้น ถ่ายปุ๊ปลงปั๊บหวังดีแท็กมาให้ด้วย
4.ขอเป็นเพื่อนในเฟซบุ๊ก
ในยุคระยะเวลาที่เฟซบุ๊กเพิ่งชอบในไทยเราเชื่อกันว่ามันคือช่องทางการเล่นโซเชียลฯที่ปลอดภัยที่สุดก็เลยเป็นตัวของตัวเองไปหน่อย รูปเมาเรื้อน โพสต์ดราม่าต้องรีบเคลียร์ก่อนกดรับเป็นเพื่อน แล้วก่อนจักโพสต์อะไรคิดดีๆเพราะว่าบางทีพ่อแม่เราก็ไม่เข้าใจ มุขขำๆ ที่โพสต์เล่นๆ จักกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไป
5.ดราม่า? อ่านแล้วไม่ตอบ ไม่กดไลค์ ไม่คอมเม้นท์
อันนี้น่ากลัวสุด บางทีเราเปิดอ่านดูก็เห็นว่าไม่มีอะไร ก็เลยไม่ตอบกลับใช่ไหมบางทีก็ทำงานยุ่งจนไม่ได้เช็คเฟซบุ๊ก ปรากฏว่ามีถามว่าทำไมไม่กดไลค์ไม่รักไม่สนใจใช่มั้ย กลายเป็นเรื่องดราม่าไปซะงั้น
สุดท้ายนี้ประสงค์จักสนทนาว่าบางทีที่ผู้ใหญ่มาขึ้นต้นใช้โซเชียลเน็ตเวิร์กเค้าอาจแค่หวังใกล้ชิดลูกหลานอย่างเราก็เท่านั้นเอง
อาจจะพิมพ์ผิดบ้างถามห้วนๆบ้าง หรือรัวส่งสติ๊กเกอร์ใส่บ้าง แต่เชื่อเถอะแค่เราตอบกลับไปสั้นๆใช่ไหมเข้าไปกดไลค์ ไปคอมเม้นท์แซวบ้างอะไรบ้าง แค่นี้ท่านก็มีความสุขแล้ว

วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

5 สัญญาณที่บ่งชี้ว่าคุณติดมือถือไม่ก็เปล่า


5 หนังสือสัญญาณที่บ่งชี้ว่าคุณติดมือถือไม่ใช่หรือไม่  คุณติดมือถือเกินไปรึเปล่า ลองมาเช็คกันดู!!

ปัจจุบัน..การใช้งานอินเตอร์เน็ตบนมือถือเป็นที่นิยมอย่างมากและเหมือนกลายเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว ดังนั้น จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่คนไทยใช้เวลาหมดไปกับบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเกือบ 1 ใน 3 ของวัน



ดังนั้น มายด์เทอร่า ผู้ให้บริการด้านระบบรักษาความปลอดภัยไอทีหรือไม่ก็ไอทีซีเคียวริตี้แบบครบวงจร จักแนะนำวิธีการตรวจสอบว่าคุณนั้นเป็นหนึ่งในคนเหล่านี้ไม่ก็ไม่

1.    อยู่กับหน้าจอมือถือตลอดเวลาถึงแม้จะอยู่ในงานเลี้ยง ไม่ใช่หรือ งานต่างๆ

2.    ใช้เวลาทั้งหมดที่อยู่คนเดียว ไปอยู่กับการเล่นบนมือถือ

3.     โพสต์เฟสบุ๊คแทบจะตลอดทั้งวัน

4.     มือถือเป็นสิ่งแรกพร้อมทั้งสิ่งสุดท้ายที่คุณใช้ก่อนนอน.. พร้อมกับยังเป็นสิ่งแรกที่ใช้ทันทีที่ตื่นนอนอีกด้วย

5.     หยิบมือถือมาเล่นเวลาขับรถ

คุณเป็นหนึ่งในคนเหล่านั้นเหรอไม่..

ที่นา;http://hitech.sanook.com/1393013

ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

เชื่อมโยงต่อ iPhone / iPad พร้อมจอทีวี หรือจอคอมพิวเตอร์ ทำได้อย่างไรบ้าง?

