วันอาทิตย์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2557

“ผมไม่ได้ทำเพื่อเงิน!” คำสารภาพจาก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Facebook

“ผมไม่ได้ทำเพื่อเงิน!” คำสารภาพจาก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง 

ตั้งแต่ Facebook จดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นมานั้น เชื่อว่าหลายๆคนคงสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนแปลงหลายๆอย่างของ Facebook ซึ่งหนึ่งในเรื่องหนึ่งที่หลายคนหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นก็คงหนีไม่พ้นโฆษณาที่โผล่เต็มหน้า News feed และการปรับเปลี่ยนการแสดงผลบน News feed ที่ส่งผลให้นักการตลาดที่ดูแลแฟนเพจต่างๆพากันบ่นอุบถึงความ เขี้ยว ของ Facebook ที่ดูเหมือนจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้แบรนด์ต้องยอม จ่ายเงิน ซื้อโฆษณาในที่สุด
อย่างไรก็ตาม มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก บิดาผู้ก่อตั้ง Facebook ก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทาง Wall Street Journal ว่าทุกสิ่งที่ตนทำลงไปนั้นไม่ใช่เพราะเห็นแก่เงิน แต่ที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ต้องพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ระดับราคาหุ้นของ Facebook สูงนั้นเป็นเพราะนั่นเป็นกลยุทธ์ที่จะรักษาพนักงานที่เก่งๆเอาไว้ให้อยู่กับบริษัทต่อไปได้ เพราะใครๆก็คงอยากจะทำงานในองค์กรที่มีผลกำไรดี
หลายปีก่อนหน้านี้ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก เคยยึดมั่นมาตลอดว่าจะไม่มุ่งเน้นการสร้างกำไรมหาศาล แต่ตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มจำนวนสมาชิกผู้ใช้งาน Facebook ให้ได้หนึ่งพันล้านคน ซึ่งในขณะนั้น ผู้ใช้งาน Facebook ส่วนใหญ่ใช้ Facebook ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ Desktop โฆษณาในตอนนั้นจะปรากฎอยู่ทางด้านขวาของหน้าจอ จนกระทั่งสถานการณ์เปลี่ยนไป เมื่อผู้คนหันมาใช้โทรศัพท์มือถือในการเล่นอินเตอร์เน็ทกันมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อธุรกิจของ Facebook เป็นอย่างมาก เพราะมันเป็นเรื่องยากลำบากที่จะใส่โฆษณาไว้ด้านข้างเมื่อเปิด Facebook ดูจากหน้าจอเล็กๆอย่าง Smartphone
เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ ท้ายที่สุด Facebook จึงต้องปรับให้แสดงโฆษณาบนหน้า News feed อย่างเช่นทุกวันนี้ ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวส่งผลให้หุ้น Facebook เติบโตถึง 105% ในปีที่แล้ว ในขณะที่หุ้นที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีทั่วไปในตลาดหุ้น Nasdaq เติบโตเฉลี่ยแค่ประมาณ 38%
แม้ว่าในปัจจุบัน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก จะกลายเป็นอภิมหาเศรษฐีไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงใช้ชีวิตแบบสมถะเหมือนที่เคยเป็นมา ยังคงใส่กางเกงยีนส์กับเสื้อเชิ้ตง่ายๆ และขับรถ Volkswagen GTI (ราคาประมาณ 9 แสนบา) ไปทำงาน เมื่อปีที่ผ่านมา มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กก็ได้บริจาคหุ้น Facebook 18 ล้านหุ้น มูลค่า 990 ล้านดอลล่าร์หรือเกือบ 3 หมื่นล้านบาท ให้กับมูลนิธิซิลิคอน แวลลีย์ คอมมิวนิตี้ จนติดอันดับเศรษฐีใจบุญที่สุดจากการจัดอันดับของหนังสือพิมพ์รายปักษ์ The Chronicle of Philanthropy
ผมแทบคลั่งทุกครั้งเมื่อเห็นคนเขียนด่าว่า Facebook ทุกวันนี้กำลังทำทุกอย่างเพื่อเงินเพียงอย่างเดียว มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก กล่าว
คงปฏิเสธไม่ได้ว่าแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นนั้นไม่ใช่ประเด็นเล็กน้อยที่ผู้บริหารบริษัทมหาชนจะมองข้ามได้ เมื่อก้าวเข้าสู่ตลาดหุ้นแล้ว บริษัทก็กลายเป็นของผู้ถือหุ้นทุกคน ไม่ได้อยู่ในมือของผู้บริหารไม่กี่คนอีกต่อไป หลายครั้งบริษัทเหล่านี้จึงไม่มีอิสระที่จะคิดค้นหรือพัฒนาอะไรแปลกๆใหม่ๆได้ เหมือนดังที่สุดท้ายบริษัท Dell เองก็ตัดสินใจถอนตัวจากตลาดหุ้น เพื่อที่จะสามารถควบคุมบริหารงานได้อย่างอิสระ ตราบใดที่ Facebook ยังคงอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ก็ต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อที่จะอยู่รอดได้ต่อไปเช่นกัน
อ้าอิงจาก HuffingtonPost
สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันพฤหัสบดีที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2557