อยากจะโชว์รูปบน iPhone / iPad ให้เพื่อนดู แต่หน้าจอดันไม่ใหญ่พอ ทำอย่างไรดี? คำถามนี้ เชื่อได้เลยว่า ผู้ใช้ iPhone ด้วยกัน iPad ส่วนใหญ่คงจะประสบกับปัญหาดังกล่าวอย่างแน่นอน
แน่นอนอยู่ที่ iPhone 6 พร้อมทั้ง iPhone 6 Plus มีขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หรือ iPad Air ที่มีขนาดหน้าจออยู่ที่ 9.7 นิ้ว แต่ยังคงไม่ใหญ่พอ ที่จักโชว์คอนเทนต์ให้กับกลุ่มเพื่อนๆ ได้ชม
ซึ่งวิธีการแก้ไขก็คือ เชื่อมต่อกับ ทีวี หรือว่า หน้าจอคอมพิวเตอร์ เพื่อขยายขนาดนั่นเอง แต่จะทำอย่างไร ให้ iPhone พร้อมกับ iPad ทำได้เชื่อมต่อกับหน้าจอดังกล่าวได้ วันนี้เรามีเคล็ดลับมาหมายครับ
วิธีแรก : HDMI adapter
อุปกรณ์เสริมพื้นฐาน ที่จักช่วยทำให้เก่งเชื่อมต่อ iPhone หรือว่า iPad เข้ากับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หรือทีวีได้ ก็คือ สาย HDMI adapter นั่นเอง เพราะอุปกรณ์เสริมชนิดนี้ จะเป็นการแสดงภาพที่อยู่บนหน้าจอ iPhone หรือว่า iPad ไม่ว่าจักเป็น แอปพลิเคชัน, เว็บไซต์, Presentation, รูปภาพ พร้อมกับอื่นๆ อีกมากมาย ทะลุทะลวงทางจอโทรทัศน์ ไม่ใช่หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่นเอง แต่อย่าลืมว่า ทีวี ด้วยกันหน้าจอคอมพิวเตอร์ จะต้องรองรับการแสดงภาพทะลุทาง HDMI ด้วยเช่นเดียวกัน
เพราะว่า HDMI adapter มีจำหน่ายบน Apple Store ครับ
วิธีที่สอง : แสดงผลผ่านทาง Apple TV ไม่ก็ AirPlay
Apple TV เป็นผลิตภัณฑ์ที่เอาใจคอบันเทิงเพราะว่าเฉพาะ คุณสมบัติของ Apple TV ก็คือ ศักยเปลี่ยนห้องนั่งเล่นธรรมดาๆ ให้กลายเป็นโรงจอเงินที่สร้างความบันเทิงให้กับคนในครอบครัวได้นั่นเอง เพราะการสตรีมภาพจาก iPhone กับ iPad ไปยังหน้าจอที่ใหญ่ขึ้นนั้น จักทำทะลวงฟีเจอร์ที่เรียกว่า AirPlay ครับ เพียงแค่คลิกเดียว ก็ทำได้อวดภาพถ่าย หรือไม่ก็คลิปวีดีโอ ให้เพื่อนๆ เหรอครอบครัวได้ชมกันแล้ว
วิธีที่สาม : เปลี่ยนแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า Reflector
ถ้าแม้ 2 วิธีข้างต้น เป็นการสิ้นเปร่ำลืองเงินมากจนเกินไป วิธีสุดท้ายที่จักมาแนะนำ นั่นก็คือ สร้างผ่านแอปพลิเคชันที่มีชื่อว่า Reflector ครับ เพราะว่าแอปพลิเคชันนี้ จักเป็นการรับภาพจาก iPhone ใช่ไหม iPad ตัดผ่านทาง AirPlay เพื่อแสดงภาพพ้นทางหน้าจอคอมพิวเตอร์แบบไร้สาย ซึ่งจะเชื่อมต่อทะลุทาง Wi-Fi หรือว่า LAN เดียวกัน พร้อมกับจนถึงเชื่อมต่อเสร็จแล้ว หน้าจอ iPhone หรือไม่ iPad ของเรา จักไปปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ นั่นเอง
เพราะโปรแกรม Reflector จักมีเวอร์ชันทดลองให้ใช้ด้วย เป็นได้เข้าไปดูรายละเอียดได้ ที่นี่ ครับ
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> hitech.sanook.com