Fanpage “Selfie Game 2014” เทรนด์ถ่ายรูป ฮา เสียว หลุดโลก

Fanpage เทรนด์ถ่ายรูป ฮา เสียว หลุดโลก

กลายเป็นเทรนด์ถ่ายรูปฮิตใหม่ล่าสุด.......ของวัยรุ่นฝรั่งไปแล้วสำหรับการถ่ายแบบให้ออกแนวพิลึก พิลัน ดูอึ้งป่นเสียว ที่เรียกว่า #Selfie Game 2014 วันนี้ทีมงาน Sanook! Hitech เลยขอนำเสนอภาพพวกนั้นแก่เด็กไทยบ้าง เผื่อเราจะมีอะไรเด็ดๆ กว่าเค้า ลองดูนะครับ แล้วนำมาประชันกันบนโลกโซเชียล
ฮิตหรือไม่ฮิตดูเองกันดีกว่า เพราะตอนนี้นั้น Fan Page Selfie Game 2014 มียอด Like ทะลักไปที่ 5 หมื่นกว่าแล้ว
พูดง่ายๆ Selfie Game 2014 เป็นการถ่ายภาพของตัวเองหน้ากระจกแอ็คชั่นสารพัดท่า ให้ได้ออกมาเพี้ยนที่สุด เอาแบบหลุดโลกไปเลยก็ดี เรียกได้ว่ารูปใคร ฮาจริง เสียวจริง แถมหลุดโลกก็เอาคะแนนกันไปได้เลยครับ!!
ที่มา: www.flashfly.net, thechive.com, Funny, Selfies, WTF

วันพุธที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2557

iPhone 6 อาจใช้ชื่อ iPhone Air บางเพียง 6 มิลลิเมตรเท่านั้น!!

 อาจใช้ชื่อ iPhone Air บางเพียง 6 มิลลิเมตรเท่านั้น!!

ยังคงมีรายงานข่าวลือออกมาให้เห็นกันอย่างต่อเนื่องกับ iPhone รุ่นใหม่ที่เตรียมเปิดตัวในปี 2014 โดยล่าสุดได้มีรายงานข่าวออกมาจากสำนักข่าว ET News ในประเทศเกาหลี ที่ได้ออกมาเผยรายงานข่าวลือล่าสุดว่า iPhone 6 ที่จะเปิดตัวในปี 2014 นี้จะมีการใช้ชื่อรุ่นว่า iPhone Air และมีความบางเพียง 6 มิลลิเมตรเท่านั้น โดยเมื่อเทียบกับ iPhone รุ่นก่อนๆจะเห็นได้ว่าบางลงกว่าเดิม อย่าง iPhone 5s และ iPhone 5 ที่มีความบาง 7.6 มิลลิเมตร , iPhone 5c ที่มีความบาง 8.97 มิลลิเมตร , iPhone 4s ที่มีความบาง 9.3 มิลลิเมตร และ iPhone 3GS ที่มีความบาง 12.3 มิลลิเมตร นั่นเอง
ไม่เพียงเท่านั้น iPhone Air รุ่นใหม่จะมาพร้อมกับวัสดุที่เป็นโลหะ และคาดว่าน่าจะมีการเปิดตัวในช่วงเดือนกันยายนอีกด้วย
ที่มา - bgr
สนับสนุนเนื้อหา: www.flashfly.net
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

กสท.รับรองผลการประมูล ′ทีวีดิจิทัล′ แล้ว ดีเดย์! 1 เม.ย.นี้ออกอากาศทางการ 4 จังหวัด

กสท.รับรองผลการประมูล ′ทีวีดิจิทัล′ แล้ว ดีเดย์! 1 เม.ย.นี้ออกอากาศทางการ 4 จังหวัด

กสท.รับรองผลการประมูลทีวีดิจิทัลแล้ว 1 เม.ย.นี้ เตรียมออกอากาศอย่างเป็นทางการ 4 จังหวัด กรุงเทพฯ นครราชสีมา เชียงใหม่ และสงขลา จากนั้น 1 มิ.ย. ครอบคลุม 11 จังหวัด 10 ล้านครัว เรื่องคูปองส่วนลด เซต ทอป บ็อกซ์ ต้องหารืออีกครั้ง แนะประชาชนซื้ออุปกรณ์สังเกตโลโก้ น้องดูดี ดูได้แน่นอน
ที่มาของภาพประกอบ: www.it24hrs.com

ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)พ.อ.ดร.นทีศุกลรัตน์ รองประธานกสทช.และประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์(กสท.)เปิดเผยว่าที่ประชุม กสท.มีมติรับรองผลการประมูลทีวีดิจิทัลเพื่อให้บริการธุรกิจจำนวน 24ช่องซึ่งได้จัดการประมูลไปเมื่อวันที่26-27ธ.ค.56 ที่ผ่านมาโดยมอบหมายให้สำนักงานกสทช.ส่งหนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบการที่ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการในขณะเดียวกันจะนำรายชื่อผู้ชนะทั้งหมดประกาศผ่านเว็บไซต์สำนักงานกสทช.(www.nbtc.go.th)เพื่อเผยแพร่ให้สาธารณชนทราบ
ทั้งนี้ กสท.ได้รับการยืนยันจากผู้ประกอบการโครงข่าย4รายประกอบด้วยสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก,บริษัทอสมท จำกัด (มหาชน),กรมประชาสัมพันธ์และ ไทยพีบีเอสว่าจะเปิดให้บริการทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินนำร่อง11จังหวัดได้แก่ วันที่ 1เม.ย.57 ครอบคลุม4จังหวัดคือ กรุงเทพฯ นครราชสีมาเชียงใหม่ และสงขลา วันที่1พ.ค.57 ครอบคลุมเพิ่ม3จังหวัดคือ อุบลราชธานี สุราษฎร์และระยอง วันที่ 1มิ.ย.57 เพิ่มอีก4จังหวัดคือ สิงห์บุรี สุโขทัย ขอนแก่นและอุดรธานี ซึ่งจะครอบคลุมจำนวนประชากร50%หรือประมาณ10ล้านครัวเรือนจากจำนวนประชากร 22ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ
การรับชมทีวีดิจิทัลภาคพื้นดิน24ช่องผ่านเสาอากาศแบบหนวดกุ้งและก้างปลาจะเกิดขึ้นในเดือนเม.ย.นี้ในขณะเดียวกันหากช่องใดมีความพร้อมออกอากาศตั้งแต่เดือนก.พ.สามารถทำได้แต่เป็นการรับชมผ่านทางเคเบิลทีวีและทีวีดาวเทียมตามหลักเกณฑ์การเผยแพร่กิจการโทรทัศน์ที่ให้บริการเป็นการทั่วไปหรือ มัสต์ แครี่ ที่กสท.กำหนดให้ฟรีทีวีต้องเข้าถึงทุกแพลมฟอร์มพ.อ.ดร.นทีกล่าว
พ.อ.ดร.นทีกล่าวต่อว่าสำหรับการสนับสนุนคูปองส่วนลดกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัลหรือเซต ทอป บ็อกซ์สำหรับใช้กับทีวีรุ่นเก่าเบื้องต้นได้กำหนดราคาไว้ที่690บาทซึ่งคำนวนจากราคาเริ่มต้นการประมูล24ช่องหารจำนวนประชากรครัวเรือนทั่วประเทศ22ล้านครัวเรือนแต่ราคาอาจปรับเพิ่มขึ้นได้หลังจากราคาประมูลที่ได้สูงกว่าราคาเริ่มต้นมากซึ่งต้องมีการพิจารณาอีกครั้งสำหรับประชาชนที่จะรับชมทีวีดิจิทัลสามารถหาซื้อทีวีและเซตทอป บ็อกซ์ได้แล้วเนื่องจากปัจจุบันมีเซตทอป บ็อกซ์ ที่ได้รับใบอนุญาตรวม19 รุ่นและทีวีดิจิทัลที่มีจูนเนอร์แบบบิวต์-อินในตัวเครื่องระบบดีวีบี ที 2ได้รับใบอนุญาตแล้วรวม80รุ่นโดยขอให้สังเกตสัญญาลักษณ์โลโก้น้องดูดี ซึ่งถือว่าเป็นรุ่นที่ผ่านการรับรองจากกสท.สามารถรับชมทีวีดิจิทัลได้
อย่างไรก็ตาม การออกอากาศทีวีอะนาล็อกจะคู่ขนานไปกับระบบดิจิทัลไปอีกระยะเวลาหนึ่งเพื่อให้ประชาชนผู้รับชมได้รับบริการเหมือนเดิมและไม่รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงใดๆโดยให้มีเนื้อหาและผังรายรายการเดิมทุกประการไว้จากนั้นในปี2558จะพิจารณายุติการออกอากาศในระบบอนาล็อกซึ่ง ช่อง5ช่อง7ช่อง11 อสมทและไทยพีบีเอสจะต้องส่งแผนการยุติการออกอากาศระบบอะนาล็อคให้กสท.ไม่เกินก.ค.2557นอกจากนี้จะเชิญผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล24ช่องมาร่วมเป็นคณะอนุกรรมการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิทัลเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าถึงทีวีดิจิทัลอีกทางหนึ่งด้วย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันจันทร์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2557

10 แนวโน้มสุดฮอต สมาร์ทโฟนเปลี่ยนโลก

มีการทำวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง สำหรับ อีริคสัน คอนซูเมอร์แล็บ ล่าสุดเปิดเผยถึง 10 แนวโน้มสำคัญของพฤติกรรมผู้บริโภคในปี 2557 และอนาคตมากกว่า 15 ปีที่ อีริคสัน คอนซูเมอร์แล็บ ทำการวิจัย สำรวจคุณค่า พฤติกรรม และแนวทางการใช้งานของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์ และบริการด้านไอซีทีด้วยการสัมภาษณ์ผู้คนในแต่ละปีมากกว่า 100,000 คน ในกว่า 40 ประเทศ และ 15 เมืองใหญ่
ไมเคิล บียอน หัวหน้าฝ่ายวิจัย อีริคสัน คอนซูเมอร์แล็บ กล่าวว่า แนวโน้มที่สำคัญที่สุดที่สังเกตเห็นได้ คือ ความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในแอปพลิเคชั่น และบริการที่ครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรมและหลายภาคส่วนของสังคม ซึ่งอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐานในการดำรงชีวิตประจำวันได้10 แนวโน้มที่ว่ามีดังนี้
1.แอป กำลังเปลี่ยนสังคมของเรา
การเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วของสมาร์ทโฟนทั่วโลก ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวิถีการสื่อสารและใช้อินเทอร์เน็ตอย่างสิ้นเชิง ปัจจุบันเรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่มีการใช้สมาร์ทโฟนเพื่อประโยชน์ที่หลากหลายมากขึ้น และมีคนจำนวนมากที่กำลังแสวงหาแอปพลิเคชั่นเพื่อใช้ในหลายภาคส่วนหรือรูปแบบต่าง ๆของการใช้ชีวิตในสังคม ตั้งแต่การจับจ่ายซื้อของและสถานรับเลี้ยงเด็ก ไปจนถึงการสื่อสารกับหน่วยงานต่าง ๆ แอป กลายเป็นสิ่งสำคัญมากกว่าชนิดของมือถือที่ใช้เสียอีก
2.ร่างกายเป็นรหัสผ่าน (Password) รูปแบบใหม่
เว็บไซต์ต่าง ๆ เริ่มขอรหัสผ่าน (Password) ที่ยาวขึ้น ประกอบไปด้วยตัวเลข ตัวอักษร และสัญลักษณ์อื่นจนทำให้แทบจำไม่ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เกิดความสนใจในการใช้เทคโนโลยีด้านชีวภาพเข้ามาทดแทน เช่น จากงานวิจัยพบว่า 52% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนต้องการใช้ลายนิ้วมือมากกว่ารหัสผ่าน และ 48% สนใจใช้การสแกนดวงตาเพื่อปลดล็อกหน้าจอ โดยรวมแล้วกว่า 74% เชื่อว่า สมาร์ทโฟนที่มีเทคโนโลยีด้านชีวภาพจะกลายเป็นกระแสหลักในปี 2557 และอนาคต
3.การวัดค่าต่าง ๆ ของร่างกาย
ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ จำนวนก้าว เป็นเพียงตัวอย่างการเริ่มต้นของสิ่งที่พวกเราต้องการวัดค่าจากตัวเราเอง โดยใช้โทรศัพท์มือถือเป็นเครื่องมือ และอิงจากข้อมูลที่สร้างขึ้นเอง เพียงแค่เริ่มใช้แอปเพื่อบันทึกกิจกรรมที่ทำจะช่วยให้เข้าใจตนเองดีขึ้น และมีการพัฒนาแอปใหม่ ๆ ที่วัดค่ากิจกรรมต่าง ๆ อีกมาก
โดย 40% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟน ใช้โทรศัพท์บันทึกข้อมูลกิจกรรมการเคลื่อนไหว และกว่า 56% ต้องการวัดความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจโดยการใช้แหวนที่สวมใส่อีกด้วย
4.ความคาดหวังว่าจะมีอินเทอร์เน็ตทุกที่ (Internet Everywhere)
ประสบการณ์ในการใช้อินเทอร์เน็ตยังไม่สามารถเทียบเท่าบริการโทร.ในรูปแบบวอยซ์ (Voice Service) ที่น่าสนใจก็คือ ผู้ใช้สมาร์ทโฟนต่างตระหนักแล้วว่า จำนวนแท่งวัดความแรงของสัญญาณบนหน้าจอโทรศัพท์ไม่อาจเป็นเครื่องชี้วัดว่าจะได้รับบริการดาต้าหรืออินเทอร์เน็ตที่ดีได้ เนื่องจากแท่งวัดดังกล่าวอาจดีเพียงพอสำหรับบริการวอยซ์ แต่ไม่ดีพอสำหรับบริการอินเทอร์เน็ต จากการสำรวจเราพบว่า ผู้บริโภคมีความพึงพอใจต่อประสบการณ์ในการใช้อินเทอร์เน็ตบนรถไฟใต้ดินต่ำที่สุด
5.สมาร์ทโฟนช่วยลดความแตกต่างทางดิจิทัล
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตในระดับโลกถือว่าไม่เพียงพอและทั่วถึง ทำให้เกิดความแตกต่างในการเข้าถึงบริการดิจิทัล หรือที่เรียกว่า The Digital Divide การมีสมาร์ทโฟนราคาย่อมเยาย่อมหมายถึงการที่ผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องมือที่มีราคาแพงในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอีกต่อไป ผู้ใช้โดยรวม 51% ทั่วโลกรู้สึกว่าโทรศัพท์มือถือคือการพัฒนาทางเทคโนโลยีที่สำคัญที่สุด และสำหรับคนจำนวนมากมันได้กลายเป็นเครื่องมือหลักในการเข้าสู่อินเทอร์เน็ต
6.ประโยชน์ของบริการออนไลน์มีมากกว่าความเสี่ยง
จากการที่อินเทอร์เน็ตกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกำลังแสดงผลให้เห็นชัดเจนยิ่งขึ้น โดย 56% ของผู้ที่ใช้อินเทอร์เน็ตทุกวัน มีความกังวลเรื่องความเป็นส่วนตัว (Privacy Issues) แต่ก็แค่ 4% เท่านั้นที่กล่าวว่าจะใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง ผู้บริโภคมักเลือกใช้กลยุทธ์ต่าง ๆ เพื่อลดความเสี่ยงเหล่านี้ เช่น เพิ่มความระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวบนโลกออนไลน์มากขึ้น เป็นต้น
7.วิดีโอออนดีมานด์
แม้จะมีสื่อวิดีโอให้เลือกมากขึ้น แต่มีแนวโน้มที่จะเลือกด้วยตนเองน้อยลง โดยในความเป็นจริงแล้วเพื่อนของเรามีผลอย่างยิ่งต่อการเลือกรับชมสื่อวิดีโอต่าง ๆ ของเรา โดยที่พบว่า 38% ของผู้ให้สัมภาษณ์กล่าวว่า พวกเขาชมวิดีโอคลิปที่เพื่อนแนะนำอย่างน้อยหลายครั้งต่อสัปดาห์ นอกจากนั้นเพื่อนของเรายังมีผลต่อการเลือกอ่านบล็อกและการเลือกฟังเพลงอีกด้วย
8.ต้องการความชัดเจนในการใช้ดาต้า
ผู้บริโภคโดยรวมกว่า 48% เลือกใช้แอปเพื่อเข้าใจลักษณะการใช้ดาต้าของตนให้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่ 41% ต้องการเพียงจะทราบว่าพวกเขาใช้ดาต้าไปเท่าไร โดย 33% ต้องการความมั่นใจว่าพวกเขาได้รับบิลหรือคิดเงินอย่างถูกต้อง และ 31% ไม่ต้องการใช้ดาต้าเกินค่าที่จำกัดไว้โดยผู้ให้บริการเครือข่าย งานวิจัยนี้ยังแสดงให้เห็นอีกว่า ผู้ใช้สมาร์ทโฟนนิยมใช้แอปเพื่อวัดความเร็วของสัญญาณเชื่อมต่อเป็นประจำอีกด้วย
9.เครื่องวัดเซ็นเซอร์ในสถานที่ต่าง ๆ
จากการที่บริการอินเทอร์เน็ตแบบอินเตอร์แอ็กทีฟ (Interactive Internet) กลายเป็นเรื่องธรรมดา ผู้บริโภคเริ่มคาดหวังเพิ่มขึ้นว่า สภาพแวดล้อมและอุปกรณ์ต่าง ๆ ของพวกเขาก็ควรได้รับการตรวจสอบด้วย โดยเกือบ 60% ของผู้ใช้สมาร์ทโฟนเชื่อว่า ภายในปี 2559 เซ็นเซอร์จะถูกนำมาใช้ในเกือบทุกสิ่งทุกอย่าง ตั้งแต่บริการด้านสาธารณสุข และการคมนาคมขนส่งสาธารณะ ไปสู่รถยนต์ บ้าน และสถานที่ทำงานของพวกเรา
10.ความสามารถในการเล่น หยุด และเล่นต่อในที่อื่น ๆ ได้
จากการสำรวจพบว่า 19% ของการใช้บริการสตรีมมิ่งเกิดขึ้นบนมือถือหรือแท็บเลต แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงทางพฤติกรรม โดยมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนสถานที่รับชมโทรทัศน์ไปมาให้เข้ากับชีวิตประจำวัน เช่น พวกเขาอาจเริ่มต้นรับชมสื่อที่บ้าน หยุดไว้แล้วดูต่อในขณะที่กำลังเดินทางไปทำงาน เมื่อมีการเปลี่ยนสถานที่ในลักษณะนี้จึงมักมีการเปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้รับชมด้วย
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com

วันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2557

iPhone รุ่นเก่าเก๋าได้ใช้ iOS 7 … ?

iPhone รุ่นเก่าเก๋าได้ใช้  … ?

ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าปัจจุบันนี้ยังมีท่านผู้อ่านรายใดที่ยังใช้ iPhone รุ่นเก่าเก๋าอยู่บ้าง หากท่านที่กำลังใช้อยู่อาจรู้สึกเสียดาย (บ้าง) ที่ไม่มีโอกาสได้ทดลองใช้ระบบปฏิบัติการใหม่เอี่ยมอย่าง iOS 7 แต่อย่างไรก็ตามแฮกเกอร์กลุ่มหนึ่งได้พัฒนาเฟิร์มแวร์สำหรับ iPhone รุ่น 2G จนถึง 3G เพื่อให้อุปกรณ์รุ่นเก๋าสามารถใช้ iOS 7 ได้แล้ว
แฮกเกอร์กลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า “whited00r” ได้คิดค้นและพัฒนาเฟิร์มแวร์ชนิดหนึ่งขึ้นมา โดยเป็นการนำคุณลักษณะบางอย่างใน iOS 7 มาปรับเปลี่ยนเพื่อให้มันสามารถใช้งานร่วมกับ iPhone 2G และ 3G ได้ ซึ่งการพัฒนาเฟิร์มแวร์ชนิดนี้เป็นการเลียนแบบบางส่วนของ iOS 7 เช่น ลักษณะไอคอน, อินเตอร์เฟสของแอพกล้อง, ระบบ Multitasking และทางลัดอย่าง Control Center เป็นต้น
ios
นอกจาก iPhone 2G และ 3G แล้ว แฮกเกอร์กลุ่มนี้ยังพัฒนาเฟิร์มแวร์ให้รองรับกับ iPod Touch 1G และ 2G ด้วย ซึ่งท่านผู้อ่านท่านใดที่ยังมี iPhone หรือ iPod Touch รุ่นเก่าเก๋าไว้ในครอบครอง หากอยากลองอะไรใหม่ๆ ภายใต้ความคลาสสิกล่ะก็สามารถเข้าไปดาวน์โหลดและชมวิธีติดตั้งได้ที่ http://www.whited00r.com/
สนับสนุนเนื้อหา: Arip

วันพฤหัสบดีที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2557

8 สิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจาก Google ปี 2014

8 สิ่งใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นจาก Google ปี 

ตลอดปี 2013 Google ประสบความสำเร็จอย่างยิ่งทั้งในแง่ของผลิตภัณฑ์ การให้บริการต่างๆ และที่สำคัญที่สุดคือระบบปฏิบัติการ Android ที่ยอดผู้ใช้ทะลุ 1พันล้านคนไปเรียบร้อย ฉะนั้นในปี 2014 ที่กำลังจะมาถึง เว็บไซต์ Pocket-lint จึงทำนายทายทักถึงสิ่งใหม่ๆ จาก Google ในปี 2014
1. Android TV
android-tv
จากรายงานของเว็บไซต์ Gigagom เมื่อเดือนตุลาคม เปิดเผยว่า Google อาจยุติการใช้แบรนด์ Google TV และจะรีแบรนด์ไปเป็น Android TV แทน ซึ่งแพลตฟอร์มที่ใช้จะเป็นตัวเดียวกับบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพื่อดึงดูดให้นักพัฒนาให้สามารถสร้างซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ในทุกอุปกรณ์ที่ เป็น Android  และในการเปิดตัวอาจเป็นงาน CES 2014 ต้นเดือนมกราคม หรือไม่ก็อาจเป็นงาน Google I/O ในเดือนพฤษภาคม
 2. Chromecast
chromecast-2014
แก็ดเจ็ตอันดับ 1 ของปี 2013 รูปร่างคล้ายแฟลชไดรฟ์ เพียงเสียบเข้ากับทีวี Chromecast จะทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำหรับดึงคอนเทนต์จาก Youtube และ Google Play ไม่ว่าจะเป็นเพลงหรือภาพยนตร์ มาแสดงบนหน้าจอทีวีของคุณ แถมยังสามารถควบคุมด้วยสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตได้อีกด้วย ซึ่งในปี 2014 เราอาจจะได้เห็น Chromecast ขยายบริการออกไปในหลายๆประเทศนอกเหนือจากในสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร รวมไปถึงการพัฒนาต่อยอดในอนาคตของ Chromecast ที่จะสามารถทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆได้เช่นกัน
 3. Nexus TV
nexus-tv-2014
อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์ที่คาดว่าจะมีการเปิดตัวในครึ่งปีแรกของปี 2014 มีลักษณะเป็น set top box จะใช้งานได้เมื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตเท่านั้น โดยตัวกล่องจะทำหน้าที่สตรีมคอนเทนต์จาก Netflix, Hulu, YouTube, ฯลฯ รวมถึงวีดีโอเกมต่างๆ ซึ่งสื่อในต่างประเทศมองว่า Nexus TV อาจจะมีราคาแพงอยู่พอสมควร
 4. Google Smartwatch
google-smartwatch-2014
แม้จะมีการคาดการณ์ว่าปี 2014 จะเป็นอีกปีที่สมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตจะมีการแข่งขันกันอย่างเข้มข้น แต่หลายบริษัทไอทีชั้นนำเริ่มกระโดดเข้าหาตลาดใหม่อย่าง Smartwatch บ้างแล้วซึ่ง Google ก็ไม่พลาดที่จะร่วมวงในครั้งนี้ด้วย โดยหลายเดือนที่ผ่านมามีการรายงานว่า Google กำลังอยู่ในระหว่างการผลิต Smartwatch ในชื่อ “Gem” รันระบบปฏิบัติการ Android KitKat เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน Android ได้ด้วย Bluetooth 4.0 พร้อมแบตเตอรี่ที่ดีที่สุด
 5. Chromebook
chromebook-2014
ในปี 2013 Google เปิดตัว Chromebook Pixel คอมพิวเตอร์โน๊ตบุคหน้าจอสัมผัสความละเอียดสูง รันด้วยระบบปฏิบัติการ Chrome OS สนับสนุนผู้ใช้ที่เน้นการทำงานเป็นหลัก แถมยังได้ผู้ผลิตดัง ๆ หลายเจ้าในตลาดโน๊ตบุคไม่ว่าจะเป็นSamsung, Acer และ HP ต่างพากันกระโดดร่วมวงผลิตโน๊ตบุคพร้อมระบบปฏิบัติการ Chrome OS ออกมาวางจำหน่าย ซึ่งในปี 2014 น่าติดตามว่า Chromebook จะมีทีเด็ดใดออกมาโชว์อีกบ้าง เพื่อเพิ่มยอดส่วนแบ่งทางการตลาดที่มีอยู่เพียง 1%
 6. Google Glass รุ่นที่ 2 สำหรับคนทั่วไป
google-glass-gen-2
สำหรับปี 2013 อาจจะไม่มีเรื่องที่น่าตื่นเต้นจาก Google Glass นอกเสียจากการเปิดให้นักพัฒนานำ Google Glass ไปทดสอบด้วยสนนราคา 1,500 เหรียญสหรัฐ ก่อนที่จะเริ่มวางขายจริงให้กับคนทั่วไปในสหรัฐอเมริกาในปี 2014 ด้วยเป้าหมายที่จะวางขายด้วยราคา 200-600 เหรียญสหรัฐ ซึ่งไม่แน่ว่า Google Glass ที่จะวางขายจริงนั้นอาจเป็นรุ่นที่ 2 เลยก็ได้ โดยข่าวก่อนหน้านี้ระบุว่า Google ได้เพิ่มพัฒนาในส่วนของเลนส์และชุดอุปกรณ์หูฟัง รวมถึงซอฟต์แวร์ต่างๆ
 7. Nexus 10 รุ่นที่ 2
nexus-10-2014
แม้จะมีข่าวถึงการเปิดตัวแท็บเล็ต Nexus 10 รุ่นที่ 2 ในปีนี้ แต่สุดท้ายก็คงต้องยกไปเป็นปี 2014 เสียแล้ว โดยผลิตภัณฑ์ที่ Google ร่วมมือกับ ASUS ใช้หน้าจอ 10 นิ้ว ความละเอียด 2560×1600, หน่วยประมวลผล Snapdragon 800, แรม 3GB, กล้อง 8 ล้านพิกเซล, ความจุภายใน 32GB, แบตเตอรี่ 9,500 mAh
 8. ระบบการค้นหาด้วยเสียงหรือ Google Now ที่ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น
google-voice-search-2014
Google เคยกล่าวว่าในปี 2014 จะมุ่งเน้นการค้นหาข้อมูลด้วยเสียงให้ก้าวหน้ามากขึ้น และไม่เพียงแค่ดีขึ้นแต่จะต้องเป็นระบบที่เหนือกว่า Siri จาก iOS ซึ่งการพัฒนาที่สำคัญของ Google Now ที่จะมีความเป็นธรรมชาติมากขึ้น
สนับสนุนเนื้อหา: Arip
ติดตามข่าวความเคลื่อนไหวของเทคโนโลยีรอบโลกได้ที่นี่ >>> www.hitech.sanook.com